‘หญิง รฐา’ งงหนัก! ดราม่าโบท็อกซ์กลายเป็นวาระแห่งชาติ ลั่น คนเดียวที่ขยับหน้าผากได้มีแค่ ‘เทพ โพธิ์งาม’
ฮอตไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับกระแส ทนายจิตตรี ที่แสดงโดยนักแสดงสาวมากฝีมือ หญิง รฐา โพธิ์งาม ที่ล่าสุดเพิ่งจัดงานแฟนมีตติ้งคืนกำไรแฟนๆ จากกระแสความปังของซีรีส์ ทนายปีศาจ ของทาง Netflix ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มาร่วมเก็บภาพการซ้อมและสัมภาษณ์นักแสดงจากมิวสิคัลสุดแซ่บแห่งปี “เมืองมารยา” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 เอสพลานาด รัชดา เมื่อเจอหญิง รฐา ก็ได้เปิดใจถึงกระแสความปังของทนายจิตตรี พร้อมอัพเดตอาการป่วยต่อมน้ำลายอักเสบ และเจ้าตัวยังขอตอบชัดๆ อีกครั้งกับประเด็นวิจารณ์เรื่องการทำหัตถการจนขยับสีหน้าไม่ได้จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ
ล่าสุดกระแสจิตตรี จัดงานแฟนมีต คืนกำไร ?
“ใช่ จริง ๆ มันก็คือเหมือนงานแฟนมีตนั่นแหละ แต่ว่าเราเป็นสายออกกำลังกาย ก็เลยรู้สึกว่าหากิจกรรมอะไรที่มันเข้ากับตัวเราแล้วก็แฟนๆ ได้ออกกำลังกายด้วย ก็ทำแฟนมีต ตอนแรกเล็งกันไว้ประมาณ 50 คน คือแม็กซ์สุดแล้ว ก็เปิดลงทะเบียนเพราะอยากรู้ว่าจำนวนจริงๆ ประมาณเท่าไหร่ ลงทะเบียนกันมา 400 กว่าคน เราก็ตกใจเพราะไม่ได้แพลนว่าจะเยอะขนาดนี้ แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อนๆ ที่เป็นนักวิ่งมาช่วยเป็นเพซเซอร์ ไปช่วยซัพพอร์ต ได้ทีมจาก Adidas Thailand เอาของมาแจก แล้วก็ได้ทีมจาก Pacamara ที่เป็นจุดรวมตัว ก็ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยและดีใจที่ได้เจอทุกคน จริง ๆ มีน้องๆ ในซีรีส์ อย่างน้องต้า (พรรษกร) ที่เล่นเป็นเซยะ แล้วก็มี แคนดิส (ณัฐกฤตา) ที่เป็นทนายมะนาวมาด้วย แต่ว่าหญิงกับเพื่อนๆ แพลนกันนะว่าจะทำทุกเดือน ในเดือนต่อๆ ไปอาจจะจำกัดคน แล้วก็อาจจะมีนักแสดงในซีรีส์บางคนมาจอย เพราะรู้สึกว่าดีใจที่ ทนายปีศาจมันเป็นซีรีส์ที่ทำให้คนชอบ แล้วเวลาได้เจอกันมันก็เหมือนมีอะไรมาคุยกัน ก็เลยเล่าให้พี่ไก่ (ณฐพล) ฟัง ซึ่งพี่ไก่ผู้กำกับก็วิ่งทุกวันอาทิตย์อยู่แล้ว ก็เลยบอกพี่ไก่ว่าเดี๋ยวถ้ามีคราวหน้าจะชวนพี่ไก่มาวิ่งด้วย”
ตกใจไหมที่คนจะอินและชอบผลงานเราเยอะขนาดนี้ ?
“มันก็เซอร์ไพรส์มากค่ะ มันเหมือนตกใจเหมือนกัน เพราะไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดมาในชีวิตนานแล้ว เหมือนเวลาเราเห็นคอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ในช่องรายการต่างๆ ที่เราไป เราได้เห็นถึงการพูดคุยในเรื่องของซีรีส์ก็ดีใจ นักแสดงทุกคนก็ดีใจมากๆ ค่ะ”

ที่มีคนบอกว่า ญาญ่าหญิงฆ่าไม่ตาย รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
“อันนี้หนูพูดเองปะ (หัวเราะ) (คือมันจะมีรอบวงเวียนชีวิตของมัน?) เหมือนทุก 12 ปี ทุก 10 ปี มันจะเป็นกราฟชีวิตของคนแหละ มันก็อาจจะรออีกสักพักมันอาจจะเกิดขึ้นอีก แต่ระหว่างนี้ก็ดูแลตัวเองไป รับผิดชอบหน้าที่ที่ตัวเองได้รับผลงานต่อๆ ไป คือจริงๆ พอทนายปีศาจได้รับการสนใจในระดับหนึ่ง เมืองมายาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หญิงกดดันนะ เพราะหญิงรู้สึกว่ามันเป็นชิ้นงานที่ต่อเนื่องกัน มันมีความกดดัน ไม่ใช่ว่างานนึงมันซัคเซสแล้วงานต่อๆ ไปเราจะเป็นยังไง แต่มันเป็นความกดดันที่โพสิทีฟ เป็นความกดดันที่เรารู้สึกดีกับมัน แล้วเราก็อยากจะพยายามทำให้ทุกงานมันมีควอลิตี้ที่ดี”
ร้องไห้ไหมเวลาผลงานขึ้นอันดับ 4 ของโลก ?
“ดีใจ หญิงว่าดีใจ ในมุมร้องไห้ไหมมันก็มีบางโมเมนต์ อาจจะไม่ได้ถึงขั้นว่า โห มันขึ้นอันดับ 4 หรือท็อป 5 ของโลก แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกว่ามันยังมีคนดูผลงานเราเนาะ มันยังมีคนที่คิดถึงเรานะ และในเวลาเดียวกัน มันคือผลงานคนไทยที่มันซัคเซสไปด้วยกัน มันไปด้วยกันเป็นทีม บทคนไทยเขียน การแสดงคนไทยเล่น ผู้กำกับ งานภาพ งานอาร์ต งานทุกอย่างมันคืองานผลงานของคนไทยจริงๆ มันเป็นอีกจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่า ณ วันนี้พอโลกมันแคบลง คอนเทนต์ต่างๆ มันแข่งกันมากขึ้น แต่มันยังมีคนที่เลือกจะดูชิ้นงานที่ทำโดยคนไทย มันเป็นความภูมิใจและดีใจมากๆ”
หลายคนกดดันเรื่องทำภาค 2 ?
“หนูก็กดดัน จริงๆ พี่ไก่ก็พูดอยู่เสมอว่ามันมีเรื่องของหลังบ้านเนาะ ว่ากราฟมันเป็นยังไง กระแสเป็นยังไง พี่ไก่ชอบพูดอยู่เสมอว่าก็พัฒนามันไปเรื่อยๆ หมายถึงว่าพัฒนาบทไปเรื่อยๆ ถ้าถึงเวลาได้ทำ ได้กรีนไลต์ทำก็คงได้ทำ แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังพูดอะไรไม่ได้จริง ๆ”
ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องรอถึง 7 ปีเลยไหม ?
“ถ้า 7 ปีฉันก็จะ 50 แล้วล่ะ 7 ปีก็จะมาแบบติดหงอกหน่อย (ทรงผมเดิมไม่ได้แล้ว?) ก็ต้องเป็นทรงเดิมแต่อาจจะโคนขาวนิดนึง ก็ต้องรอไปอีก 7 ปี”
มีคนถามเยอะว่าอยากจะมีภาค 2 เรารู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ดีใจค่ะ แต่พี่ไก่เคยพูดกับหญิงคำนึง พี่ไก่บอกว่า เอาจริงๆ นะพี่หญิง ตอนทำสงครามส่งด่วน แล้วมาทำทนายปีศาจ ผมยังไม่กดดันเลย แต่พอทนายปีศาจแล้วมันอาจจะมีความคาดหวังว่าจะเกิดซีซั่น 2 ผมโคตรกดดันเลย มันเหมือนมันอยู่กับความคาดหวังของคนแล้ว ก็ให้เวลาทีมหลังบ้านหน่อยค่ะ หญิงคิดว่าทุกคนก็อยากทำให้มันเต็มที่ ถ้าได้ทำก็อยากจะทำให้มันเต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้บทมันเป็นตัวหลักเลยที่จะขับเคลื่อนทุก ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดง เรื่องราว หรือความอินของคน ก็ให้เวลากับการเขียนบทเยอะๆ น่าจะดีที่สุด”

ถามเรื่องการป่วยด้วย เป็นอย่างไรบ้าง ป่วยเป็นอะไร ?
“ตอนนั้นมาเริ่มซ้อมเมืองมายาค่ะ แล้วก็เริ่มที่จะกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ รู้สึกว่ากลืนข้าวก็เริ่มเจ็บคอ ก็เอ๊ะเป็นอะไร ช่วงซ้อมประมาณวีคแรกๆ เพราะว่าหญิงนอน 22:00 น. ตลอด แล้วหญิงตื่น 06:30 น. เพื่อตื่นมาวิ่งหรือทำกิจกรรม พอมาซ้อม 23:30 น. เลิก กว่าจะได้นอนเกือบเที่ยงคืนตีหนึ่ง แต่หญิงก็ยังตื่น 06:30 น. เหมือนเดิม เพราะมันเหมือนเป็นรูทีนของเราแล้ว มันเลยทำให้การพักผ่อนน้อยลง บวกกับช่วงวีคแรกๆ มันซ้อมร้องเยอะ มันก็เลยทำให้เหมือนต่อมน้ำลายเราอักเสบ พอต่อมน้ำลายอักเสบมันก็ไปเชื่อมกับต่อมน้ำเหลือง แต่เป็นความโชคดีที่เป็นคนขี้นอยด์ เจ็บนิดเจ็บหน่อยคือจะไปหาหมอเลย ก็ได้รับการตรวจ หมอบอกว่าอาจจะดื่มน้ำน้อย อาจจะใช้เสียงเยอะ แล้วเป็นจังหวะที่เราดื่มน้ำน้อย พวกช่องปากของเรามันเป็นเรื่องของความสกปรกอยู่แล้ว เรากินอาหาร มีแบคทีเรีย มีอะไรอยู่ตลอดเวลา คราวนี้พอน้ำลายมันเข้าไปในต่อมน้ำลายแล้วมันอาจจะขจัดออกมาได้ไม่หมด เพราะเราอาจจะดื่มน้ำน้อยหรือใช้เสียงเยอะ มันก็เลยทำให้เกิดการอักเสบจากแบคทีเรียจากอาหารที่มันยังไม่ขับออกมา ช่วงนั้นก็ต้องกินน้ำมะนาว กินอะไรเปรี้ยวๆ ให้ต่อมน้ำลายมันขับออกมา แล้วก็ทานยา นี่เพิ่งหยุดยาไปได้ 2 วัน เพราะต้องทานยาฆ่าเชื้อให้ครบ 10 วัน ก็ดีขึ้นแล้ว หายขาดแล้วค่ะ แต่ว่าตอนนี้ก็มาต่อสู้กับการนอนของตัวเองต่อไป”
มันกระทบกับอาชีพที่เราเป็นนักร้องด้วยไหม ?
“ก็นิดนึง เพราะว่าเอาจริงๆ มันมีผลเพราะเวลาร้องคือเวลามันบวม มันไปถึงกราม ไปถึงหน้า เพราะมันเป็นเส้นประสาทบริเวณนี้หมดเลย การอ้าปากหรืออะไรมันเหมือนตึง ไม่ค่อยสบายตัว แต่ว่าก็โชคดีที่ทานยาเร็วไปหาหมอเร็วช่วงวีคแรกๆ”
อัพเดตเรื่องโบท็อกซ์หน่อย ?
“คือทำมาตลอดชีวิตนั่นแหละ แล้วช่วงหลังหญิงทำน้อยลงด้วย หญิงว่ามันคงมีเรื่องของพังผืดบ้าง อะไรบ้าง ที่มันอาจจะแก้ยากนิดนึง แต่ว่าใดๆ เราก็น้อมรับในคำวิพากษ์วิจารณ์นะคะ แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ดูส่วนมากส่วนน้อยแหละ ว่าถ้ามันไม่ได้กระทบกับการแสดง คนดูยังรู้สึกและอินกับการแสดงเรา มันอาจจะไม่ได้เป็นผลกระทบขนาดนั้น แต่ถามว่ามีแพลนอยากจะแก้ไขไหม มันก็มีนะ เพราะไอ้ที่เราฉีดไปมันก็เป็นเจเนอเรชั่นสัก 20 ปีที่แล้ว บางทีก็อยากลบล้างเหมือนกัน แต่ยังไม่มีเวลาจริงๆ ก็อาจจะเป็นแพลนในอนาคต”
ในพาร์ตของการแสดงที่มีคนวิเคราะห์วิจารณ์มา มันมีผลต่อการขยับสีหน้า หรือการแสดงอารมณ์มากไหม ?
“สำหรับหญิง หญิงรู้สึกว่าการแสดงมันคือการมาจากข้างใน มันอาจจะร่วมด้วยกับการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าค่ะ แต่มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราส่งตัวละครหรือความรู้สึกได้จากอารมณ์ข้างในแล้ว บางทีการแสดงสีหน้ามากเกินไปมันอาจจะทำให้ตัวละคร โดยเฉพาะทนายจิตตรี ไม่ใช่ตัวละครที่เราคิดไว้ เพราะตัวละครตัวนี้ค่อนข้างมีความเก็บซ่อนอารมณ์นิดนึง มีความนิ่งๆ ในใบหน้า สื่อสารด้วยแววตาแล้วก็สื่อสารด้วยอารมณ์จากความรู้สึกภายใน แต่ถ้าเป็นเจ๊ออยอาจจะมีผล แต่อันนี้ก็ยังได้อยู่”
ตกลงว่าเจ๊ออยกับทนายจิตตรี ใช้หัตถการเดียวกันไหม?
“หัตถการเดียวกันเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เจ๊ออยยังไปได้ทั้งหน้าอยู่ เพียงแต่ว่าจิตตรีอาจจะเล่นจากข้างในมากกว่า เจ๊ออยเขาจะเป็นคนที่โอเพ่นมากกว่า เหมือนถ้าพูดถึงจักระ จิตตรีเนี่ยจะใช้จักระเรื่องของฮาร์ตจักระค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเจ๊ออยเนี่ยอาจจะมีบริเวณใบหน้า หรือว่าอะไรในการพูดหรือเปล่งเสียงมากกว่า”
คิดไหมว่าจะกลายเป็นวาระแห่งชาติ?
“งงมากเหมือนกัน แต่หญิงก็เข้าใจหมดเลย เพราะมันเริ่มจากมีคนสงสัย แล้วมันก็ขยายความต่อไป แล้วมันดันเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจ ว่าทุกคนก็ทำหัตถการกันทุกคน ก็ขอบคุณทุกคนที่มาซัพพอร์ต หญิงค่อนข้างแข็งแรงในความรู้สึกตัวเอง และรู้สึกว่าในการทำงานผลงานมันก็ได้บ่งชี้ของมันในกลุ่มคนกลุ่มนึง แต่ถ้าถามว่าในอนาคตอยากจะแก้ไขไหม มีอยู่แล้ว เราก็อยากจะแก้ไข เพราะอะไรที่มันอยู่ในหน้าเรามาเกิน 20 ปี หรืออยู่ในตัวเรามาเกิน 15-20 ปี เราก็ต้องแก้ไขอยู่แล้ว”
รู้สึกอย่างไรที่หลายคนเข้ามาซัพพอร์ตว่า ตั้งใจดูการแสดงมากกว่าแค่ดูหน้า?
“จริงๆ การแสดงมันคือ ตามที่หญิงเข้าใจและเรียนมา การแสดงมันคือความรู้สึกของตัวละคร ซึ่งคลื่นความถี่พวกนี้ กล้องวิดีโอ กล้องทุกอย่างจับได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราดูแล้วเรารู้สึก แปลว่ากล้องพวกนี้มันจับความรู้สึกของคนเล่นได้ หญิงก็ยังเชื่ออยู่ว่าการแสดงมันคืออินเนอร์และความเข้าใจตัวละคร มากกว่าที่จะเป็นการแสดงสีหน้าหรือท่าทาง คือมันอาจจะมาควบคู่กันได้ แต่ว่าภาษากายหรือกล้ามเนื้อบนใบหน้ามันจะมาก็ต่อเมื่อเรารู้สึก ถ้าเราไม่รู้สึกแต่เราแสดงไป ยังไงก็ไม่รู้สึก”
ตอนที่เห็นคอมเมนต์ที่หลายคนออกมาปกป้องเรา เรื่องการขยับหน้าผาก รู้สึกอย่างไร?
“ถ้าให้ตอบจริงๆ เขาจะหาว่าหญิงกวนไหม คนเดียวในประเทศไทยที่เห็นว่าขยับหน้าผากได้คือลุงเทพ โพธิ์งามเท่านั้นเลยจริงๆ เทพ โพธิ์งามเท่านั้น ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก ตอนเขาเล่นเป็นตลกคาเฟ่ก็เห็นว่าเขาขยับหน้าผากได้ ไม่เคยเห็นนักแสดงคนไหนขยับหน้าผากได้ เทพ โพธิ์งามคนเดียวที่ขยับได้ ลุงเทพเขาขยับได้จริงๆ ขยับหน้าหลังได้เลย”

ที่บอกว่าจะเอาส่วนที่อยู่มา 20 ปีออก อันนี้คือแพลนใช่ไหม?
“คือแพลนค่ะ เพราะพอมันอยู่นานๆ มันก็เป็นพังผืด หญิงว่าความรู้สึกของคนที่รู้สึกว่ามันแข็ง มันไม่ได้แข็งจากการทำหัตถการหรอก มันอาจจะแข็งจากพังผืดบริเวณที่มันสะสม ก็อาจจะถ้ามีเวลาก็อาจจะไปเคลียร์มันออก (จริงๆ มันมีผลกับการใช้ชีวิตไหม?) จริงๆ มันมีเรื่องของไลต์ติ้งนะ หญิงว่าบางทีกองจัดไลต์ติ้งไม่ดีมันก็จะเห็นร่องรอย หญิงคอนเซิร์นเรื่องนั้นมากกว่าด้วยซ้ำ เวลาที่ไลต์ติ้งจัดมาแล้วมันเห็นก้อนใต้ตาหรืออะไร เราก็รู้สึกเอง ก็คิดว่าอนาคตก็อาจจะไปเคลียร์มันเอา”
แต่หลายคนบอกว่าเวอร์ชั่นนี้ก็ดูสวยและเป๊ะแล้ว?
“ก็อีกวัยหนึ่งไง จิตตรี ซีซั่น 2 อายุ 50 (หัวเราะ) (ก็ยังเหมือนเดิม?) ไม่รู้ๆ แต่ ณ ตอนนี้ยังทำไม่ได้ค่ะ ยังมีงานอยู่ (เราแพลนไว้แล้ว?) ก็คิดไว้ว่าอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแก้ไข (ให้เอเจนซี่เข้ามาได้เลย?) ตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องทำงานก่อน จริงๆ ตอนนี้ก็มาเยอะมาก ตั้งแต่มีข่าวขยับหน้าผากไม่ได้ มากันเต็มเลยทั้งในไทยทั้งต่างประเทศ”




