หมอเคลียร์ชัด! ตรวจ DNA ลูกในท้อง ‘ฟารีดา’ ไม่เจาะน้ำคร่ำ ส่งแล็บฮ่องกง 14 วันรู้ผล ติณติณ พ่อเด็กหรือไม่?
จากกรณีที่ ฟารีดา นักร้องสาว ออกมาแฉว่าตนเองตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน โดยระบุว่าพ่อของเด็กคือ ติณติณ จรัสรวี เทียมคลั่ง หรือ ติณติณ นิวคันทรี่ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายชายออกมารับผิดชอบค่าเลี้ยงดู โดยล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเข้ารับการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA) จากเดิมเป็นวันที่ 20 มิถุนายน ได้เลื่อนมาเป็นวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. สถานที่ คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ (ซอยวิภาวดีรังสิต 16/6) เพื่อพิสูจน์ว่าเด็กในครรภ์ฟารีดา เป็นลูกติณติณ หรือไม่
ทั้งนี้ พญ. กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ สูตินารีแพทย์ เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ และนายอานนท์ เลิศไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCC Group ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า
ในวันนี้กระบวนการทั้งสองกระบวนการเป็นอย่างไรบ้าง?
พญ.กมลภัทร : “ก็คือจริงๆ ที่อยากมาพูดในวันนี้ เพราะว่าหลายคนยังสับสนว่ามันเป็นการเจาะน้ำคร่ำหรือเป็นการเจาะเลือด หมอขอยืนยันให้ว่า ในทางการแพทย์เราไม่มีการเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจหาความสัมพันธ์พ่อลูกแน่นอน เพราะว่ามันเป็นความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ การเจาะน้ำคร่ำมันมีโอกาสแท้งได้ เทคนิคที่เราใช้วันนี้จึงเป็นการเจาะเลือดค่ะ โดยที่เราเชื่อว่าตรงรกที่มันเกาะกับคุณแม่ มันจะมีชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่หลุดมาในเลือดคุณแม่ แล้วเราก็เลยเจาะเลือดคุณแม่ไปแล้วก็เอาชิ้นส่วนดีเอ็นเอมาวิเคราะห์ว่ามันแมตช์กับคุณพ่อไหม”
แล้วการส่งแล็บมันต้องส่งไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง?
นายอานนท์ : “ก็กระบวนการตรวจในห้องแล็บ เราจะส่งไปตรวจที่ต่างประเทศ ระยะเวลาที่ใช้จะอยู่ที่ 14 วันทำการ”
ส่งตรวจที่ไหนระบุได้ไหม?
นายอานนท์ : “ส่งไปที่ฮ่องกงครับ”
ความแม่นยำอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์?
นายอานนท์ : “ความแม่นยำอยู่ที่ 99.9 เปอร์เซ็นต์ครับ”
การตรวจแบบนี้กี่เดือนครับถึงจะสามารถตรวจได้ชัดเจนว่าเป็นลูกใคร?
นายอานนท์ : “การตรวจนี้ ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ที่ 9 สัปดาห์เป็นต้นไปครับ”
การตรวจของน้องทั้งสองคนผ่านไปด้วยดี มีคำแนะนำให้กับน้องทั้งคู่อย่างไรบ้าง เพราะตัวฟาเองยังมีความเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันจะส่งผลอะไรต่อตัวเขาไหม?
พญ.กมลภัทร : “จริงๆ เมื่อกี้เท่าที่คุยกับน้องเขา น้องก็ยังดูโอเคนะคะไม่ได้เครียดมาก ไม่ได้มีอะไร ก็แค่ให้ดูประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น”
ที่คุณหมอประเมินสุขภาพเขาโอเคไหม?
พญ.กมลภัทร : “เท่าที่ดูโอเค มีประวัติฝากครรภ์ชัดเจน”
แล้วสุขภาพจิตของเขาจะส่งผมอะไรกับตัวเด็กไหม?
พญ.กมลภัทร : “แน่นอนว่าถ้าคุณแม่เครียด น้องก็จะมีความเครียดตามและถ้าเครียดมาก ๆ อาจจะทำให้มีผลต่อการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด”
เขาถึงขนาดต้องยาซึมเศร้าไหม?
พญ.กมลภัทร : “อันนี้เป็นการประเมินดูเบื้องต้นมาก ๆ ไม่ได้ดูถึงขนาดนั้น”
แล้วในพาร์ทของผู้ชายต้องตรวจยังไงบ้าง?
พญ.กมลภัทร : “พาร์ตของผู้ชายก็จะเป็นการตรวจจากกระพุ้งแก้ม ไม่ได้เจาะเลือด ที่เราต้องเจาะเลือดคุณแม่เพราะว่าต้องการชิ้นส่วนดีเอ็นเอของลูกที่ปนอยู่ในเลือดคุณแม่ แต่ว่าของผู้ชายที่จะเอาดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้มเลย”
ในตอนนี้ก็ตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว?
พญ.กมลภัทร : “ของผู้ชายกำลังตรวจอยู่ แต่ว่าของคุณแม่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
หลังจากที่ทราบผลแล้ว ทางที่นี่จะส่งผลให้ต้นสังกัดเลยหรือยังไงครับในการประกาศยืนยันชัดเจนว่าใครคือพ่อของเด็ก?
นายอานนท์ : “ตรงนี้จะมีการตกลงกันหลังจากเก็บตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วว่าจะตกลงกันว่าจะส่งผลไปทางไหน”
ปกติแล้วการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ ผลมันออกมาจะต้องดูเป็นกลางมากที่สุด ผลตรวจเราจะไม่มีการเปิดแล้วส่งให้ทั้งสองฝ่ายเลยใช่ไหม?
นายอานนท์ : “ถูกต้องครับ”
ตอนนี้ห้องฟาเขาเหมือนมีความกังวลในการตรวจที่คลินิกมันดูไม่เท่าโรงพยาบาลใหญ่ เราอยากจะยืนยันอะไรตรงนี้ไหม?
นายอานนท์ : “จริง ๆ คลินิกของเราเปิดให้บริการนานว่า 15 ปีนะครับ แล้วก็ในเมืองไทยเองในเรื่องของสถานที่นับตรวจดีเอ็นเอยังมีไม่เยอะ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ดังนั้นโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เขามีให้บริการจริง ๆ เขาก็ส่งตัวอย่างมาตรวจที่เรา เพราะฉะนั้นในเรื่องของความแม่นยำ ความสบายใจเนี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”


