เดินหน้าสู้ ซี พฤกษ์ ขอปกป้องตัวเอง หลังถูกบิดเบือนข้อมูลนานหลายปี หวังเป็นเคสตัวอย่าง
หลังจากที่นักแสดงซีรีส์วายชื่อดัง ซี พฤกษ์ พานิช ได้เดินทางไปแจ้งความเพื่อร้องทุกข์ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกรณีมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี นำคลิปวิดีโอและข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความในลักษณะใส่ความ บิดเบือนข้อเท็จจริง ว่าตัวศิลปินมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและไม่จริงใจต่อแฟนคลับ
โดยเจ้าตัวยืนยันว่าข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นไม่เป็นความจริง ส่งผลให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทบต่อภาพลักษณ์ และทำให้แฟนคลับบางส่วนเกิดความเข้าใจผิด จึงได้ตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด มีโอกาสได้เจอ หนุ่มซี ในงาน DMD LINE UP 2026 ”THE RISE CONTINUES“ ที่ ยูเนียนฮอลล์ ชั้น6 ยูเนียนมอลล์ เลยได้อัพเดตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เผยรวบรวมหลักฐานเป็นปึกใหญ่และใช้เวลาสอบปากคำกับตำรวจไซเบอร์นานถึง 4 ชั่วโมง ยืนยันไม่ได้ต้องการเรียกค่าเสียหายเป็นตัวเงิน แต่อยากให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้โซเชียล และหากผู้กระทำผิดยอมรับความผิดพร้อมออกมาขอโทษก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุดแล้ว
ล่าสุดไปแจ้งความมา เพราะมันหนักหนาจนทนไม่ไหวแล้วเหรอ?
“จริงๆ มันมีมาเรื่อยๆ แหละ แต่เราเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง เราเลยรู้สึกว่าต้องปกป้องตัวเองแล้ว ต้องสู้แล้วครับ แค่การออกสเตจเม้นท์ อย่างเดียวอาจจะไม่ช่วย เลยต้องหวังพึ่งกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งผมก็ได้เริ่มทำตามขั้นตอน เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแต่ละขั้นตอนมันมีกระบวนการและระยะเวลาของมัน”
จริงๆ โดนเรื่องนี้มานานแล้วใช่ไหม?
“โดนมาเรื่อยๆ ครับ เอาจริงๆ ผมเห็นคนในวงการเยอะมากที่โดนสิ่งพวกนี้ บางเรื่องเราไม่รู้ว่าใครเจอเรื่องจริงหรือไม่จริงยังไง แต่สำหรับเราถ้ามันไม่ใช่ข้อเท็จจริง เราอยากออกมาปกป้องตัวเองเพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ยอดวิวในโซเชียลมันเริ่มสูงขึ้น ทั้งใน X ที่ดูเหมือนอัลกอริทึมจะเปลี่ยนไป ทำให้คนสามารถหาเงินจากทางนี้ได้ เราเลยปรึกษาทั้งพี่อ๊อฟชั่น(กิตติพัฒน์) ทนาย และผู้ที่มีความรู้ด้านนี้ เพราะพอยอดวิวสูง คนก็เริ่มเข้าใจผิด ทำให้เสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และกระทบไปถึงธุรกิจที่เราทำ เพื่อนร่วมงาน รวมถึงคนรอบตัวด้วย”
คนเดิมๆ ไหมที่ทำ?
“คนเดิมๆ ก็มีที่ทำมา 5-6 ปีเลย จริงๆ มันมีหลายแอ๊กเคาต์มาก เราพยายามรวบรวมหลักฐาน ปรินต์ออกมาเป็นปึกๆ หลายปึกมาก แต่ก็ทำแยกๆ เพื่อให้พี่ๆ ตำรวจอ่านง่ายด้วย ใจจริงอยากจะแจ้งให้หมดเลย แต่เป็นไปได้ยากที่จะแจ้งทั้งหมด เลยไม่อยากระบุว่ามีจำนวนกี่แอ๊กเคาต์ที่แจ้งความไป แต่เราเริ่มมีความรู้แล้วว่าทาง X หรือแพลตฟอร์มต่างๆ มันสามารถหาตัวตนได้ยังไง โดยคุยกับตำรวจไซเบอร์ครับ”

มีข้อความไหนไหมที่รู้สึกว่าอันนี้รับไม่ได้แล้ว ต้องจัดการ?
“จริงๆ ก็ทุกอันนะครับ บางอย่างเราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถปกป้องตัวเองได้ ผมอยากทำเคสนี้ให้เป็นตัวอย่าง เผื่อจะช่วยใครอีกหลายๆ ท่านได้ด้วย เพราะเมื่อวานผมไปสอบปากคำมาถึง 4 ชั่วโมง นานมากครับ ได้คุยกับตำรวจไซเบอร์ ท่านก็สนับสนุนและให้ข้อมูลว่าที่มาที่ไปของแอ๊กเคาต์เหล่านี้เป็นยังไง เราจะพยายามตามตัวให้ถึงที่สุด”
ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไหมว่าคดีแบบนี้ต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน?
“เรื่องระยะเวลาผมไม่แน่ใจ แต่ทุกคดีมีกำหนดเวลาของมันอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ชินที่มีคดีความ(หัวเราะ) ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายพิจารณาว่าผิดมาตราไหน เราเคารพกฎหมายอยู่แล้ว แต่เท่าที่คุยกับทางเจ้าหน้าที่เราสามารถแจ้งข้อหาอะไรได้ เพราะหลักฐานเราแน่นมาก แต่เนื่องจากผมไม่ได้จบกฎหมายมา เลยให้ตำรวจพิจารณาเลยว่าควรเป็นข้อหาไหนบ้างครับ”
สิ่งที่ต้องการลงโทษเขาคืออะไรครับ ค่าเสียหาย หรือคำขอโทษ?
“จริงๆ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมครับ ผมแฮปปี้ดี มีคนที่รัก มีเงิน และมีความสุขในแบบที่เป็นอยู่ แต่อยากให้เคสนี้เป็นบทเรียนและเตือนสติคนใช้โซเชียลมากกว่า ในฐานะที่เราพอจะมีกระบอกเสียงก็อยากสื่อสารว่าสิ่งนี้มันไม่ถูกต้อง แม้ในโลกโซเชียลจะคุมยาก แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ลดลงบ้าง ถามว่าสุดท้ายแล้วบทลงโทษที่เราอยากให้เขาได้รับคือยังไง ส่วนตัวผมนะ ถ้าเขายอมรับผิดในสิ่งที่ทำและออกมาขอโทษ ผมก็รู้สึกดีใจแล้วครับ ไม่ได้อยากได้เงิน แค่อยากให้เขารู้ตัว บางคนอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือทำตามๆ กันมาแบบอุปทานหมู่โดยไม่ได้ใช้วิจารณญาณ เพราะบางอย่างมันทำให้คนอื่นเสียหายมาก ผมเคยมีเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้าเพราะเรื่องแบบนี้มาแล้ว พอมานั่งคิดก็แปลว่าเราเองก็สตรองมากนะที่ผ่านมาได้”
หลังจากแจ้งความไปแล้ว แอ๊กเคาต์เหล่านั้นหายไปบ้างไหม?
“มีครับ บางแอ๊กเคาต์ก็ปิดไปเลย แต่เราเก็บหลักฐานไว้หมดแล้วก่อนจะดำเนินการ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ”



