เบสท์ คำสิงห์ เตรียมบินเรียนต่อมาเลเซีย เล่าเหตุร้องไห้ในรายการ ไม่แคร์โดนด่าอกตัญญู
หลังจากที่ เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ประกาศเตรียมบินไปเรียนภาษาที่ประเทศมาเลเซียเป็นเวลา 3 เดือน ล่าสุดสาวเบสท์ มาร่วมงานเปิดตัว Thaimart แพลตฟอร์ม Marketplace “ตื่นเถิดชาวไทย : Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย” ที่ Ballroom 1-2 ศูนย์ประชุมแหงชาติสิริกิติ์ เปิดใจว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อพัฒนาตัวเอง เพราะช่วงนี้ไม่มีงานละครและสามารถบินกลับมารับงานในไทยได้ตลอด ย้ำชัดไม่ได้หนีรักหรือหนีปัญหาชีวิต แต่ไปหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ
นอกจากนี้ เบสท์ เล่าถึงเรื่องที่เสียน้ำตากลางรายการ หลังถูกถามลึกถึงบทบาทการเป็นเดอะแบกของครอบครัว ยอมรับถึงภายนอกดูเข้มแข็ง แต่กลับบ้านก็มีวันที่แอบร้องไห้เหมือนกัน แต่ยืนยันไม่รู้สึกกับคำครหาเรื่องอกตัญญู เพราะมั่นใจว่าทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่อย่างเต็มที่ พร้อมพูดถึงกระแสวิจารณ์จากชาวเน็ต ซึ่งที่ผ่านมาเป็นตัวโดนเพราะโดนทุกเรื่องในชีวิต จนเลือกที่จะไม่อ่านคอมเมนต์
ล่าสุดเห็นว่าจะบินไปเรียนต่อเมืองนอก เรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ใช่ค่ะ จะไปเรียนภาษาที่มาเลเซียค่ะ ตัดสินใจเลือกประเทศนี้เพราะว่ามันไม่แพงค่ะ คิดง่ายๆ คือสมมติถ้ามีงาน เราบินกลับมาทำงาน ค่าตัวเราก็ยังเหลือ แต่ถ้าเราไปไกลกว่านี้ ค่าตัวเราจะหมดไปกับค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ อย่างถ้าไปอังกฤษ เราก็จะไม่ได้กำไรเลย
นอกจากเรื่องราคาแล้ว มีแรงบันดาลใจอื่นไหม?
”ว่างค่ะ ไม่มีการถ่ายละครเลย คือถ้าไม่ไลฟ์ TikTok ไม่รีวิว หรือไม่อัดรายการก็คือว่างจริงๆ เพราะไม่มีละคร ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วก็ไปหาอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับตัวเองดีกว่า เลยจะบินไปเรียนแต่ว่าจะไปประเทศไหนดีก็เสิร์ชดู แล้วเห็นว่าที่นี่ราคาถูกดี ประเด็นหลักคือราคาดี แล้วมันก็ใกล้ด้วย บินแค่ 2 ชั่วโมง ค่าตั๋วเครื่องบินประมาณ 6,000-7,000 บาท ค่าตัวยังเหลือค่ะ แล้วที่จะไปก็ไปคนเดียวเพราะชอบอยู่คนเดียว ลงไว้ 3 เดือนก่อนค่ะ ยังพูดไม่ได้เดี๋ยวอยู่ต่อ”

เตรียมตัวยังไงบ้าง?
“ไม่ต้องเตรียมอะไรมากค่ะ มันใกล้ๆ ถ้าลืมอะไรก็บินกลับมาเอาที่บ้าน ส่วนอาหารการกินเขาก็มีร้านอาหารไทยอยู่ ถึงเขาไม่กินหมูแต่เขายังมีไก่นะคะ อยู่ได้ไม่ยากขนาดนั้น เป็นห่วงหนูเหรอ ไม่ต้องห่วงค่ะ สบายมาก เหมือนบินไปภาคใต้ค่ะ“
การไปครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองด้วยไหม?
”จริงๆ ก็คิดเหมือนกันว่าไปที่อื่นบ้าง เผื่อจะได้ไปเจอผู้คนทำธุรกิจ หรือเจอคนใหม่ๆ บ้าง เพราะอยู่ไทยก็ไม่มีอะไร งานรีวิว งานขายคลิปต่างๆ ยังทำต่อได้ ถ้ามีรีวิวก็บินกลับมา 2 ชั่วโมงเพื่อมาเอาของ สมมติพี่จ้างหนูรีวิว หนูบินมาเช้า มารีวิวบ่าย แล้วกลางคืนก็บินกลับ แม้แต่งานอีเวนต์ก็บินมาได้ งานเสร็จบ่ายโมง เดี๋ยวสี่โมงเย็นก็บินกลับ ง่ายจะตาย ยังเห็นหน้ากัรในโซเชียลเหมือนเดิม เหมือนไม่ได้ไปไหนหรอก“
แต่แฟนๆ พอรู้ว่าจะไปเรียนต่อ ทุกคนดูใจหายมาก คิดว่าเราจะหนีรักไปพักใจหรือเปล่า?
”หนูพูดอะไรคนก็ใจหายกันอยู่แล้ว เราตัวโดนอ่ะ แค่บอกว่าจะไปเรียนก็โดน แล้วหนูจะหนีรักทำไมคะ หนูไม่ได้มีคนคุย แต่ทำไมต้องหนี ไม่เกี่ยวกับการความรักเลย หนูไปหาความรู้ค่ะ“
ถามถึงเรื่องที่ร้องไห้ต่อหน้าคุณพ่อกับคำถามในรายการที่ว่าเป็นเดอะแบกของครอบครัว?
”หนูร้องไห้ต่อหน้าพ่อเหรอคะ หนูร้องต่อหน้าพี่อ้อยพี่ฉอดค่ะ แต่เผอิญพ่อนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเฉยๆ (ความรู้สึกคือมันอัดอั้นหรือยังไง?) คือหนูอยู่สดใสของหนูดีๆ แต่พอมีคนมาถามเจาะลึกว่าการเป็นเดอะแบกของครอบครัวเป็นยังไง มันก็เหมือนบิลด์เรา เราก็จะร้องไห้ด้วยสถานการณ์ตอนนั้น ผู้ใหญ่ถามด้วยมันก็ต้องมีบ้างน้ำตาคลอ“

แล้วคิดยังไงกับคำว่าเดอะแบก?
“หนูว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็น่าจะแบกกันหมด เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่กันทุกคนค่ะ (มันพีกตรงที่โดนดราม่าเรื่องอกตัญญูรึเปล่า เลยทำให้เสียน้ำตา?) ถ้าเรื่องอกตัญญูหนูไม่รู้สึกอะไร เพราะถ้าหนูอกตัญญู คนที่ไม่ดูแลพ่อแม่เลยจะเรียกว่าอะไร จริงๆ มันก็ไม่ได้ระบายหรอก บางทีที่โดนชาวเน็ตว่าหนูก็นั่งทบทวนกับตัวเอง แต่ก็รู้สึกว่าเราดูแลพ่อแม่ขนาดนี้ยังโดนว่า งั้นก็ไม่ต้องอ่านคอมเมนต์แล้วค่ะ“
ตอนถ่ายรายการพ่อตกใจไหมที่เห็นเราร้องไห้?
”พ่อไม่ตกใจหรอกค่ะ (ดูเราไม่น่าเป็นคนร้องไห้ง่าย?) หนูเป็นคนร้องไห้ง่ายนะคะ แต่หนูไม่อยากแสดงความอ่อนแอหรือพ่ายแพ้ต่อชาวเน็ต หนูไม่อยากให้คำด่ามาทำให้เราแพ้ เลยต้องทำเป็นเก่งต่อหน้าสื่อ แต่จริงๆ พอกลับบ้านไปก็มีร้องไห้ แต่หนูจะไม่ร้องไห้ตรงนี้หรอกนะ เพราะรู้ว่าคนคอมเมนต์เขารออยู่“
เบสท์จะโดนชาวเน็ตวิจารณ์ทุกเรื่องเลย?
”หนูทำอะไรก็โดนอยู่แล้ว เรื่องพ่อแม่ก็โดน เรื่องทำงานก็โดน เล่นละครก็โดน ไปเรียนก็โดน สวยก็โดนบอกไม่สวย งงเหมือนกันก็ส่องกระจกแล้วนะเมื่อเช้าอ่ะ สวยสิ ไม่งั้นจะเดินออกมาเหรอคะ สวยสิไม่งั้นจะมีงานจ้างเหรอคะ สวยสิน้ำหนักก็ไม่ได้ถึง 50 อ่ะ ผิวขาวด้วย ชาวเน็ตด่าหนูอย่างเดียวเลย ให้โอกาสหนูได้ใช้ชีวิตหน่อย“
เห็นว่าเพิ่งถอยรถใหม่ด้วย เป็นของขวัญชิ้นใหม่ให้ตัวเองหรือเปล่า?
”รถคันเก่าใช้มา 5 ปีแล้วค่ะ เลยแค่อยากเปลี่ยน ไม่ได้เป็นของขวัญอะไร แค่ตื่นมาแล้วอยากทำก็ทำเลย ไม่ได้วางแผนชีวิตอะไรมาก รถก็แค่อยากเปลี่ยนแค่นั้นเองแล้วก็ใช้งานมานานแล้วด้วย แค่อยากเปลี่ยนสีใหม่ รุ่นใหม่บ้างค่ะ“


