‘หญิง รฐา’ แฮปปี้ชีวิตคู่ ‘ตุลย์’ เมาธ์ ‘เกรซ’ ทำเอาหลอน ใส่ชุดขาวยืนอาบแสงจันทร์กลางดึก

11.06.26 | 12:19 น.

‘หญิง รฐา’ แฮปปี้ชีวิตคู่ ‘ตุลย์’ เมาธ์ ‘เกรซ’ ทำเอาหลอน ใส่ชุดขาวยืนอาบแสงจันทร์กลางดึก

เป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนักแสดงตัวแม่ อย่าง หญิง รฐา โพธิ์งาม ที่ก้าวขึ้นมารับบทนำเต็มตัวในซีรีส์จาก Netflix “ทนายปีศาจ” ล่าสุดนักแสดงสาวมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์จาก Netflix เรื่อง “ทนายปีศาจ” ณ One Bangkok Tower 4 ก็ได้เปิดใจถึงบทบาทสุดท้าทายในซีรีส์ ทนายปีศาจ ที่ต้องฟาดฟันเฉือนคมกันด้วยข้อกฎหมาย นอกจากนี้ยังได้อัพเดตชีวิตคู่กับ ตุลย์ ตุลยเทพ ที่หวานเสมอต้นเสมอปลายแบบไม่ต้องพึ่งโปรโมชั่น พร้อมด้วยเมาธ์เพื่อนสาว เกรซ กาญจน์เกล้า ที่ใส่ชุดขาวล้วนไปยืนสวดมนต์รับพลังงานแสงจันทร์กลางดึก ทำเอาชวนหลอนกันเลยทีเดียว

นี่คือการเป็นนักแสดงนำครั้งแรกของหญิง รฐา?
“ใช่ค่ะ ในผลงานซีรีส์แล้วกัน เพราะว่าปกติส่วนใหญ่ละคร หนัง ภาพยนตร์ หญิงก็จะเป็นเหมือน Supporting role เป็นแบบว่านักแสดงประกอบหญิง อันนี้ก็เป็นซีรีส์เรื่องแรกที่เป็น Leading role

เหมือนหญิงอยู่ในวงการมานานแล้ว บางทีคนก็จำเราจากคาแรกเตอร์ จำจากตัวละคร แต่ว่าไม่ได้มาดูดีเทลว่าเราเล่นเป็นอะไร เราเล่นเป็นตัวไหน แต่ว่าอันนี้พอเราได้รับบทมา แล้วก็ได้คิวถ่ายมา มีเราทุกคิวเลย ปกติเราจะแบบเดี๋ยวได้หยุด แต่อันนี้ก็คือเหมือนมันก็เป็นความรู้สึกตื่นเต้นค่ะ แต่ว่าในเวลาเดียวกันมันก็เป็นความกดดันมากๆ เลย แต่ว่าก็คิดเสมอว่าอะไรที่เกิดขึ้นมันดีเสมอแหละ มันยากแต่มันคงให้อะไรเราในอีกหลายๆ อย่าง”

Advertisement

ทำไมหญิงถึงตัดสินใจรับบทเรื่องนี้คะ ?
“จริงๆ หญิงเป็นคนที่ชอบดูซีรีส์ที่เกี่ยวกับทนายมาตั้งแต่เด็กแล้ว ตั้งแต่ดูซีรีส์เมืองนอก แล้วก็ยังคิดอยู่เสมอว่ามันไม่ค่อยมีซีรีส์ทนายเมืองไทยที่เป็นรสชาติแบบไทยๆ หญิงเชื่อว่าความเป็นไทยบางอย่างมันใส่เข้าไปแล้วมันมีสัญลักษณ์ความเป็นคาแรกเตอร์คนไทย แล้วหญิงเชื่อว่าถ้าเป็นศาลหรือการพิจารณาคดีในไทย มันมีอะไรให้เล่นเยอะมาก ถูกไหม มันไม่มีเลย จนกระทั่งปีที่แล้วทาง Netflix แล้วก็พี่ไก่ ณฐพลติดต่อมาให้ไปแคสต์ เราก็รู้สึกว่า วันนั้นบทมาแค่ซีนเดียว เรายังไม่รู้ว่าทั้งเรื่องมันจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไปแคสต์สองรอบแล้วก็ได้คอลแบ็กว่าได้เล่น เราถึงจะได้บทเต็มๆ จริงๆ ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ๆ สำหรับวงการบันเทิงบ้านเรา คือหลายๆ ครั้งเวลาเราดูคอมเมนต์ คนก็จะรู้สึกว่าแบบนี้อีกแล้ว อยากดูอย่างงั้นบ้าง ทำไมไม่มีแบบนี้บ้าง หญิงเชื่อว่า Courtroom Drama หรือ Courtroom Series ก็เป็นสิ่งที่คนไทยอยากเห็นคอนเทนต์นี้มานาน 1. ตัวหญิงเองก็อยากเห็น 2. คือตัวละครมันมีความฉีกไปจากตัวละครเดิมๆ ที่เราเล่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคาแรกเตอร์หลัก แล้วมันเป็นอาชีพที่เฉพาะเจาะจงจริงๆ เป็นอาชีพหลักจริงๆ ปกติเราก็จะเล่นเป็นเพื่อน เป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้า แต่อันนี้คือเป็นทนาย มันก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันท้าทายเราดี ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละเป็นจุดหลักๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำอะไรในวัยที่เราเหมือน 40 บวกแล้ว เรารู้สึกว่ามันก็น่าจะเป็นไทม์มิ่งที่เหมาะสมกับการที่ได้บทที่เหมือนเป็นคนที่ผ่านอะไรในชีวิตมาเยอะ แล้วก็ได้ส่งมอบบทพวกนี้บ้าง เพราะว่าจริงๆ คนจะเห็นหญิงจากถ้าใน TikTok หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย เราก็จะสนุกกับเพื่อน แต่ว่าในพาร์ต จริงๆ ฉันเป็นคนพูดจารู้เรื่องนะ จริงๆ ก็เป็นพี่ใหญ่ในกลุ่ม 40 กว่าแล้ว ก็รู้สึกว่าพาร์ตนี้มันไม่ค่อยได้ดึงมาใช้ในการทำงาน ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะให้คนได้เห็นพาร์ตนี้บ้าง”

มันต้องติวเข้มเรื่องข้อกฎหมายยังไงบ้าง ?
“มีในเรื่องของการทำการบ้านในเรื่องของทนายแน่ๆ ค่ะ ก็คือหญิงไปที่ศาลอาญามาด้วย ไปดูการพิจารณาคดีจริงๆ แล้วก็ไปดูหลายห้อง 2. คือดูในเรื่องของข้อบทกฎหมาย แต่ว่าอาจจะไม่ต้องถึงขั้นต้องไปอ่าน ต้องไปจำ เพราะว่าหลักๆ ทำยังไงก็ได้ให้เราพูดมาตราให้รู้สึกว่าเหมือนเราซื้อข้าวกิน เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่ทนายพูดทุกวัน แต่ว่าสิ่งที่ต้องทำการบ้านเลยคือ sitting ใครนั่งตรงไหน ใครเดินเข้ามาต้องลุกยังไง ฝั่งจำเลยอยู่ตรงไหน ฝั่งโจทก์อยู่ยังไง อัยการอยู่ยังไง คือเราต้องรู้ทั้งหมดว่าในห้องพิจารณาคดีมันสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราสามารถทำอะไรได้บ้าง มันต้องรู้ดีเทลพวกนี้ค่ะ”

พี่หญิงเคยขึ้นโรงขึ้นศาลไหม ?
“ยังไม่เคยเลยค่ะ วันแรกที่เปิดกล้องก็ไปศาลตายายข้างหน้าก่อนเลย เราก็ไปด้วยน้ำแดงต่างๆ แล้วก็พูดกับศาลท่านว่า ขอให้หนูกลับมาในฐานะนักแสดงเท่านั้นนะคะ ในฐานะนักแสดงเท่านั้นนะ บอกท่านไว้”

แล้วทรงผมรู้มาก่อนไหม?
“ไม่รู้เลย จริงๆ รู้ตอนที่จะเริ่มฟิตติ้งว่า พี่นุชชี่ที่เป็นสไตลิสต์ของทั้งเรื่องบอกว่าอยากให้ลองทำผมหยิก เพราะว่าเหมือนหญิงก็ทำทุกทรงไปหมดแล้ว แล้วก็ทรงนี้ยังไม่เคยเห็นหญิงทำ ก็เลยบอกว่ามันจะประมาณไหน ตอนแรกเขาจะให้หญิงดัดเลย แต่ผมหญิงผ่านการทำสีทำอะไร คือถ้าดัดก็ไม้กวาดแน่ๆ ไม่น่ารอด แต่สุดท้ายวันที่เราฟิตติ้ง ตอนแรกมันมีหลายเคิร์ลด้วยนะ เหมือนมีเคิร์ลที่น้อยกว่านี้ แต่สุดท้ายก็มาจบกันที่เคิร์ลนี้ แล้วก็เรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์ความผมหยิกของตัวละครจิตตรี มันสร้างการรับรู้เวลาคนเห็นว่าคนนี้มันไม่ธรรมดา มันมีความขบถบางอย่าง มันไม่เหมือนกับทนายทั่วไปที่รวบผมตึง หรือปล่อยผมตรง หรือว่าทำตัวตามกฎระเบียบ ซึ่งทางจิตตรีเป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรตามกฎระเบียบอยู่แล้ว ดังนั้นมันค่อนข้างชัดในเรื่องของคาแรกเตอร์ที่เดินเข้าไปในศาลแล้วรู้สึกว่าคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น คนนี้แปลกกว่าคนอื่น ซึ่งมีทั้งเรื่องค่ะ แต่ก็จะมีแบบว่ารวบผมบ้าง หรือว่ามัดขึ้นบ้าง แต่ว่าผมหยิกก็คือเป็นคนผมหยักศก พูดง่ายๆ”

โทนเสียงก็จะดุๆ กันตลอดทั้งซีรีส์ ?
“โทนเสียงก็จะเป็นโทนที่ตัวจิตตรีอายุใกล้ๆ หญิง 40 กว่า แล้วก็ในการว่าความ ในการทำการบ้านของหญิง หญิงเชื่อว่าพอมันเป็นซีรีส์ที่มีการว่าความและมีคำพูดตลอดเวลา สิ่งเดียวที่จะทำให้มันไม่น่าเบื่อ เพราะคนไทยไม่ค่อยได้ดูซีรีส์ที่พูดกันเยอะๆ กลัวเขาจะเบื่อ วิธีหนึ่งก็คือการซูมออกไปที่เห็นเป็น VFX การไปโผล่ที่ห้องคลอดบ้าง แต่อีกวิธีหนึ่งเลยคือจังหวะของการพูด ซึ่งอันนี้หญิงทำการบ้านเอง รู้สึกว่าการพูดของคน การหยุด หรือการไปต่อ หรือการพูดแทรก มันทำให้หัวใจเราเต้น เหมือนเวลาเราโดนจี้ เมื่อกี้ไปไหนมา เมื่อคืนอยู่ที่ไหน เธอไปกับใครมา ฉันเห็นนะว่าโทรศัพท์อยู่ คือวิธีการ จังหวะพวกนี้ มันเป็นจังหวะที่หญิงรู้สึกว่ามันทำให้คนฝ่ายตรงข้ามกลัว หรือหัวใจเต้น เราจะได้เห็น จังหวะของจิตรีในการว่าความในแต่ละคดีที่แตกต่างกัน”

“เวลาเราอ่านบท ในหัวเรามันมีจังหวะคำพูดเหล่านี้อยู่ในหัว แล้วหญิงรู้สึกว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ต้อนคนให้จนมุมมันคือต้องต้อนจนหลังชนกำแพง ถ้าไม่ใช้ด้วยแรงก็ต้องใช้ด้วยคำพูด หญิงก็เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวของจิตตรี แต่เดี๋ยวถ้าทุกคนได้ดูซีรีส์จะเข้าใจ”

ตอนสามีใช้เสียงแบบนี้ใส่ไหม?
“สลับกัน สามีต้อนเรา อันนี้อวด ไม่ใช่ (ยิ้ม)ไม่หรอก ก็คุยกับสามีก็จะเป็นเสียงปกติ ไม่ค่อยมีปัญหากันอยู่แล้วแหละ”

พูดถึงความท้าทาย ข้อดีของการที่เขากล้าที่จะทำบทแบบนี้ มันทำให้เราได้ดึงศักยภาพนักแสดงออกมาได้ยังไงบ้าง ?
“โห พี่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้มันทำให้เปิดหน้าต่างในการทำงานพี่ไปได้อีก 10 20 ปีเลยนะ คือในทุกๆ งานมันจะให้พลังงานอะไรใหม่ๆ กับเราเสมอ สำหรับเรื่องนี้มันทำให้เรารู้สึกว่า การทำเรื่องทนายให้มันสนุก แล้วมันมีไดนามิกของตัวละครที่ตัวจิตรีไม่ได้มีแค่เส้นของความเครียดอย่างเดียว เดี๋ยวถ้าได้ดูจะเข้าใจ มันมีความกวนมากๆ มันมีคาแรกเตอร์ของความกลยุทธ์บางอย่างที่หยิบใบนี้หยิบใบนั้น คือมันคิดตลอดเวลา แล้วมีความเป็นขุ่นแม่บางอย่างด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าเราได้เห็นบางลิ้นชักที่เราเปิดไปแล้ว อย่างพวกลิ้นชักขุ่นแม่ หรือว่าลิ้นชักความเป็นแม่กะเทยเรามีอยู่แล้ว แต่ว่าในลิ้นชักอื่นๆ ที่ตัวละครอื่นๆ เราไม่สามารถเปิดลิ้นชักได้ ตัวนี้มันทำให้เราได้เปิดลิ้นชักเหล่านั้นเพิ่มขึ้นอีก เรารู้สึกว่ามันทำให้เราได้เห็นว่ามีอะไรในตัวเราที่มันสามารถไปได้ต่อ”

พี่ไก่เขามือรางวัลมามากพอสมควร ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราหวังรางวัลอะไรบ้างไหม?
“หญิงยังไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้น แต่ว่าก็บอกกับพี่ไก่ว่ามันก็เป็นความกดดัน เพราะว่าตอนที่เราถ่ายทำเรื่องนี้ ตอนที่เปิดกล้องเนี่ย ยังไม่มีสงครามส่งด่วนเลย หมายถึงว่ายังไม่ได้ออน แต่ว่าเปิดกล้องกันประมาณสักแป๊บนึงสงครามส่งด่วนก็ออนพอดีปีที่แล้ว แล้วก็ ประสบความสำเร็จมากๆ ก็ยังสะกิดกับณัฏฐ์ว่า ซวยแล้วมึง ยังไงดีวะ แต่ยังพูดติดตลกกันเล่นๆ ว่ามันอาจจะเป็นจุดสูงสุดของพี่แล้วไงพี่ไก่ เจอเรื่องเรามันอาจจะดิ่งลงก็ได้นะ มันคนละแบบอะไรใหม่ๆ แต่ว่าใดๆ สำหรับหญิงนะ ณ วันนี้ถ้าพูดในความรู้สึกจริงๆ เลย ถ้าเป็นผลงานของคนไทย ตั้งแต่ 1 จนถึง 100 เลย คือมันเป็นงานที่เขียนบทโดยคนไทย โครงสร้างเรื่องโดยคนไทย นักแสดงไทย ผู้กำกับไทยทุกอย่าง หญิงก็อยากให้มันประสบความสำเร็จได้มากที่สุดเพื่อให้มันได้ฉาย 190 ประเทศค่ะ ตัวหญิงมองว่าตัวอินเตอร์มันต้องโกกันไปทั้งกลุ่ม หญิงรู้สึกว่าถ้ามันจะได้ไปกันแบบ พี่ไก่จะได้ทำงานแบบหนังนอกหรืออะไร มันอยากให้ได้กันทั้งกลุ่ม รู้สึกว่าอันนี้มันคือความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับหญิง รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนที่ได้อยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ก็อยากให้ไปกันได้ไกลๆ”

ไปไหนมาไหนช่วงนี้ก็จะได้เห็นผู้หญิงกับพี่ตุลย์อยู่ด้วยกันตลอดเวลา วันนี้ก็มาด้วย เขาบอกว่าพี่หญิงเป็นนายกสมาคมภรรยาตามสามีหรือเปล่า ไปไหนไปด้วยกันตลอด?
“เขาบอกว่าเราตัวติดกันเหรอ ไปที่ไหนก็อยู่ด้วยกันตลอด ไม่ติดมากแต่ก็มา (ใครติดใครมากกว่า?) ติดกันทั้งคู่ ก็เหมือนเรารู้สึกว่าอาจจะเป็นความชอบที่เรามีมันเหมือนกัน ตื่นเช้าก็ต้องออกไปวิ่ง อยากกินอะไรก็เปิดมาปุ๊บ อ้าว อยากกินเหมือนกัน อยากกินร้านนี้ มันเหมือนคนที่อยู่ด้วยกันมาเป็นจะ 10 ปีแล้ว มันก็รู้จักกันทุกเรื่อง แล้วมันก็เหมือนไปไหนคนเดียวมันก็แอบเหงาๆ”

เคยมีนัดที่แบบว่าถ้าพี่ตุลย์ไม่ไป นัดนี้ล่มไปเลยมีไหม?
“ส่วนใหญ่หญิงจะเป็นคนเท เพื่อนจะรู้ว่าหญิงเป็นคนชอบเท พี่ตุลย์ก็จะตามน้ำ ถ้าหญิงไม่ไปพี่ก็ไม่ไป (เทเพราะ?) ง่วง (ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่ตุลย์?) ตามวัยสุดๆ ตอนนี้ ตามวัยเลยแบบโอ๊ย เพลีย เพื่อนจะรู้ว่าอย่างเกรซก็จะรู้ว่า นัดแล้วแม่กูเทกูแล้วจ้า”

แสดงว่าเขาก็เป็นซัพพอร์ตเตอร์ที่ดีสำหรับเรามากๆ?
“มากๆ ค่ะ หญิงก็เป็นซัพพอร์ตเตอร์ให้เขาที่ดีเหมือนกัน เขาไปแข่งกีฬาหรืออะไรเราก็จะไป อย่างเสาร์อาทิตย์นี้เขาไปแข่งที่สัตหีบเราก็ต้องไป”

จริงๆ งานที่เราทำ มีคนที่คอยซัพพอร์ต ติดตามเราไปด้วย ได้เห็นสิ่งที่เราทำมันเป็นยังไง?
“หญิงรู้สึกว่าคู่ชีวิตมันก็อยู่ในทุกๆ เรื่องราว มันก็มีทั้งเรื่องดีแล้วก็ไม่ดี ในวันที่ดีเขาก็อยู่ซัพพอร์ตเราเป็นกำลังใจให้เรา เราก็รู้สึกว่าการมีเขาอยู่มันก็รู้สึกอุ่นใจ รู้สึกว่าอย่างน้อยวันนี้จะไม่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง แต่อย่างน้อยขากลับมีคนจูงกลับแล้วกันวะ อ้าว แล้วคนโสดจะอยู่ยังไง นั่นแหละ ก็รู้สึกสบายใจที่ได้มีเขา”

หลายคนแอบรู้สึกว่าบางคู่อาจเป็นช่วงโปรโมชั่น แต่ว่าคู่เราเป็นยังไงบ้าง?
“คู่หญิงเป็นคู่ที่สม่ำเสมอ หมายถึงว่าไม่ได้เคยมีเลเวลที่สูง หรือว่าหญิงกับพี่ตุลย์ไม่เคยมีเซอร์ไพรส์อะไรใหญ่โต แบบดอกไม้ ไม่เคยมีนะ อย่างมากวาเลนไทน์ก็ถามกันอยากกินอะไร ไปจองร้านที่อยากกิน แค่นั้น มันก็เป็นความรักที่สม่ำเสมอแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกค่ะ ก็เลยไม่ได้มีความคาดหวัง แล้วก็อยู่กันแบบชิลๆ มานานแล้ว มันก็เลยทำให้เราอยู่กันได้มานาน”

แล้วเรื่องเทศกาลต่างๆ ที่ไม่ได้มีโมเมนต์ ไม่มีความพิเศษ มันมีความรู้สึกบ้างไหม?
“ก็มีแต่ก็คุยกันค่ะ บอกว่ามันไม่มีเลย ก็จะบอกเขาว่า ปีนี้อยากกินอันนี้ ปีนี้อยากทำอะไร อยากได้อะไร แล้วนี่ก็เป็นชะนีที่ดูแลตัวเองเก่งด้วยไง แต่พี่ตุลย์เขาก็จะเป็นฟีลเหมือนมาซัพพอร์ตเราในเรื่องของความรู้สึก หรือการเอาใจใส่มากกว่า (ความต้องการจริงๆ ตอนนี้มันไม่ได้เยอะมาก?) ใช่ ทั้งคู่ด้วย ส่วนใหญ่ตอนนี้อยากได้ก็อยากได้ไม้กอล์ฟใหม่ จะไม่ใช่ผู้หญิงมาก อยากได้ไม้กอล์ฟเซ็ตใหม่ เป็นฟีลนั้นมากกว่า (จะออกแนวสายปาร์ตี้ส่วนใหญ่?) เฮลตี้ก็มีค่ะ แต่ว่าเป็นไปดื่มบ้างอะไรบ้างตามประสา แต่ก็ไม่ได้เยอะค่ะ”

หลายคนเลยยกให้ว่าถ้าจะใช้ชีวิตคู่ก็ให้นึกถึงคู่ของเรา ?
“ก็ดีใจนะ คือหญิงว่ามันเป็นความรัก หรือคู่ชีวิต มันจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อคนสองคนมันบาลานซ์กัน หญิงว่ามันไม่ได้มีใครต้องการมากกว่า หรือไม่มีใครที่พยายามทำได้มากกว่า แล้วก็คุยกันเยอะๆ ซึ่งคู่หญิงกับพี่ตุลย์เป็นคู่ที่คุยกันตั้งแต่คบกันเลยว่าถ้ามีอะไรไม่พอใจให้พูดเลยนะ แต่หญิงจะไม่พูดแบบโกรธหรือว่าอะไร เราจะพูดด้วยเหตุผล ซึ่งมันก็เป็นเหมือนน้ำหนักของการพูดคุยกันมาเป็นเวลา 10 ปี โดยที่เราไม่เคยทะเลาะกันเลย แบบแรงๆ ไม่เคยนะ แต่อารมณ์แบบขับรถแล้วหงุดหงิดใส่กันมี เป็นแบบปกติ แต่ว่าทะเลาะกันเรื่องใหญ่ๆ แรงๆ ไม่เคยมี ก็คุยกันทุกเรื่องค่ะ”

ไปอาบแสงจันทร์มา เป็นยังไงบ้างคะ ทำไมถึงทำให้เราสะพรึงขนาดไหน?
“คือวันนั้นไปทำบุญกันที่จันทบุรี ไปวัดไปหล่อพระ แล้วก็กลับมาบ้าน วันนั้นเป็นวันไหว้พฤหัส ก็ไหว้เตรียมของไหว้กัน ดอกไม้ก็ช่วยกันจัด ไหว้เสร็จก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน เป็นบ้าน Airbnb มี 2 ชั้น นอนกันได้ประมาณ 6 คน ชีเกรซก็บอก ‘แม่ขึ้นไปเลย เดี๋ยวหนูจะสวดมนต์’ ไม่ได้บอกว่าจะออกไปไหน ‘เดี๋ยวหนูจะสวดมนต์’ ภาพฉันก็คือ นั่งสวดในบ้านไม่อยากมีคนรบกวน ฉันก็เดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำชั้น 2 พี่ตุลย์ก็ลงมาข้างล่างมาเอาน้ำเพื่อจะขึ้นไปกินชั้น 2 นางก็เดินขึ้นมาปุ๊บแล้วนางก็มาเคาะประตูห้องน้ำพี่ แล้วบอกว่า ‘หญิงๆ เกรซมันออกไปยืนกลางสนาม’ ความรู้สึกหญิงก็คือ ‘แล้วไงอะ มันก็ไปยืนกลางสนามแล้วมันจะเป็นยังไง’ เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้ดู ปึ้ง ส่งมา อู้หู แล้ววันนั้นคือบ้านมันเป็นบ้านแฝด มันมีคนอยู่อีกหลังหนึ่งด้วยนะ ที่ไม่ใช่เพื่อนเรา แล้วเขาจะคิดยังไง แล้วตรงนั้นมันคือเป็นแม่น้ำแล้ว คือลอยได้เลย แล้วมันก็ขาวมาก ชีเกรซขาวขนาดนั้น พอนางยังไม่เห็น จนนางสวดพาหุง นางเดินสวดพาหุง มันใช่ทุกกรณี ทุกแวบเลยคือใช่แน่นอน แล้วพอนางเห็นรูปนางหัวเราะ แต่ว่าคนเห็นน่ะพี่ตุลย์ใจเสียไปแล้ว แล้วผมก็ยาว ตัวก็ซีด ชุดขาวล้วน มันใช่ทั้งหมด (มีเหตุผลไหมที่ใส่ชุดนั้น?) ไปทำบุญมาไง ไปทำบุญหล่อพระที่วัดมา นางก็ใส่ขาวไง แต่ถ้านางสะกิดบอกว่า ‘แม่เดี๋ยวหนูจะไปอาบแสงจันทร์’ มันก็ไม่มีปัญหา ให้เราเตรียมใจหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องตลกๆ ก็ไม่คิดว่าคนจะดูเยอะขนาดนั้น แล้วก็แค่ลงรูป รูปเดียวด้วยนะ คือถ้าไม่เขียนแคปชั่นว่าเป็นใครคนก็จะแบบว่า พี่แจ็คคะ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้”