หน้าแรก บันเทิง ยุ้ย จีรนันท์...

ยุ้ย จีรนันท์ เมินคอมเมนต์แซะ ตกอับ-แย่งอาชีพแม่ค้า-ลดเกรด เผยเคลียร์ ธันน์ แล้ว ประกาศปิดอู่ถาวร!

29.06.26 | 15:42 น.
ยุ้ย จีรนันท์ เมินคอมเมนต์แซะ’ตกอับ-แย่งอาชีพแม่ค้า-ลดเกรด’ เผยเคลียร์ ‘ธันน์’ แล้ว ประกาศปิดอู่ถาวร!

จากนางเอกสู่แม่ค้าไลฟ์ขายของที่สามารถโกยเงินเกือบ 10 ล้านบาท ภายใน 3 ชั่วโมง สำหรับ  ยุ้ย จีรนันท์ ที่ล่าสุดนางเอกสาวมาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บshow เปิดใจย้อนเล่ามรสุมคำดูถูกยุคบุกเบิกไลฟ์สดเมื่อ 10 ที่แล้ว โดนคอมเมนต์แซะแรง ตกอับ-แย่งอาชีพแม่ค้า-ลดเกรดนางเอก พร้อมอัพเดตความน่ารักของลูกสาว “น้องพราวตะวัน” ตอบชัดเคลียร์สามีแล้วพร้อมปิดอู่?

อัพเดตตอนนี้ลูกสาวน้องพราวตะวันกี่ขวบแล้ว?

“ตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน ตอนนี้เลี้ยงลูกแบบ 100% พัฒนาการต่าง ๆ ตอนนี้กำลังน่ารักมากแล้วก็กำลังแสบ เริ่มแสบละ กำลังวัยทอง 2 ขวบ เลือกเองทุกอย่าง เสื้อผ้าวันนี้จะใส่อะไร เลือกทุกอย่าง จะให้ใครอาบน้ำ จะให้ใครเปลี่ยนผ้าอ้อม เลือกเองหมด แต่ก็กำลังน่ารักมากๆ”

2 ขวบ 2 เดือนพูดเป็นแล้ว?

“พูดแล้วค่ะ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็ขยันพูดมาก ยุ้ยเป็นคนพูดเก่งมาก แม่บอกว่าตอนเด็กๆ เนี่ยต้องบอกกับลูกว่าหยุดพูดได้ละ แม่จะนอน คือ ก็เนี่ย อาการพูดเก่งของน้องเนี่ยคือยุ้ยเลย”

Advertisement

หน้าตาเหมือนพ่อแม่ผสมกัน เป็นการถกกันอยู่นะว่าหน้าเหมือนใคร?

“นี่พ่อแม่ก็ถกกันทุกวันค่ะ คือเขาจะบอกว่าตาเขาเหมือนพ่อเขา ก็จะมีแววตาแบบหวาน ๆ เหมือนพ่อเขา ปากบนเนี่ยเหมือนธันน์นะ เพราะปากบนธันน์แหลม แต่ปากล่างอ่ะห้อยเหมือนยุ้ย แบ่งกัน จมูกเหมือนยุ้ย เออแต่เขาบ่นทุกวันเลยนะ ทำไมไม่เอาจมูกพ่อไป จมูกพ่อสวย แต่เขามองยุ้ย เออจมูกคุณเป็นดวงดีเนอะ เอาจมูกคุณนั่นแหละ อะไรอย่างเงี้ย ก็จะแบ่งกัน แต่ที่บ้านยุ้ยเขาบอกว่าโดยรวมแล้วเนี่ยพราวตะวันเหมือนยุ้ย สวยเหมือนแม่ว่างั้นเถอะ พูดแล้วก็ภูมิใจว่าลูกเหมือนเรา เหมือนเรา เหมือนเหมือนพ่อเขาด้วยแหละค่ะ หลาย ๆ คนจะบอกว่าเหมือนพ่ออะไรอย่างงี้ แต่เขาผสมกันจริงแหละ ผสมกัน ดูแล้วก็เหมือนกันทั้งคู่เลย”

แต่ส่วนนิสัย เขาการันตีมาเลยนะว่าเหมือนพี่ยุ้ยเต็ม ๆ เลย?

“จริงๆ แล้ว เรื่องการคุยเก่งอ่ะเหมือนยุ้ย เรื่องการขี้แกล้ง ยุ้ยก็แสบไม่ใช่ยุ้ยไม่แสบ หลายคนจะมองว่ายุ้ยเรียบร้อย คือยุ้ยไม่ได้เรียบร้อย ยุ้ยตอนเนี้ยยุ้ยขี้แกล้งมาก ขี้แกล้งมากๆ แต่ว่าเรื่องนิสัยบางอย่างก็เหมือนพ่อเขาด้วย คืออย่างที่บอกว่าเขาผสมระหว่างพ่อกับยุ้ยได้อย่างแบบคนละครึ่งอ่ะ”

ขี้แกล้งยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย?

“ยุ้ยอ่ะหรอ ยุ้ย ยุ้ยหลายอย่าง แกล้งเพื่อน แกล้งคนในกองถ่าย แกล้งเพื่อนสนิท อะไรอย่างเงี้ย แกล้งธันน์ คือเป็นคนขี้แกล้ง เป็นคนแบบสนุกสนานมากกว่า ตะวันเองเขาก็จะขี้แกล้ง อ่ะอย่างสมมุติว่า “สวัสดีน้าเบนซ์หน่อยลูก” เขาจะหันไปสวัสดีแบบที่ไม่มีเบนซ์อยู่อ่ะ แต่คือสวัสดีนะ ทำทุกอย่าง แกล้งๆ แล้วบอกว่า “บ๊ายบายก็ได้ค่ะ” เขาก็จะบ๊ายบายในส่วนที่ไม่มีคนอยู่อ่ะ เออ แล้วเขาจะหันมามองเราว่าคือเขาทำได้นะ ว่าแบบทำตรงข้ามกับที่แม่บอก อะไรอย่างเงี้ย บอกตัวเองตลอดค่ะ ท่องเอาไว้ว่าลูกเหมือนเรา อยากโกรธลูก อย่าว่าลูก ลูกเหมือนเรา

ในภาพของความเป็นแม่ คุณแม่นี่คือให้นม 100% เลย?

“100% เลยค่ะ ให้ตั้งแต่เกิดวันแรก ให้นม 100% แล้วก็จนตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน ยังกินนมยุ้ยอยู่เลย ยุ้ยไม่อยากเลิก เบนซ์เข้าใจความรู้สึกใช่ไหม มันมีความสุขมาก มันมีความสุขมากเวลาที่เขาดูดนม แล้วเราให้รมนมเขาอยู่เนี่ย เราได้ดมผมเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของตัวเขา ยุ้ยหอมทั้งตัวอย่างนี้ แล้วมีความรู้สึกว่า วันนึงที่ลูกเลิกกินนมเรา มันคงจะเศร้านะ หลายๆ คนก็บอกว่าลูกโตแล้วให้เลิกได้แล้ว เพราะเราไปทำงานลำบาก แต่ยุ้ยมีความรู้สึกว่าหัวอกเรา เรายังไม่อยากให้เลิก ให้ไปจนกว่าเขาจะไม่อยากกินนมเราแล้ว อะไรอย่างนี้ แล้วชอบเวลาที่เขากำลังกินนมแม่ แล้วเวลาที่สายตาเขามอง ตากลมๆ มองหน้าเราอยู่ บางทีมองแล้วน้ำตาจะไหลนะ มองแล้วแบบรักเขาจังเลย แล้วก็มีความรู้สึกว่า ไม่อยากให้เวลานี้มันผ่านพ้นไป สำหรับหัวอกของเรานะ ก็จะให้ไปตลอด”

แบบนี้คือยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ถึงเมื่อไหร่ ก็คือจนกว่าเขาจะไม่อยากกินเอง?

“ใช่ค่ะ บางทีกลับมาจากโรงเรียนอาจจะมาขอจุ๊บนมหน่อยก็ได้ ความสุขของเขา พี่ๆ พยาบาลเขาพูดเลยนะว่า ให้ไปแบบบุฟเฟต์เลยถ้าเราทำได้ เพราะว่าการดูดนมเรามันคือความสุขของลูกเลย เขาจะปลอดภัยและเขาก็จะอยากหลับในอ้อมกอดเรา ซึ่งยุ้ยมีความรู้สึกว่าเดี๋ยววันนึงเขาก็จะไม่ยากอยู่ตรงนี้แล้ว เขาก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ยุ้ยจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ มันเป็นฟีลที่เขาดูดแล้วเขามีความสุข โอเคค่ะ”

เห็นบอกว่าช่วงที่พีคที่สุดของการเลี้ยงลูก เพราะบ้านนี้ก็จะเป็นบ้านที่ไม่มีพี่เลี้ยงเด็กใช่ไหมครับ เลี้ยงเอง 100% ช่วงพีคของการเลี้ยงคืออยู่ช่วงไหนครับ?

“3 เดือนแรกค่ะ คือยุ้ยต้องปลุกเขาให้นมทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วยุ้ยต้องให้นมเองด้วย แล้วก็ต้องปั๊มนมเองด้วย แล้วก็ด้วยความเราอาจจะมีอาการของเบบี้บลู เนาะ อารมณ์ที่มันเปลี่ยนจากหลังคลอดอะไรอย่างนี้ ยุ้ยเชื่อว่าแม่ๆ หลายๆ คนอาจจะเป็น มันเป็นช่วงที่เหนื่อย บางทีนั่งปั๊มนมอยู่แล้วน้ำตาไหล อะไรอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข แต่ก็เหนื่อยจริงๆ เพราะเราเองก็ไม่เคยเป็นแม่คนมาก่อน เป็นแม่ครั้งแรก เลี้ยงลูกครั้งแรก แล้วลูกบางทีกินนมเยอะ ลูกก็สำรอก สำรอกออกมา อาเจียนออกมา เราก็ร้องไห้ คือกลัวไปหมด กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร กลัวว่าลูกจะเจ็บไหม หรือลูกจะเป็นอะไรไหม ตอนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนื่อย แล้วก็เครียด แล้วก็หนักสำหรับยุ้ยนะ แต่หลังจากนั้นมาก็โอเคแล้วค่ะ”

ผ่าน 3 เดือนแรกไปก็ ทุกอย่างเริ่มแบบลงตัวขึ้น แล้วช่วงที่เป็นมาม่าบลู  นี่คือ พี่ธันน์เขาแบบให้กำลังใจเรายังไงบ้างไหมครับ?

“ยุ้ยโชคดีตรงที่พี่ธันน์อยู่ข้างๆ แล้วก็ครอบครัวยุ้ยน่ารักกันหมดเลย ทุกคนช่วย คือเรียกว่าเป็นกำลังใจ ไม่มีใครมาขัดขวางการเลี้ยงทำให้เราไม่สบายใจ แล้วพี่ธัญก็ทำหน้าที่แทนยุ้ยได้เกือบ 100% ยกเว้นให้นม มันก็เลยกลายเป็นว่าโอเค อันนี้คือความสุขที่เราได้รับ แล้วก็พออาการของเราเป็นเนี่ย เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นสำหรับภาวะคนหลังคลอด เราก็จะรู้ว่าโอเคเราเป็นแบบนี้ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวมันจะหายไป ส่วนหนึ่งพอมองหน้าลูกปุ๊บ เราไม่มีเวลามาเครียดหรือเศร้าหรือจิตตกนานๆ ไม่มีเวลาเลยค่ะ อาจจะแบบโฟกัสไปอยู่ที่ลูกหมดเลยอะไรอย่างนี้ เราก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป แล้วก็ผ่านไปจริงๆ ค่ะ”

แล้วซึมเศร้าหลังคลอด เป็นอยู่นานไหมพี่ยุ้ย หรือว่าเป็นแค่ช่วง 3 เดือนแรกที่มันเหนื่อยหนักๆ?

“จริงๆ แล้วไม่ถึงกับซึมเศร้า แต่อาจจะเป็นอาการเนาะ มันไม่รู้ว่ามันหายไปเมื่อไหร่ แต่ย่างที่บอกว่าโฟกัสเรามันไปอยู่กับลูกอะค่ะ มันจะมาแวบๆ มาแวบๆ เวลาจับนอนอยู่คนเดียว หรือเวลาตื่นมานั่งให้นม มันเป็นอะไรที่แบบ เวลาที่ร่างกายมันล้าจริงๆ มันเหนื่อยจริงๆ มันก็จะมีน้ำตา อะไรอย่างงี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีละ มันก็หายไปเองโดยอัตโนมัติ”

จริงๆ แล้วเด็กน้อยที่เกิดมา กับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเอง เหนื่อยแน่นอน มีไหมอารมณ์แบบว่าเหนื่อยทั้งคู่ แล้วแบบฉันก็ไม่ไหว เธอก็ไม่ไหว แล้วมีอารมณ์ใส่กัน มีไหม?

“อารมณ์ใส่กันน้อยค่ะ ไม่ค่อยมี แต่เราจะมีความรู้สึกว่า ถ้าเหนื่อยทั้งคู่ มันก็จะเริ่มแบบเครียดแล้วเนอะ พอพูดอะไรไม่เข้าหูกัน หรือมีความรู้สึกว่า เนี่ยมันคืออารมณ์ตึงๆ ละ จะเงียบ จะเงียบแล้วก็ ไปก่อน ยุ้ยก็จับความรู้สึกได้ว่า โอเค เค้าไม่ได้ทำอะไรถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็คงไม่ถูกใจเค้าหรอก แต่ว่าถ้าเราทะเลาะกัน มันไม่มีอะไรดี มันมีแต่จะรุนแรง และที่สำคัญก็คือ ตอนนี้เราสองคนคือทีมเวิร์ก เราสองคนต้องทำเพื่อลูก ถ้าเรามานั่งทะเลาะกัน มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นถ้าโมโห หรือถ้าไม่พอใจ ก็หลบไปอยู่คนเดียวก่อนดีกว่า นิ่ง แล้วเดี๋ยวอารมณ์ดีค่อยกลับมาคุยกัน แล้วพอเราอารมณ์ดีทั้งคู่ เราก็มาเคลียร์กัน แล้วก็ปรับความรู้สึกกันว่า เข้าใจว่าเหนื่อย อะไรอย่างงี้ แต่ว่าเราต้องปรับความเข้าใจกันนะ ช่วงระยะเวลาที่เราเจอ มันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง มันไม่ใช่ตลอดไป เพราะฉะนั้นเดี๋ยวอีกวันหนึ่งลูกโตไปละ เราสองคนต่างหากที่ต้องมาอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเรายังคงต้องปรับ ต้องจูนอะไรกันอีกหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของความรัก ความหวานที่มีให้กัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องปรับให้กันค่ะ”

มันจะมีความเครียดบางอย่างเนอะ เพราะว่า วิธีเลี้ยงของเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกันถูกป่ะ บ้านเรา บ้านเธอ บ้านฉัน มีไหมอารมณ์นี้ มีป่ะ?

“ก็มีค่ะ เค้าเรียกว่าการเลี้ยงดูของเราสองคนก็ไม่เหมือนกันละ ผู้ชายเค้าก็จะเป็นอีกแบบนึง ผู้หญิงก็เป็นอีกแบบนึง แต่สำหรับอุ้ยนะ ก็มี แล้วอุ้ยก็มีความรู้สึกว่า สุดท้ายแล้วอย่างน้อย เราทั้งคู่จุดประสงค์เดียวกันคือ อยากให้ลูกปลอดภัย อยากให้ลูกมีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ เออ มันก็ปล่อยผ่าน อะไรแบบนี้มากกว่า”

เหนื่อยก็เหนื่อยไปด้วยกัน นอนน้อยก็นอนไปด้วยกัน แล้วแบบมันมีช่วงแวบๆ ไหมว่า เออ มีพี่เลี้ยงดีกว่า มีไหมพี่?

“มีแต่แบบ เออ ไม่นะ ไม่ถึงขนาดนั้น มีแต่แบบว่า เออ เราเลี้ยงกันเอง อะไรอย่างงี้ อาจจะไม่ได้รักลูกเท่ากับเราสองคน อะไรอย่างงี้ เพียงแต่แบบเราอาจจะเหนื่อยหน่อยเนาะตอนนี้”

ส่วนใหญ่เรื่องที่คิดไม่ตรงกันในการเลี้ยงลูกคือเรื่องอะไรคะ?

“จริงๆ ก็มีหลากหลายเนาะ แต่อันยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างอย่างเช่นยุ้ยเป็นคนที่ทำกับข้าวให้ลูก เวลาที่เราบดอาหารให้เค้าอะไรอย่างเงี้ย 6 เดือนเราจะต้องทานอาหารแล้วเนาะ ยุ้ยก็จะบดละเอียดมาตลอด แต่ทีเนี้ยถ้าคนที่เลี้ยงลูกจะรู้ว่ามันจะมีสเต็ป มีสเต็ปของการแบบเด็กกินอาหารละเอียดอ่อน แล้วก็พอกี่เดือนปุ๊บจะต้องหยาบขึ้นมาหน่อย พอเริ่มโตหน่อยต้องเป็นเทกเจอร์ให้ลูกได้เคี้ยวเพิ่มนิดนึง เป็นชิ้นๆ หน่อย แต่ธันน์เค้าก็จะเป็นห่วงลูกมากๆ กลัวลูกติดคอ กลัวลูกสำลัก ซึ่งถามว่าเราเป็นห่วงลูกไหม เราก็เป็นห่วงลูกที่สุด เพียงแต่ว่าเราก็แค่แบบอยากจะเปลี่ยนสเต็ปของเค้า แล้วพอยุ้ยเนี่ยบดอาหารปุ๊บ พอมันมีเทกเจอร์หน่อยนึงอะไรอย่างเงี้ยพอลูกเริ่มโต เค้าก็จะไม่ได้ ต้องแบบไม่ได้เดี๋ยวลูกติดคอ อันนี้มันใหญ่ไป อันนี้มันใหญ่ไปนิดนึงอะไรอย่างเงี้ย เราก็ อ่ะ โอเค กลับมาบดละเอียด กินละเอียดจนแบบจนโตเลย เพิ่งเพิ่งกินข้าวเม็ดอะไรอย่างเงี้ย เพิ่งกินข้าว เราก็รู้ว่าอ่ะสิ่งที่เค้าคิด มันก็เค้าก็เป็นห่วงแหละ ถามว่าผิดไหม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เพราะฉะนั้นเราก็ปรับมาจูนกันตรงกลาง แล้วก็คิดว่าวัตถุประสงค์ของเราคืออยากให้ลูกปลอดภัยแค่นั้นเอง”

มีลูกสาวยังน่ารักอย่างน้องพราวตะวันเนี่ย คุณพ่อสปอยล์ลูกสาวหนักมากแน่ๆ?

“สปอยล์เรื่องของเล่นหนักมาก ซื้อทั้งวัน ไม่ใช่ซื้อทุกวัน ซื้อทั้งวัน จนบ้านเน็มไม่มีที่จะเก็บ บ้านสองหลังไม่มีที่จะเก็บ ทั้งขนไปให้ ขนไปแจก ทั้งเก็บเข้าห้อง ตอนแรกเราก็จะบ่นเค้า แต่คนนี้ก็ซื้อเสื้อผ้าทั้งวันนะ เห็นไหมล่ะ ต้องเลิกดูอ่ะ ถ้าดูก็คือซื้อ เพราะฉะนั้นอ่ะเค้าซื้อของเล่น เราซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊ก เสื้อผ้าก็จะเป็นคนละหน้าที่ไป”

เรื่องความหวาน?

“ยิ่งช่วงแรกๆ เนี่ย มันเป็นช่วงที่เราโฟกัสอยู่กับลูกตลอดเวลาเลย แต่พี่ธันน์เองเค้าก็จะเป็นคนแบบ อย่างยุ้ยๆ เป็นผู้หญิงด้วยเนาะแล้วบางทีเราเหนื่อย เราก็จะแบบไม่ค่อยมีอะไรตรงนี้ ธันน์เค้าก็จะเป็นคนบอกแล้วก็จะเป็นคนเติมแหละว่าแบบ เออเราต้อง ว่าหวานกันด้วยนะ อันดับแรกก็ต้องมาคุยกันก่อนว่าเออเราต้อง กลับมารักกันเหมือนเดิม ต้องแบบ ต้องไม่ให้มันจืดจาง หรือว่าต้องไม่ลืมที่จะดูแลกันและกัน เพราะว่าอย่างเค้า เมื่อก่อนเค้าจะนวดให้ยุ้ยตลอด พอมีลูกก็ลืมนวดไปละ เพราะว่าโฟกัสไปอยู่ที่ลูก หลังๆ ก็เริ่มกลับมาแบบเออมาดูแล มานวดให้เรา นวดหัว นวดมืออะไรเงี้ย เราก็จะแบบเออไม่เป็นไรหรอกเพราะยุ้ยรู้ว่าธันน์ก็เหนื่อย ไม่ใช่ยุ้ยเหนื่อยคนเดียว เลี้ยงเด็กอ่ะเหนื่อยมาก เพราะฉะนั้นเราก็แบบเออรู้แล้วว่านะ ช่วงเนี้ยเรารู้ว่าเราสองคนน่ะเหนื่อยมาก แต่เราก็เหนื่อยเพื่อลูก แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นแค่ช่วงระยะเวลานึง มันไม่ใช่ตลอดไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวพอลูกโต เราสองคนเราก็จะต้องอยู่ด้วยกันสองคนไปตลอดชีวิต”

พูดถึงเรื่องการไลฟ์ พี่ยุ้ยเป็นคนที่มาก่อนกาล?

“ใช่ 10 ปี ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วคือ เป็นคนแบบเริ่มไลฟ์สดในยุคแรก ๆ เลย ตอนนั้นไลฟ์ Facebook ยังไม่มี TikTok ตอนนั้นขายกระเป๋า ขายแว่น ขายอาหาร ใช่ หลายอย่างมาก หลายอย่างมาก”

ณ วันเนี้ย การไลฟ์ของศิลปินดาราคงเป็นเรื่องปกติแล้วแหละ แต่ว่าถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วอะ พี่ยุ้ยเจอคอมเมนต์ดูถูกอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบมาเป็นแม่ค้าไลฟ์ขายของ?

“เยอะนะ เมื่อก่อนก็จะมีแบบ ตกอับ อะไรเงี้ย ตกงานแล้วสิ อะไรเงี้ย แล้วก็แบบมาแย่งอาชีพแม่ค้า หรืออะไรเงี้ยมาขายของ อะไรเงี้ย เราก็ ก็เห็น ก็ ก็ปล่อยผ่าน ไม่รู้ว่าเอา เอาเก็บมาคิดก็เครียดเปล่า ๆ อะไรเงี้ย ค่ะ หลายคนก็อาจจะยังไม่เคยเห็นดาราหรือว่านางเอกมาขายของ หลายคนก็บอกเอ๊ยเป็นนางเอกอะ ก็ยังเป็นนางเอกอยู่ มาไลฟ์ขายของมันดูเป็นแม่ค้า มันดูแบบ… ลดเกรดเลย หรืออะไรแบบเนี้ย ซึ่งเรามีความ ยุ้ยก็ไม่ได้คิดแบบนั้นไง ยุ้ยมีความรู้สึกว่าเราก็คนเหมือนกัน แล้วยุ้ยมีความรู้สึกว่า ตอนเนี้ยโลกมันเปลี่ยนไปอะ ชีวิตเราตอนเนี้ยเราก็ต้องปรับไปตามโลกที่มันเป็นไป ในเมื่อโซเชียลกำลังมา เรากอบโกยจากตรงนี้ได้ อันนี้พูดตรง ๆ เลยนะ แล้วมันเป็นอาชีพที่เราสามารถเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวเราให้สุขสบายได้อะ ยุ้ยไม่เลือกอยู่แล้ว แล้วยุ้ยก็ไม่เคยมีหัวโขนที่ว่ายุ้ยเป็นนางเอก ยุ้ยจะต้องเป็นนางเอกตลอดเวลา นั่นก็เป็นอาชีพที่ยุ้ยรักอาชีพนึง อาชีพแม่ค้าก็เป็นอาชีพที่สุจริตอีกอาชีพนึงที่เราก็รักเหมือนกัน แล้วยุ้ยก็พูดอยู่เสมอว่าถ้าวันเนี้ยยุ้ยไม่ได้มาเป็นนางเอกหรือไม่ได้มาเป็นดารา อาชีพที่ยุ้ยจะทำคือ แม่ค้า เพราะยุ้ยชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ยุ้ยชอบขายของ เคยขายของกระเป๋า แว่นตา 3 ชม. ได้เกือบๆ 10 ล้าน สมัยก่อนด้วย เมื่อก่อนต้องบอกว่า Facebook คนรู้ ดูเราแบบ 30,000-40,000 คน”

มีไหมคะลูกคนที่สอง?

“น่าจะปิดอู่แล้วล่ะค่ะ”

ปิดแล้วเหรอ?

“ปิดแล้ว เพราะว่าอายุเราเยอะแล้วด้วย แล้วก็อยากเลี้ยงคนเดียวให้ๆ ดีไปเลยอะไรอย่างนี้ค่ะ น่าจะไม่ไหวแล้ว เพราะว่าคนแรกกว่าจะมีได้ก็เหนื่อยมาก เหนื่อยมากตรงที่เรามีลูกยาก กว่าจะติดขนาดตอนนั้นอายุน้อยกว่านี้ แล้วนี่อายุขนาดนี้แล้ว ถ้ามีน่าจะยากมาก ก็คุยกับธันน์เรียบร้อยแล้วมีคนเดียว”

อยากจะฝากบอกคุณผู้ชายไหมที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน?

“ก็จริงๆ แล้วสิ่งที่อยากจะบอกก็คือขอบคุณ ที่แบบอยู่เคียงข้างกัน ทำให้ความเหนื่อยของเราเนี่ยคือเบาลงไปได้เยอะมากๆ เพราะถ้าไม่มีเขา ยุ้ยเองก็คงจะเหนื่อยมากกว่านี้หลายเท่า แล้วก็รู้ว่าเหนื่อย รู้ว่าเหนื่อยมากๆ ยุ้ยก็เหนื่อยเนอะ แต่เราก็จะสู้ไปด้วยกัน อย่างที่บอกว่ามันจะเป็นช่วงระยะเวลานึงของเราเท่านั้นไม่ใช่ตลอดไป สุดท้ายแล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันไปตลอด รักเสมออยู่แล้ว รักทุกวัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้บอกเป็นๆ คำพูด นะคะ แต่ว่ารักตลอดไป”