หน้าแรก บันเทิง แพนเค้ก-บีม-อ...

แพนเค้ก-บีม-ออย ย้ำเชื่อมั่นในมาตรฐาน Dr.JiLL เคลียร์ชัดปม ‘โปรตีนตกฉลาก’ ยันความโปร่งใส

19.06.26 | 15:18 น.

แพนเค้ก-บีม-ออย ย้ำเชื่อมั่นในมาตรฐาน Dr.JiLL เคลียร์ชัดปม ‘โปรตีนตกฉลาก’ ยันความโปร่งใส

จากกรณีที่โซเชียลมีการพูดถึง โปรตีนตกฉลาก และมีการพาดพิงถึงแบรนด์ Dr.JiLL โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ณ True Digital Park East ซึ่งหลังจบการแถลงข่าวโดย อัญชิสา ธนาวิมลวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของแบรนด์ Dr.JiLL พร้อมด้วย ทนายนิด้า และ พรีเซ็นเตอร์ อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ, บีม กวี และ ออย อฏิพรณ์ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว

โดย อัญชิสา เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทางบริษัทต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ ว่าเกิดจากกระแสความตื่นตัวของผู้บริโภคที่ต้องการตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลสินค้าอย่างลึกขึ้น ทางแบรนด์จึงมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปิดเผยกระบวนการทำงานเพื่อแสดงความโปร่งใส

“คือจริงๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานะคะ ผู้บริโภคก็มีการตื่นตัวในเรื่องของสินค้าประเภทต่างๆ กันหลายๆ ประเภท ที่อยากจะตรวจสอบแล้วก็เข้าถึงข้อมูลที่ลึกขึ้น เกี่ยวกับสินค้าที่เขาอุปโภคบริโภคต่างๆ จริงๆ พอมันมีกระแสขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ทางเราก็มีการสุ่มตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะคะ แต่ทีนี้พอกระแสหลายๆ อย่างมันอาจจะงวดเข้ามา หรือว่าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทางเราก็คิดว่ามันถึงเวลาที่เราอาจจะต้องเปิดเผยกระบวนการการผลิต การตรวจสอบวัตถุดิบ หรือว่าคุณภาพต่างๆ เรียกอย่างนี้แล้วกันว่า เราเปิดเผยวิธีการทำงานของเรานะคะ ว่าเราทำงานกันอย่างไร แล้วก็มีความโปร่งใสในการตรวจสอบมากน้อยแค่ไหน วันนี้ก็เลยเชิญพี่ๆ นักข่าว มารับฟังแล้วก็มาพูดคุยกัน”

ในส่วนของแนวทางการรับมือหากมีผู้นำสินค้าไปส่งตรวจแล้วพบว่าค่าไม่ตรงกัน คุณอัญชิสาระบุว่าในอดีตเคยมีประสบการณ์จัดการกับสินค้าปลอมมาแล้ว และทางบริษัทยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับผู้บริโภคและหน่วยงานต่างๆ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

Advertisement

“จริงๆ พี่เองเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ Dr.JiLL เซรั่ม พี่เคยตรวจเจอของปลอมนะคะ แล้วก็พูดคุย ไปแจ้งตำรวจ ปคบ. แล้วก็ได้รับความกรุณาจากตำรวจ ปคบ. ตรวจสอบแล้วก็จับนะคะ ในวันนั้นก็เจอเซรั่มปลอม 5,000 กว่าชิ้น แล้วก็ได้แถลงข่าวไปเรียบร้อยที่ ปคบ. แล้วก็มีทาง อย. เข้ามาร่วมแถลงด้วยนะคะ พี่เจอของปลอมมาโดยตลอด วันนี้พี่ยังบอกไม่ได้ว่าพี่เจอของปลอมในเรื่องของโปรตีนหรือเปล่า แต่ก็ยินดีถ้าเกิดว่าใครจะร่วมสุ่มซื้อแล้วตรวจสอบ แล้วสงสัยว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ก็ยินดีที่ให้ตรวจสอบ หรือว่าส่งเข้ามาที่บริษัทเรา ก็จะได้ตรวจสอบร่วมกัน เพราะว่าเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หรือแม้แต่ทางบริษัทเอง ก็อยากจะร่วมมือ แล้วก็ได้ตรวจสอบร่วมกันค่ะ”

สำหรับประเด็นข่าวการตกฉลาก อัญชิสา ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อยอดขายของแบรนด์ และมองว่าเป็นสิทธิขาดของผู้บริโภคในการตรวจสอบและตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังได้แนะนำวิธีการสังเกตสินค้าของจริงและของปลอม โดยเน้นย้ำให้ซื้อจากร้านค้าทางการ สังเกตความน่าเชื่อถือของร้าน และความผิดปกติของบรรจุภัณฑ์ พร้อมยืนยันด้วยความเด็ดขาดว่าจะลงพื้นที่จัดการด้วยตัวเองหากพบสินค้าปลอม

“ถ้าซื้อในร้านค้าที่เป็นมอลล์ หรือเป็นออฟฟิเชียลก็จะดีมาก แต่จริงๆ ดูที่ตะกร้าได้นะ ตะกร้าการซื้อในตะกร้าหรือรถเข็น หรือจำนวนชิ้น ไอเทมที่มันขายออกไป ถ้าเพิ่งเปิดใหม่ๆ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม พี่ว่าก็มีความเสี่ยง แต่จริงๆ มีพี่อินฟลูเอนเซอร์ท่านนึงที่เขาเคยไลฟ์แล้วก็มีคนมาบอกว่า รูปลักษณ์ของซองข้างในมันเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นซองฟอยล์ใหญ่อยู่ในกระปุก มันเป็นซองฟอยล์เล็กหลายๆ อัน อันนั้นก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะไม่ใช่แล้ว หรือว่าอะไรอย่างนี้ แต่ตอนนี้เท่าที่ตรวจสอบก็คือยังไม่พบ เพราะท่านที่มาคอมเมนต์หรือมาบอกกับอินฟลูเอนเซอร์ ก็ยังไม่ได้ติดต่อมาทางออฟฟิศ ซึ่งพี่บอกเลยว่าถ้าเมื่อไหร่มีของปลอม พี่ลงตรวจ พี่นี่แหละเป็นคนไปลงพื้นที่เอง เมื่อ 3 ปีที่แล้วพี่ก็เป็นคนลงพื้นที่ เพราะฉะนั้นวันนี้ใครทำก็เจอพี่แน่นอน”

ทั้งนี้ อัญชิสากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ข่าวสารต่างๆ จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ แต่บริษัทจำเป็นต้องออกมาชี้แจงด้วยตัวเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบและปกป้องความรู้สึกของเหล่าพรีเซ็นเตอร์ หากผู้บริโภคนำตัวอย่างไปส่งตรวจแล้วพบความผิดปกติ ทางบริษัทก็ยินดีที่จะเป็นตัวกลางช่วยตรวจสอบและพาไปแจ้งความดำเนินคดี หากมีหลักฐานการสั่งซื้อที่ครบถ้วน

“จริงๆ พี่คิดว่า ตรวจสอบเสร็จแล้ว มีที่มาที่ไป แจ้งมาทางบริษัท มีใบสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มต่างๆ มีใบเสร็จ สลิปโอนเงิน แล้วส่งมาทางออฟฟิเชียลของเรา เราช่วยตรวจสอบได้ พี่สามารถพาไปแจ้งตำรวจได้ คือทุกอย่างเราทำร่วมกัน เพราะมันจะได้เป็นเคสตัวอย่างว่า คุณทำของจริงของปลอมอย่างไร เอกสารที่ออกมาจริงปลอมอย่างไร มันก็จะได้ตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะว่าคุณสั่งซื้อ มีใบเสร็จ มีสลิปการโอนเงินทุกอย่าง ส่งมาที่บริษัทเลย ยินดีที่จะตรวจสอบร่วมกัน”

ทางด้าน บีม กวี ได้เผยความรู้สึกว่า การแถลงข่าวของ Dr.JiLL ในครั้งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งตนเองและผู้บริโภค ทำให้สามารถตอบคำถามลูกค้าเกี่ยวกับการตรวจสอบและมาตรฐานการผลิตได้อย่างเต็มปาก หลังจากที่มีคนคอยสอบถามเรื่องนี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“จริงๆ ต้องบอกว่าวันนี้อยากขอบคุณทาง Dr.JiLL มากๆ ที่ออกมาทำแถลงข่าวแบบจริงจังแบบนี้ เพราะว่าเราในฐานะผู้บริโภคด้วย แล้วก็ในบางครั้งเป็นคนที่ขายด้วย เราจะได้ยืนยันกับทุกคนได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราขายเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นได้แบบเต็มปากเต็มคำจริงๆ แล้ววันนี้เราก็ได้คุยกับทางเจ้าของด้วย แม้แต่ฝั่งผลิตด้วย คือมันยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นแหละ เพราะฉะนั้นเวลาที่ต่อไปนี้เวลาเราไลฟ์ขายของ มีคนเข้ามาถามเราจะได้ตอบได้ว่า เรามีมาตรการแบบนี้นะในการตรวจสอบ เรามีมาตรฐานแบบนี้นะในการผลิต อย่างที่บอกคือเราต้องขอบคุณทาง Dr.JiLL ที่ทำให้มีการแถลงข่าวแบบนี้แล้วทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการที่เราจะได้บอกทุกคนได้อย่างชัดเจนต่อไป”

ขณะที่ ออย อฏิพรณ์ เสริมว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการส่งเอกสารยืนยันให้ลูกค้าดูตลอด แต่การจัดแถลงข่าวพร้อมชี้แจงกระบวนการทั้งหมดในวันนี้ ถือเป็นการปลดล็อกความกังวลและครอสเช็กข้อมูลทุกอย่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมาเราก็จะมีเอกสารโชว์ แล้วในตะกร้าสามารถที่จะทักแชตเข้าไปขอเอกสารจากแอดมินส่งเป็น PDF ให้เลย แต่บางทีพอเวลาผ่านไป เอกสารจากฝั่งเราอย่างเดียวมันอาจจะยังไม่คลายความสงสัย ฉะนั้นวันนี้มันเหมือนกับการปลดล็อก ทุกอย่างเวลาคำพูดทุกสิ่งที่เราเคยพูดไว้ หรือว่าความสงสัยที่ผู้บริโภคมีอยู่ ออยว่าวันนี้มันค่อนข้างชัดเจน ว่าที่ผ่านมาเรามีกระบวนการในการผลิตยังไง แล้วก็มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อผู้บริโภคยังไง รวมถึงที่เขารีเช็กกันหลายรอบ ก็รีเช็กเพื่อตัวเองด้วย เพื่อผู้บริโภคด้วย มันเป็นการครอสเช็กทุกอย่างค่ะ ฉะนั้นทางโรงงานก็จะเคลียร์ด้วยว่าโรงงานนั้นคือถูกต้อง ทางเราก็ได้สินค้าที่ถูกต้องเอาไปจัดจำหน่ายให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่ตรงกับที่ต้องการไปบริโภค”

ส่วน แพนเค้ก เขมนิจ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัว และรู้สึกขอบคุณที่ทางแบรนด์ออกมาชี้แจงข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้พรีเซ็นเตอร์สามารถพูดต่อและบอกต่อผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ
“ต้องขอบคุณ Dr.JiLL ด้วยที่ทำให้หลายๆ คนได้คลายกังวล หรือว่าเราในฐานะคนทำงาน และในฐานะผู้บริโภคด้วย ในสิ่งที่เราเชื่อมั่นอยู่แล้ว เราก็ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสามารถพูดต่อหรือบอกต่อได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของแพนไม่ได้มีใครถามอะไร ไม่ได้มีใครกังวลเรื่องใดๆ แต่ว่า ณ วันนี้ที่เราได้มีโอกาสพูด ก็จะได้พูดได้อย่างเต็มที่ว่า เราได้เห็นเอกสารทุกอย่างอย่างชัดเจน มีการตรวจอะไร และทางนี้ก็แฟร์อย่างเพียงพอที่จะให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตได้จอยได้ทำงานร่วมกัน”

ในส่วนมุมของข้อกฎหมาย ทนายนิด้า ได้อธิบายถึงผลกระทบในกรณีที่มีการนำคำว่า “ตกฉลาก” ไปแอบอ้างโจมตีแบรนด์โดยไม่เป็นความจริง ว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมเตือนให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารในยุคที่ตลาดอาหารเสริมแข่งขันกันสูงจนเกิดการดิสเครดิต

“ต้องบอกว่า ณ ตอนนี้ ก่อนหน้าที่จะมาแถลง เราได้มีการพูดคุยกับทางผู้บริหาร ต้องบอกว่าวัตถุประสงค์ของวันนี้ อยากแค่ออกมาชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ความสุจริตใจของตัวเอง ดังนั้นเมื่อสักครู่ที่ถามไปว่าตอนนี้ทางแบรนด์ได้รับผลกระทบอะไรหรือยัง ต้องบอกว่ายังไม่ได้ได้รับผลกระทบ แต่ว่าเพื่อการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค มันจึงเกิดวันนี้ขึ้น อย่างไรก็ตามขออนุญาตพูดเลยไปนิดนึงนะคะว่า ณ ตอนนี้ตลาดโปรตีนมันแข่งขันกันสูง แล้วก็รุนแรงมากๆ ดังนั้นไม่พูดไม่ได้ เราไม่อยากพูดเพื่อที่จะไปพาดพิงถึงใคร เราอยากพูดแค่ในกรอบของเรา แต่อย่างไรก็ตามมันแอบจะแตะไปสักนิดนึงไม่ได้ เพราะต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันพอแข่งขันกันสูง มันเกิดการดิสเครดิตกัน เกิดการโจมตีกัน เพื่ออาจจะสร้างยอดขายให้ตัวเอง หรือต้องการให้เราได้รับผลกระทบ หรือไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ต้องบอกว่าอยากฝากผู้บริโภคทุกคนนะคะ ที่จะเลือกบริโภคอะไรก็ตาม อาจจะต้องชั่งน้ำหนักแล้วก็กลั่นกรองนิดนึง ในเรื่องของการรับข้อมูลข่าวสารนะคะ บางทีอาจจะเกิดการโจมตีโดยที่ไม่ได้มีหลักฐานหรือมีข้อเท็จจริงอะไร หรือวันนึงอาจจะมีการกล่าวอ้างว่านำสินค้าของเราไปส่งตรวจ อาจจะต้องเสพแล้ววิเคราะห์นิดนึงว่ามันมีความเป็นไปได้แค่ไหน หรือสิ่งที่ส่งตรวจมันใช่ หรือมีการปนเปื้อนอะไรหรือเปล่าที่ทำให้อาจจะทำให้ค่าเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างนี้ มันสามารถเกิดขึ้นได้ในวงการที่มีการแข่งขันกันสูง แล้วบางทีไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา มันเกิดขึ้นได้

ดังนั้น ณ วันนี้เราก็อยากมาแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนตัวพี่ในฐานะนักกฎหมาย ก็ไม่อยากที่จะต้องมานั่งทำคดีอะไรประเภทนี้นะคะ ดังนั้นในการวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเราเป็นผู้บริโภคแล้วเราได้รับข้อเท็จจริงว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่ถูกบิดเบือนหรือเท็จแล้วเอามาโจมตีกัน คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้นะคะ หรือคุณจะไปแจ้งหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สคบ. หรือ อย. อะไรต่างๆ คุณก็สามารถทำได้ แต่ว่าในทางกลับกัน อย่างที่เมื่อกี้ได้พูดแตะเอาไว้ติดหนึ่งว่า ถ้าคุณโจมตีแล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง มันไม่มีข้อมูลความจริง ดาบนั้นมันก็จะย้อนมาทำร้ายคุณได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมิ่นประมาท หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะว่าสิ่งที่คุณพูดไปเนี่ย ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นประโยชน์ต่อสังคม คุณสามารถทำได้ แต่ว่าถ้าสิ่งที่คุณพูดไปแล้วมันไม่ได้เป็นความจริง มันก็ทำให้สาธารณะหรือแม้แต่เจ้าของแบรนด์ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย เราก็สามารถถูกดำเนินคดีในกรณีอย่างนี้ได้เหมือนกัน”