หน้าแรก บันเทิง ไม่เคยพูดที่ไ...

ไม่เคยพูดที่ไหน ก้อย รัชวิน ต่อมน้ำตาแตก ถูกถามจี้จุดชีวิตที่ต้องแลก ยอมรับรู้สึกคุณค่าในตัวหายไป

6.07.26 | 15:45 น.

ไม่เคยพูดที่ไหน ก้อย รัชวิน ต่อมน้ำตาแตก ถูกถามจี้จุดชีวิตที่ต้องแลก ยอมรับรู้สึกคุณค่าในตัวหายไป

ชีวิตของการเป็นคุณแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย มีทั้งวันที่เหนื่อย และวันที่ไม่เป็นอย่างใจ เฉกเช่นกับ นักแสดงสาว ก้อย รัชวิน ภรรยาของนักร้องชื่อดัง ตูน บอดี้สแลม ที่ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ มั่วบ้านงาน EP1 ในชื่อตอน ชีวิตที่ต้องแลก เดอะแบก ก้อย รัชวิน โดยมี จ๋า ยศสินี เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยในคลิปสาวก้อยได้เปิดใจทั้งน้ำตา

จ๋า: พี่เห็นแล้ววันนี้ว่าเรามีครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น มีสามีที่น่ารัก มีลูกที่น่ารัก ซึ่งพี่เชื่อว่าให้แลกกับอะไรก้อยก็ไม่แลกเด็ดขาด แต่พูดถึงผู้หญิงอะ คนดูแถวๆ เราก็คือผู้หญิงอ่ะ คนที่เลือกที่จะเป็นแม่ แล้วใช่แม่ธรรมดา เป็นแม่ที่มีลูก 2 คนแล้วย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่ในที่ๆ เราไม่มีครอบครัวหรือเพื่อนฝูง มันมีบางอย่างที่เราต้องทิ้งไปหรือต้องแอบเก็บไว้ถูกปะ เพราะก้อยทำงานมาทั้งชีวิต

มันมีอะไรตรงนี้ที่แบบทำให้เรารู้สึกคิดถึงก้อยคนนั้น?

ก้อย : “ก่อนอื่นเลยทำไมพี่ถึงมองเห็นสิ่งนี้? ทำไมพี่ถึงถามก้อย?”

Advertisement

จ๋า: พี่รู้สึกว่าอาชีพแม่เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่แต่เสียสละฉิบหายอะ แต่ในขณะเดียวกันพี่เชื่อว่าแบบบางอย่างที่เราอาจจะคิดถึงก้อย รัชวินคนเดิม พูดจริงๆ นะ ในวันนี้ที่ทุกคนลุกขึ้นมาวิ่งเพื่อสุขภาพอะ ผู้หญิงคนนี้คือคนแรกที่วิ่ง ไอ้ที่พูดว่าวิ่งตามผู้ชายมันเป็นกิมมิกแต่ว่าจริงๆ อ่ะ คือเขาเว้ย ผู้หญิงทุกคนที่วิ่งทุกวันนี้มาหลังเขาหมดเลย

ก้อย: “ทำไมถึงพูดเรื่องนี้อะ” (หัวเราะ) “ตอนแรกมันก็ไม่รู้สึกหรอก เพราะว่าเราอยู่กับลูกแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ day one ที่เป็นแม่ คลอดลูกออกมาเลี้ยงลูกอะ โลกทั้งใบของเราคือลูก มันไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นสักเท่าไหร่ พอลูกเริ่มโตขึ้น คนโต 4 ขวบ คนเล็ก 2 ขวบ เขาเริ่มรู้เรื่อง เขาเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้บ้างในบางอย่าง คนโตเข้าโรงเรียนแล้วแม่ก็จะมีเวลาบ้างนิดนึง เวลาของก้อยคือไปส่งทะเลที่โรงเรียน แล้วข้างๆ โรงเรียของทะเลคือยิม ยิมคือที่เมื่อกี้พี่ตูนเล่าว่าเราจะไปเล่นกันเสมอตอนก่อน 10 ปีที่แล้วที่เรามา คือเหมือนมันเป็น destiny (โชคชะตา)เลยพี่จ๋า คือธัญญะปุระ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่เราวิ่งกันตั้งแต่สมัยเราบ้าวิ่งเนี่ย ทุกวันนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของข้างโรงเรียนทะเล ก้อยไปส่งทะเลเสร็จก็ไปวิ่งออกกำลังกาย แล้วก้อยก็วิ่งของก้อยอยู่อย่างงั้นไม่ได้ถ่ายคอนเทนต์เพราะว่าอยู่ภูเก็ตก็ไม่ได้มีตากล้องมาตาม ไม่ได้มีเพื่อนที่แบบ “มึงถ่ายให้กูหน่อย” อะไรแบบนั้น หรือว่าโค้ชที่มาเทรนเป็นชาวต่างชาติ เขาก็จะแบบว่าฉันมาทำงาน ฉันเป็นโค้ช ไม่ได้มาถ่ายคอนเทนต์ให้เธอ คนก็จะไม่ได้เห็นภาพนั้น แล้วทุกครั้งที่ก้อยอยากเปิดมือถือดูอ่ะ อันนี้คือความรู้สึกที่มันปะทะเข้ามา คือเฮ้ย! เราเคยอยู่ตรงนั้นอ่ะ เราเคยไปวิ่งตรงนี้เลย แล้วเราก็แบบมีกลุ่มเพื่อนไปวิ่งกับเรา เรารู้สึกว่าเราก็อยู่ตรงนั้น เราเคยเป็นคนที่ได้แชร์พลังงานนี้ให้กับคนอื่น ก้อยก็รู้สึกว่าว่าบางอย่างมันหายไป คือแบบคุณค่าในตัวเราหายไปนิดนึง ซึ่งงงมากว่าทำไมพี่จ๋าถึงถาม เพราะมันเป็นที่ก้อยพูดกับพี่ตูนแค่ 2 คน ว่าก้อยรู้สึกเรื่องนี้”

แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?

ก้อย: “เขาก็เข้าใจนะ เข้าใจทุกอย่างแต่ไม่ได้มีคำตอบอะไรให้เรา เขาแค่อยู่รับฟังเรามันก็เพียงพอแล้วแหละ บางทีเราก็กลับมานั่งถามตัวเองตอนนี้อะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต คืนนั้นก้อยก็นอนพร้อมกับลูกๆ เราเอาลูกเข้านอนแล้วก็มองหน้าเขาแล้วก้อยก็ได้คำตอบว่า อ๋อ…นี่คือสิ่งที่สำคัญ นี่คือสิ่งที่จำทำให้เรามีคุณค่า คือคนที่อยู่ตรงหน้าเรา ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล ไม่ใช่คนที่ก้อยเคยไปอยู่ตรงนั้นแล้วก็รู้สึกฉันได้ให้พลังคนได้เยอะแยะมากมายเหลือเกิน มันแค่ 3 คนในครอบครัวเราแค่นี้แล้ว พอก้อยคิดได้ก้อยก็โอเคสบายใจขึ้น”

ทั้งนี้สาวก้อยยังได้โพสต์คลิปโปรโมตรายการ พร้อมเขียนข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

“ขอเล่าให้ฟังก่อนว่า พี่จ๋า @yossiebistro มาชวนถ่ายรายการใหม่ชื่อ #มั่วบ้านงาน บอกว่านี่เป็นเทปแรกนะก้อย คุยกันชิวๆถ่ายกันง่ายๆสบายๆไม่มีสคริปต์ใดๆ ฟีลเหมือนเพื่อนคุย แต่ทันทีที่เริ่มสัมภาษณ์แล้วพี่จ๋าถามประโยคแรก เท่านั้นแหละ! ต่อมน้ำตาแตกจ้าาาาา พี่จ๋าถามแบบจี้จุดที่อยู่ลึกสุดใจของก้อย และก้อยไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน (อาจเพราะไม่เคยมีใครถามหรือเราเองที่ไม่อยากเปิดมัน) แต่วันนี้ได้พูดแล้ว และอยากให้คนที่เป็นแม่แบบก้อยได้ดูคลิปนี้ แม่ทุกคนมีวันที่เหนื่อย มีวันที่ไม่เป็นอย่างใจ อาจมีวันที่ตั้งคำถามกับตัวเอง และอยากหาคำตอบ ซึ่งสุดท้ายแล้วคำตอบที่ก้อยได้เจอ คือสิ่งที่สำคัญและมีค่าที่สุดในชีวิตตอนนี้ นั่นคือ “ลูกและครอบครัว

บางทีการได้คุยกับใครซักคนแบบเปิดใจ อาจเป็นการสะท้อนบางอย่างให้เราได้เห็น ได้ยอมรับและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ขอบคุณพี่จ๋าที่สุดค่ะ”