ตั้ม วิชญะ เปิดสาเหตุเลิกอดีตภรรยา เติ้ล ตะวัน เล่าเคยป่วยหนักเป็น ‘ไขมันพอกตับระยะสุดท้าย’
หลักจากที่นักแสดงหนุ่ม ตั้ม วิชญะ จารุจินดา และ หญิงออน ดวงพร ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในสถานะสามี-ภรรยา ล่าสุดตั้ม วิชญะ พร้อมด้วยคุณแม่ ดวงดาว จารุจินดา และ น้องชาย เติ้ล ตะวัน ได้ออกมาพูดเปิดใจถึงสาเหตุการหย่าในครั้งนี้ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne 31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
ปกติที่บ้านมีอะไรจะคุยกัน แต่เรื่องเรื่องราวล่าสุดที่เลิกกับภรรยา เห็นบอกว่าเป็นเรื่องที่กลุ้มใจมาก แล้วไม่คิดจะคุยกับใครเลย?
ตั้ม : “จริงๆ ผมกับอดีตภรรยา ต้องบอกก่อนว่าทุกวันนี้เรายังเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง น้องชายเค้ายังทำงานด้วยกันกับผม จริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยในเรื่องของความสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องของธุรกิจหลักๆ พอคนรักกันมาทำธุรกิจด้วยกัน แล้วบริษัทมันกลายเป็นมี ceo 2 คน ที่คนนึงคิดอย่างนี้ อีกคนก็คิดอย่างนี้ มันไม่ได้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน พอมันต้องตัดสินใจร่วมกัน พอยิ่งอยู่กันไปนานๆ พอแนวคิดที่มันไม่ตรงกันหลายๆ อย่าง มันเลยทำให้กลายเป็นปัญหาที่สะสม ก็เลยเฮ้ย..เราสต๊อปการเป็นหุ้นส่วนกันไปเลยดีกว่า ก็เลยค่อยๆ เฟด ค่อยๆ แยกกัน ทุกวันนี้ผมก็มาทำธุรกิจคนเดียว ก็มีแม่ กับน้องมาช่วยซัพพอร์ต”
เห็นว่าก่อนตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้ปรึกษาที่บ้านเลย โดยเฉพาะคุณแม่ ไม่เล่าให้ฟังเลย?
ตั้ม : “ไม่ได้เล่าอะไรเลยครับ คือผมอายุก็เยอะแล้ว สิงหาคมนี้ 49 แล้วนะ ผมอธิบายสั้นๆ ง่ายๆ มันเหมือนเวลาเราเอารถไปชน ถ้าเราโทรมาบอกแม่ แม่ก็จะเป็นห่วง แต่ถ้าเราเคลียร์ เรียกประกัน จนลากรถไปเข้าอู่แล้ว แล้วค่อยบอกแม่รถชนนะ แต่เคลียร์เรียบร้อยแล้ว โอเค”
แต่ที่บ้านมีอะไรจะคุยกัน?
ตั้ม : “ใช่ แต่เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน อีกอย่างพี่มีคุณยายที่อายุ 97 คือประเด็นพี่ไม่อยากให้คุณยายรู้เรื่องเลย เพราะคุณยายยังแบบ เอาของไปฝากสิ นู่น นั่น นี่ เพราะพี่มากินข้าวกับคุณยายตลอดไง พี่ก็อึดอัดอยู่ในใจ จะพูดยังไงดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด ไม่ได้เล่า”
อาดาวมารู้ตอนไลฟ์สด?
ตั้ม : “ใช่”
ดวงดาว : “ไลฟ์สดคู่กัน แล้วก็ข่าวออกมั้ง คุณยายโทรมา”
ตั้ม : “ใช่ ข่าวออก คุณยายโทรมาเลย แต่พี่อ่ะรู้แล้ว อดีตภรรยาพี่เค้าบอกว่าจะโพสต์นะ เพราะเลิกกันก็นานแล้ว เค้าอยากให้ทุกคนรับรู้ มันถึงเวลาแล้วที่ต้องบอก”
คนแรกที่ทราบเรื่องคือคุณยาย?
ตั้ม : “คือคุณยายเห็นจากข่าว แต่เติ้ลกับแม่พยายามถาม แต่เราไม่ได้พูดอะไร เราแค่บอกว่าตอนนี้ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เค้ากลับไปบ้านพ่อ แม่เค้า ทำงาน นู้น นั่นนี่ ยุ่ง แยกกันทำงาน คือเริ่มจากเล่าให้ฟังก่อนว่า ตอนนี้แยกบริษัทกันแล้ว”

อาดาวน้อยใจไหม จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตลูกเราเลย ในฐานะของคนเป็นแม่?
ดวงดาว : “ไม่เลยค่ะ เคารพการตัดสินใจ เพราะลูกโตหมดแล้ว แล้วเราจะไม่แบกอะไรไว้กับตัวเรา แล้วลูกเราเป็นผู้ชายทั้งคู่ เค้าก็มีครอบครัวเป็นของเค้า คือสิ่งนึงที่รู้สึกได้สำหรับพี่ตั้มนะ คือเค้าหายไปจากชีวิตของพวกเรา แต่เราคิดว่าเค้ายุ่งเรื่องงาน เราไม่ไปกวน ไปยุ่ง เรามีลูกชาย ในฐานะที่เราเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งลูก สิ่งไหนที่เราไปพูดแล้วแม่เราไม่สบายใจ เราก็จะไม่พูด และเราก็เข้าใจลูกว่าอยากจะเล่าในสิ่งที่เค้าอยากจะเล่า ถ้าบางสิ่งที่เค้าไม่อยากให้เราต้องรับรู้หรอก ก็ไม่ต้องไปอยากรู้ เราก็แค่อยู่ตรงนี้ พร้อมรับฟัง ถ้าลูกมีปัญหาและต้องการคำปรึกษา เค้าจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเราเองทั้งคู่ ตั้งแต่เล็กมา เราเลี้ยงมาแบบนั้น อันนี้เรายอมรับได้ทุกอย่าง ไม่ไปจุกจิก ไปถาม”
เติ้ลรู้เรื่องพี่ตั้มไหม?
เติ้ล : “คือเอาจริงๆ แม่กับผมพอจับได้แหละ แต่เนื่องจากเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ถ้ามันไม่ได้สุดจริงๆ เราคิดว่าเค้าจัดการได้ เราก็คอยดูเค้าอยู่ ก็เป็นห่วงแหละ แต่ว่าพี่ตั้มเค้าจะรู้เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่ตั้มมีปัญหามากๆ เราจะไปหาเค้าถึงบ้าน”
ช่วงเวลานั้นให้กำลังใจกันยังไง?
ดวงดาว : “เราก็อยู่ข้างๆ”
ตั้ม : “ผมต้องบอกก่อนว่า ผมเริ่มทุกอย่างใหม่จากศูนย์ เรียกว่าติดลบด้วย มันออกมาโดยที่ไม่มีอะไรอะไรเลย มาเริ่มต้นใหม่ แต่โชคดีที่ได้แม่ ได้น้อง ได้น้องสะใภ้ ช่วยประคับประคอง เพื่อนก็มีแต่เพื่อนก็คือให้กำลังใจ แต่คนที่ฉุดเรามาจากปากเหว ก็คือเป็นแม่ เป็นน้อง เป็นน้องสะใภ้ เป็นคนที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยนานหลายปี เพราะเราไปโฟกัสเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องเพื่อน เรื่องอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แล้วพอวันที่เราพลาดทั้งในเรื่องธุรกิจ เรื่องครอบครัว มันกลายเป็นว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนที่รักเราที่สุดคือคนในครอบครัว ต่อให้เราจะแย่ ล้มลุกคุกคลานขนาดไหน สุดท้ายคนที่ช่วยเหลือเราก็คือครอบครัว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าปัญหามันเริ่ม ถ้าเราปรึกษาครอบครัวก่อนมันอาจไม่ได้เลวร้ายไปกว่านี้ มันอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ อยากบอกเพื่อนๆ ทุกคน หรือวัยรุ่น ถ้ามีปัญหาอย่าเก็บไว้คนเดียว ผมกลายเป็นเหมือนคนที่แบบเก็บปัญหาไว้คนเดียวทุกเรื่อง คิดเอง ทำเอง เหมือนไม่ได้มองข้างๆ พอเวลาพลาดขึ้นมา มันกลายเป็นว่าเราพึ่งมาเล่าตอนมันจบ ถ้าเราเล่าปัญหาตั้งแต่แรกว่ามันเป็นแบบนี้ เรามีทั้งพ่อ มีทั้งแม่ มีทั้งน้อง มีน้องสะใภ้มาช่วย มันหลายหัว มันดีกว่าหัวเดียว เราเลยรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราพลาดไปแล้ว แต่โชคดีที่เรามีครอบครัว แล้วเป็นครอบครัวที่พร้อมจะผลักดันทุกอย่าง แล้วโชคดีธุรกิจที่พี่ทำเป็นเรื่องของออนไลน์ และโชคดีที่มีอินฟลูระดับประเทศอยู่ข้างกาย มันเลยทำให้แบบที่เราล้มลงไปแล้ว ฟื้นขึ้นมาในช่วงเวลาแค่ครึ่งปีที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ในช่วงตั้งไข่ธุรกิจ แต่เป็นการตั้งไข่ที่ถือว่าเร็วมาก”
อาดาวฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
ดวงดาว : “ไม่เป็นไรเลย ให้กำลังใจลูกตลอด เพราะเราเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น คนเราไม่ว่ายังไงก็ตาม ให้เรามีกำลังใจ เรามีมือ มีแขน มีขา มีกำลังกาย กำลังใจ ใจเราสู้ ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้ จะบอกลูกเสมอ กว่าแม่จะมาถึงทุกวันนี้ได้ ก็ล้มหลายครั้ง เราก็ลุกขึ้นมาใหม่ ไม่เป็นไรเราพร้อมอยู่ข้างๆ แล้วก็สู้ไปด้วยกัน เราพร้อมสู้กับลูกเสมอ ก็จะเห็นว่านั่งไลฟ์ไปด้วยกัน ขายของไปด้วยกัน นู่นนี่นั่น เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน”
ตั้ม : “พี่เป็นอาชีพไลฟ์สดตั้งแต่ยุคแรก 10 ปีที่แล้ว แต่มันก็มีความเหนื่อย ความท้อ แต่พอหันมาเจอแม่ 74 แล้วยังไลฟ์อยู่เลย”
เติ้ล : “ผมไปไลฟ์ด้วย พูดไม่ทันน่ะ”
ตั้ม : “พี่เหนื่อยมาก ลงไลฟ์แต่สิ่งที่เด้งมา คือดวงดาว จารุจินดา 4 ทุ่ม ยังไลฟ์อยู่เลย เรารู้สึกว่าเรามีไอดอลอยู่แล้ว เราจะท้อทำไม เราเลยฮึบขึ้นมา สู้นะ เราก็มีภาระ ธุรกิจ พาร์ตเนอร์ที่หวังในตัวเรา ที่เค้าเอาเงินมาลงทุนร่วมกับเรา เราก็ค่อยๆ ประคับประคอง รับผิดชอบในสิ่งที่เราผ่านมา คือพี่มีเพื่อนมาร่วมลงทุนด้วย แต่เราพลาดที่ไปทำให้มันเจ๊ง โดยที่มัวไปใส่ใจเรื่องอื่น โดยที่ไม่สนใจธุรกิจหลักที่ถนัด คือเรื่องของออนไลน์ การขายสินค้า ตอนนี้มันเหมือนไม่มองอย่างอื่นแล้ว เรารู้แล้วสิ่งที่เราถนัดคือการขายสินค้าออนไลน์ ดังนั้นพี่เลยตัดทุกอย่าง แล้วมาโฟกัสเรื่องนี้”

จริงๆครอบครัวนี้คุยกันทุกเรื่อง แต่เรื่องไหนที่หนัก และทำให้คุณแม่กลุ้มใจจะไม่พูด อย่างเติ้ลเองเรื่องราวก็หนักมาก?
เติ้ล : “เราอยากจะเคลียร์เรื่องของเราให้ได้ก่อน ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองใหญ่อย่างที่พี่หนิงเจอ เรารู้สึกว่าวิธีง่ายสุดตอนนั้นคือการไปดูดไขมันออก เมียติดต่อให้เรียบร้อย วางเงินเรียบร้อยแล้ว นัดวันดูดไขมันเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าต้องไปตรวจเลือดก่อน พอเปิดดูอีเมลผลเลือด เราไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ด้านขวาเราสีแดงขึ้นมาหมดเลย จาก 120 มันขึ้นไป 400 ดูแล้วขนหัวลุก คำพูดแรกที่บอกกับเมีย “แม่ พ่อว่าพ่อเป็นมะเร็งแน่เลย” ตอนนั้นอยู่คอนโดตรงทองหล่อ ก็ขับรถไปหาคุณหมอทันทีเลย เพื่อไปถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณหมอก็ดู เค้าบอกว่าไขมันพอกตับ ถ้าอีก 6 เดือน เรายังไม่ดูแลน้ำหนักให้ลดลง เราจะเป็นตับแข็งแล้ว”
นี่คือไขมันพอกตับระยะสุดท้าย?
เติ้ล : “ใช่ แล้วที่มันน่ากลัวคืออะไรรู้ป่ะ คือมันไม่มีอาการเลย แต่ผมรู้สึกอย่างนึง พอหมอพูดว่าไขมันพอกตับ ผมจะนึกได้ ตอนเวลาผมนอน ผมจะรู้สึกว่ามันจะมีอะไรย้อยๆ ห้อยๆ ผมต้องสะบัดตัวให้มันเหมือนเข้าที่ พอออกมาพยาบาลบอกว่า ตรวจเลือดของคุณเติ้ลมันแยกชั้นเลยนะ ชั้นไขมันกับชั้นเลือด มันแยกจากกัน”
สาเหตุมันเกิดจากอะไร?
เติ้ล : “คุณหมอบอกเลยว่า หลักๆ เลย คือกิน พักผ่อนไม่พอก็ส่วนนึง แต่กินเยอะ กินมากเกินไป กินแอลกอฮอล์ กินแป้ง น้ำตาล”
อาดาวพอรู้ว่าน้องเติ้ลเป็นอย่างนี้?
ดวงดาว : “ไม่รู้”
แล้วตอนที่ทราบหนักกว่าเรื่องพี่ตั้มอีก?
เติ้ล : “คือตอนที่รู้เรียบร้อยหมดแล้ว แม่เพิ่งรู้”
ดวงดาว : “ไม่รู้ เค้ารู้กันกับภรรยา เค้าไม่เอาทุกข์มาให้แม่ ไม่รู้เรื่องเลย”
เติ้ล : “เราไม่เคยมองเลยว่าเป็นเรื่องความทุกข์ รอฟังคุณหมอ คุณหมอบอกว่า มีวิธีคือ ต้องลดความอ้วน เราก็รู้ว่ามันมีทางออก จะไปเครียดทำไม มันแก้ไขได้ เราไม่เห็นจำเป็นต้องเครียดเลย ถ้าเกิดมันสามารถแก้ปัญหาได้ โดยที่ตัวเราเองทำได้ เราก็ไม่รู้จะเครียดทำไม”
คุณหมอบอกไหมว่าต้องทำยังไง?
เติ้ล : “อย่างแรกคือลดน้ำหนัก ลดแป้ง น้ำตาล ลดความอ้วนให้ได้ ผมก็พยายามลดลงมา แต่เราใจไม่แข็งพอ จากที่เราเคยกินปกติ เราชอบกินก๋วยเตี๋ยว ชอบกินข้าว มันยาก มันอดใจไม่ได้”

แต่ลดลงได้ 20 กิโล?
เติ้ล : “ประมาณ 17 จาก 83 ตอนนี้ 66-67 อยู่ประมาณนี้”
พี่ตั้มเค้าโสด อาดาวหวงไหม มีแฟนได้ไหม?
ดวงดาว : “ก็แล้วแต่เค้า”
เข็ดไหม?
ตั้ม : “ตอนนี้ขอโฟกัสทำงาน ใช้หนี้ก่อน”
พี่เข็ดความรักไหม?
ตั้ม : “รุ่นนี้ไม่มีเข็ดอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้สิ่งที่ผมโฟกัสมันคือการตั้งลำชีวิตใหม่ เพราะเราอยากดูแลแม่ ดูแลน้อง น้องสะใภ้กลับคืนที่เค้าดูแลเรา เราอยากกลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้อีกครั้งนึง”
สเปกรอบใหม่เป็นยังไง?
ตั้ม : “พี่อยากได้คนที่ฮีลใจเรามากกว่า ไม่ต้องมาทำงานด้วยกันแล้ว พอทำงานด้วยกันมันอาจจะมีแนวคิดที่ไม่ตรงกัน ตอนนี้ขอคนที่ไม่ต้องทำงานด้วยกันแล้วเข้าใจเราแค่นั้น”
ดวงดาว : “ความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม มันแล้วแต่เค้า”
เติ้ล : “หลักๆ ตอนนี้ผมคิดว่าพี่ตั้มเค้าโฟกัสเรื่องงาน พอประตูบานนึงมันถูกปิดลง ประตูบานใหม่มันย่อมเปิดขึ้นเสมอติดตามพวกเราได้นะครับ”


