ซออินกุก-พัคจีฮยอน เมื่อความรักและงานคือบททดสอบของชีวิตใน “See You at Work Tomorrow!”
เพราะชีวิตจริงไม่มีปุ่มหยุดพัก ซออินกุก และ พัคจีฮยอน สองนักแสดงจากซีรีส์ See You at Work Tomorrow! (เจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้นะ!) เมื่อพนักงานออฟฟิศสาวผู้หมดไฟ ชาจียุน (รับบทโดย พัคจีฮยอน) ต้องมาทำงานใกล้ชิดกับหัวหน้าสุดเย็นชา คังชีอู (รับบทโดย ซออินกุก) แต่กลับเกิดเคมีบางอย่างระหว่างทั้งสอง ที่ปลุกทั้งไฟในการทำงานและหัวใจให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
โดยทั้งคู่ได้เผยเรื่องราวเบื้องหลังซีรีส์ที่สะท้อนทั้งความเหนื่อย ความรัก และการเติบโตของคนวัยผู้ใหญ่ได้อย่างตรงไปตรงมา ถ่ายทอดความจริงของชีวิตวัยทำงาน ตั้งแต่ความกดดัน ความรัก การเยียวยา ไปจนถึงความหวังเล็กๆ ที่รออยู่ในเช้าวันใหม่
ซีรีส์เรื่อง “See You at Work Tomorrow!” เจาะลึกถึงความซับซ้อนของชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว อะไรในบทหรือในตัวละครที่ทำให้พวกคุณตัดสินใจอยากมาร่วมแสดงในโปรเจกต์นี้?
ซออินกุก: ผมชอบตอนที่ได้อ่านบทเรื่องนี้มากๆ ครับ เพราะตัวละครแต่ละตัวมีความน่าดึงดูดมาก และผมก็มองเห็นภาพการเติบโตของพวกเขาได้อย่างชัดเจนเลย ผมรู้สึกสนใจการเดินทางของตัวละครที่เป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก และในสายตาคนรอบข้างก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีวันเข้าใจเรื่องความรักได้เลย แต่เขากลับค่อยๆ ได้เรียนรู้และสัมผัสกับความรัก จนได้เห็นว่าสิ่งที่เขาเคยให้ความสำคัญที่สุดมันเริ่มเปลี่ยนไป พัฒนาการทางอารมณ์ที่ชัดเจนแบบนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับผมมากๆ ครับ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจรับโปรเจกต์นี้
พัคจีฮยอน: นอกจากตัวบทของซีรีส์จะมีความน่าสนใจมากๆ แล้ว มันยังถ่ายทอดเรื่องราวที่สมจริงจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ร่วมมาก่อน ฉันก็เลยคิดว่าหลายๆ คนน่าจะเข้าถึงเรื่องนี้ได้ค่ะ โดยเฉพาะฉันเอง ที่รู้สึกอินไปกับสถานการณ์ของจียุนมากๆ เรื่องงานและเรื่องความรักมักจะเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต แต่บางครั้งมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแบบทดสอบยากๆ ที่ทิ้งไว้ให้เราต้องคอยตามแก้ปัญหาและหาคำตอบ ฉันเลยอยากจะถ่ายทอดรายละเอียดของชีวิตประจำวันในเรื่องราวเหล่านี้ให้ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ซีรีส์เรื่องนี้พูดถึงเรื่องใกล้ตัวของหลายคน อย่าง ‘การที่แม้จะผ่านวันที่หนักหนาเพียงใด ในเช้าวันถัดไปก็ยังคงต้องไปทำงาน’ ทั้งสองคนคิดเห็นกับประเด็นนี้อย่างไรบ้าง?
ซออินกุก: ผมคิดว่าในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราต้องทำ เราก็แค่ต้องลงมือทำ ไม่ว่าวันนั้นมันจะยากลำบากแค่ไหน การต้องกลับไปทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้นมันเป็นเรื่องธรรมดา ผมเชื่อว่าการที่เรามีที่ให้ไปทำงาน หมายความว่าเรามีความรับผิดชอบบางอย่างที่ต้องทำให้ลุล่วง เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน คุณก็ต้องทำให้ดีที่สุด และผมยังเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ผมเติบโตขึ้น มันเลยเป็นเหตุผลที่ผมพยายามมองเรื่องนี้ในทางที่ดีครับ

พัคจีฮยอน: ถ้ามองในแง่ลบ มันอาจะให้ความรู้สึกว่า “วันนี้ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีก” แต่ในระหว่างที่รับบทเป็นจียุน ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าความรู้สึกของเราสามารถแตกต่างออกไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะมองมันแบบไหน ตอนเธอได้พบกับชีอู เจ้านายที่แสนดีจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง การไปทำงานก็เริ่มมีความหมายว่า “ถึงแม้วันนี้งานจะหนัก แต่พรุ่งนี้อาจจะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นก็ได้” ฉันไม่คิดว่าวิธีคิดแบบนี้จะใช้ได้กับแค่ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศเท่านั้นนะคะ ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันที่ยากลำบากสำหรับพวกคุณทุกคน แต่ฉันก็หวังว่าพรุ่งนี้เช้าคุณจะตื่นขึ้นมาและเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสุขค่ะ
เล่าถึงความสนุกสนานในการได้ร่วมงานกัน?
ซออินกุก: มีฉากหนึ่งที่ตัวละคร โกยองซัม ต้องทำตัวไม่ดีกับชาจียุน ระหว่างที่กำลังถ่ายทำเขาก็สวมบทบาทได้ดูน่าหมั่นไส้จริงๆ แต่พอสั่งคัตแล้ว เขาก็กลายเป็นคนที่ทั้งสุภาพอ่อนโยนและตลกมากครับ ความตรงข้ามกันตรงนี้แหละครับที่กลายเป็นความสนุก ต้องขอบคุณเขาเลย ผมว่าพวกเรามีแต่เสียงหัวเราะตลอดการซ้อมบทเลยครับ
เนื่องจากเป็นการแสดงคู่กันครั้งแรก ทั้งคู่สร้างเคมีคู่รักในซีรีส์เรื่องนี้ให้ออกมาเข้ากันได้อย่างไร?
ซออินกุก: จีฮยอนกับผมมีนิสัยที่เข้ากันได้ดีเลยครับ เราได้แชร์ไอเดียกันเยอะมากและมักจะมีความคิดที่คล้ายๆ กัน ผมก็เลยรู้สึกว่าเราสนุกกันมากเวลาที่ถ่ายทำด้วยกัน เธอเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริงสดใส ซึ่งทำให้บรรยากาศในกองถ่ายสนุกสนานมากครับ ผมรู้สึกขอบคุณเธอมากๆ เลยครับ
พัคจีฮยอน: คุณซออินกุกเขามีประสบการณ์ในวงการเยอะกว่าฉันมาก ฉันเลยพึ่งพาเขาเยอะมากเวลาอยู่ในกองถ่ายค่ะ เขาจะคอยเสนอไอเดียหลายอย่างระหว่างการถ่ายทำ และยังช่วยแนะนำในหลายๆ เรื่อง เพื่อให้ฉันแสดงได้เป็นธรรมชาติที่สุด เราสองคนเป็นคนชอบพูดเล่นและติดตลกเหมือนกัน ฉันก็เลยคิดว่านั่นทำให้เราสนิทกันเร็วมากๆ ต้องขอบคุณส่วนนั้นด้วยค่ะ ที่ทำให้เราสามารถสร้างเคมีในการแสดงให้ออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก
ถ้าวันนี้ไม่ใช่นักแสดง คิดว่าตัวเองจะเหมาะกับงานออฟฟิศแบบไหน?
พัคจีฮยอน: ฉันคิดว่าตัวเองคงไม่ค่อยเหมาะกับงานออฟฟิศเท่าไหร่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้าให้ต้องเลือกสักอย่าง คิดว่างานขายน่าจะเหมาะกับฉันมากที่สุด เพราะฉันค่อนข้างเก่งเรื่องการพูดโน้มน้าวใจคนค่ะ

คังชีอูมีฉายา “Three-No Man” ทั้งไม่ยิ้ม ไม่คุยเล่น และไม่ขอโทษ คาแรกเตอร์แบบนี้ยากแค่ไหนในการถ่ายทอด?
ซออินกุก: ส่วนที่ยากที่สุดคือการต้องคอยระงับสิ่งที่ผมอยากจะแสดงออกไปครับ มีหลายสถานการณ์ที่ผมอยากจะเล่นให้ตลกขึ้นหรือแสดงอารมณ์ให้มากกว่านี้ แต่คังชีอูเป็นตัวละครที่มักจะเก็บความรู้สึกพวกนั้นเอาไว้ บางครั้งมันก็เลยทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ได้ปรึกษาเพื่อคุยรายละเอียดเหล่านี้กับผู้กำกับ และพยายามอย่างเต็มที่จะถ่ายทอดความเป็นคังชีอูออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
บท จียุน เป็นตัวแทนของคนทำงานยุคนี้ที่หมดไฟ แต่ยังต้องฝืนเดินหน้าต่อ คุณคิดว่าอะไรทำให้ตัวละครนี้รีเลตกับผู้ชม?
พัคจีฮยอน: ฉันคิดว่าคนดูสามารถเข้าถึงความรู้สึกของจียุนได้ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องงานของเธอเท่านั้นค่ะ แต่ยังรวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญในเรื่อง ซึ่งหลายคนน่าจะเข้าใจและบางครั้งก็อาจจะอดรู้สึกสงสารไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น จียุนก็ไม่เคยยอมแพ้และยังคงมุ่งมั่นตามหาความฝันและความรักของเธอต่อไป เพราะอย่างนี้ฉันถึงคิดว่าเธอเป็นตัวละครที่ทุกคนอดไม่ได้ที่จะต้องคอยเอาใจช่วยค่ะ
คาแรกเตอร์กลางวันเป็นสาวทำงานมืออาชีพ แต่กลางคืนกลับเป็นสายชิลกินไก่ทอด เล่นเกม เหมือนตัวจริงคุณบ้างไหม?
พัคจีฮยอน: เพราะว่าอาชีพนักแสดงไม่ค่อยมีการแบ่งเวลาทำงานระหว่างกลางวันกับกลางคืนที่ชัดเจนเท่าไหร่ กิจวัตรประจำวันของฉันเลยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเป็นวันทำงานหรือวันหยุด ถ้าเป็นวันหยุด ฉันมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่แต่บนเตียง เน้นพักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย ในมุมนี้ ฉันคิดว่าตัวเองก็มีความคล้ายกับจียุนอยู่เหมือนกันนะคะ
ซีรีส์เรื่องนี้ดูเหมือนจะสะท้อนภาพของคนวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตทำงานกันตามปกติ แต่ลึกๆ แล้วแอบมีความเจ็บปวดหรือความยากลำบากซ่อนอยู่ ซีรีส์เรื่องนี้ต้องการสื่อข้อความอะไรให้คนดูได้รับกลับไปบ้าง?
ซออินกุก: ผมคิดว่าทุกคนต่างก็มีความเจ็บปวดและความยากลำบากซ่อนอยู่ข้างในกันทั้งนั้นครับ วิธีที่เราโอบรับสิ่งเหล่านั้นแล้วก้าวเดินต่อไปในชีวิต เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ผมหวังว่าผู้ชมจะค้นพบแนวทางบางอย่าง และได้เติบโตไปพร้อมๆ กับตัวละคร ผ่านการเฝ้าดูว่า คังชีอู และ ชาจียุน ก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้ในซีรีส์ของเราไปได้อย่างไร
พัคจีฮยอน: ถึงเราทุกคนจะโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่บางครั้งก็ยังรู้สึกว่าชีวิตมันหนักหนาได้เหมือนกันค่ะ ฉันหวังว่าในขณะที่ผู้ชมได้เฝ้าดูตัวละครผ่านการลองผิดลองถูก เผชิญกับความขัดแย้ง และผ่านกระบวนการแก้ไขปัญหาต่างๆ อารมณ์ความรู้สึกที่พวกเขาสัมผัสได้ระหว่างทาง จะช่วยมอบความสบายใจในชีวิตประจำวันให้กับพวกเขาได้บ้างค่ะ



