เจ้านาย ส่งอีพีอัลบั้ม “amor” เล่าเรื่องรักทุกมิติ รับโสดแต่เริ่มเหงา อยากมีคน Good morning เผยเพิ่มมาตรการเช็กสถานที่หลังเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ห่วง “เจ เจตริน” เดินสายทัวร์บ่อย
ก้าวสู่อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางดนตรี สำหรับ JAONAAY (เจ้านาย จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) ศิลปินจาก Sony Music Thailand ที่เปิดตัว EP อัลบั้มแรกในชีวิต “amor” ถ่ายทอดเรื่องราวความรักในหลากหลายแง่มุม
ล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569 ได้จัดงาน “JAONAAY’s First EP ‘amor’ Listening Session” ณ The Standard, Bangkok Mahanakhon โดยชวนแฟนเพลงผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาร่วมสัมผัสทั้ง 5 บทเพลงจาก EP “amor” อย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟัง 2 เพลงใหม่เป็นครั้งแรกก่อนใคร
ก่อนเริ่มงาน เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงความตั้งใจและที่มาของอัลบั้มนี้ พร้อมเผยสถานะหัวใจที่ยังโสด แต่ยอมรับว่าเริ่มเหงาและอยากมีคนคอยส่งคำว่า Good morning ในทุกเช้า นอกจากนี้ยังเผยว่า หลังเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ที่สร้างความสะเทือนใจ ทำให้ตนและทีมงานเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่แสดงมากขึ้น พร้อมยอมรับว่าอดเป็นห่วงคุณพ่อ เจ เจตริน ไม่ได้ เพราะต้องเดินสายทัวร์และขึ้นแสดงคอนเสิร์ตอยู่บ่อยครั้ง
EP อัลบั้มแรก amor เปิดตัวแล้ว?
“ในที่สุดก็มีสักที ก็ออกมาสักทีครับ ก็เหมือนเราอยู่ในอาชีพนี้ตั้งแต่ช่วงเรียนหนังสือ เป็นศิลปินที่ปล่อยซิงเกิลมาตลอด ก็ยังไม่เคยได้ทำ EP ตอนนี้มาร่วมกับบ้าน Sony Music Thailand ก็ประมาณปีกว่า ก็จบที่ EP นี้ แฮปปี้มาก ๆ
อัลบั้มนี้ชื่อ amor ซึ่งภาษาสเปนแปลว่าความรักจริง ๆ ผมคิดกันอยู่นาน ซึ่งมีหลายชื่อมาก ๆ ที่นั่งกันอยู่ในห้องประชุม แต่รู้สึกว่าถ้าเป็นคำเดียวและแปลตรงตัวเป็นคำว่าความรักนั้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักร้องของผม หรือการที่อยู่ตรงนี้ หรือการที่เราบอกกับที่บ้าน กับคนรอบตัวว่าเราจะก้าวมาทำสิ่งนี้อย่างเต็มที่ มันก็เริ่มจากความรัก ทั้งการซัพพอร์ตทุกอย่าง ฟีดแบ็กที่เข้ามา มันก็เกิดจากความรักที่แฟน ๆ มีให้ผม
EP นี้ก็เหมือนจะเล่าเรื่องความรัก ซึ่งมีทั้งความรักที่ดี ไม่ดี และความรักที่น่าตั้งคำถาม ก็จะมีให้ทุกคนได้ฟังกัน สนุก ๆ”
EP นี้ เปิดมา “ติดเธอซะก่อน” ก็เปิดหัวมาดีเลย?
“ก็ต้องขอบคุณแฟน ๆ และผู้สนับสนุนทุกคนจริง ๆ เมื่อวานก็คุยกับพี่ในทีมว่าเพลงนี้ก่อนที่มันจะขึ้นติดจริง ๆ ก็ประมาณเกือบสองอาทิตย์ เหมือนมันค่อย ๆ กระจายกันไป ก็คาดการณ์อะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ก็แค่เราทำผลงานตรงนี้ให้ดีที่สุด ที่เหลือก็หน้าที่ของคนฟังว่าเขาจะรับมันไปยังไง
แล้วก็มีเพลง “ทุกนาที ก็ได้ร่วม feat. SEXSKI,
ก็เป็นเพลงตอบสนองตัวเองมาก ๆ อยากทำเพลงบู้ๆแบบนี้มานานแล้ว แล้วได้น้องมาร่วมงานก็แฮปปี้มาก ๆ แล้วก็เพลง “อกหัก” ที่ปล่อยไปแล้ว ก็เป็นอีกเอลิเมนต์หนึ่งของความรักที่อกหักเลย แล้วก็มีสองเพลงใหม่ที่ยังไม่ได้ปล่อย แต่ทุกคนก็จะได้ฟังในงานวันนี้ ชื่อเพลง “Trippin’” แล้วก็เพลง “จำกันได้ไหม”
เพลง Trippin ก็จะเป็นความรักงง ๆ หน่อย วัยรุ่นที่เอ๊ะ… อย่างนี้ไม่ดี แต่ว่าเราก็ยังชอบ ทำยังไงดีนะ (หัวเราะ) มันก็จะมีเอลิเมนต์นี้อยู่ด้วย และจบด้วยเพลง “จำกันได้ไหม” ซึ่งก็ feat. กับพี่ Patrickananda เป็นเพลงที่เขียนมาประมาณ 3-4 ปี เพิ่งหยิบยกเอามาใช้ใน EP นี้ เพราะว่าเพิ่งเอาเข้าไปให้ทีม พี่กานต์ yented คอยนั่งเลือก ว่า EP นี้เรื่องราวจะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเพลงนี้ก็ออกมาจากมุมมองของผมที่อยากจะพูดกับแฟนๆทุกคนว่า อยากให้นึกถึงวันที่เราขึ้นแล้วก็ลง และจำระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา แล้วก็โตด้วยกัน อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันในทุกความทรงจำ“
คาดหวังขนาดไหนกับอัลบั้ม EP นี้?
”ผมว่าผมทำมาจนถึงทุกวันนี้ เจอความสนุกตรงนี้ ผมว่ามันเจอความพอดีของความคาดหวังที่มันเฮลตี้ ไม่ถูกกดดันในการทำงาน ทีมเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าบีบแน่นจนเกินไป ไม่ได้เป็นกรอบแข็ง ๆ ก็รู้สึกว่าผมและทีมก็ภูมิใจมาก ๆ“
อยู่ภายใต้บ้านหลังนี้เป็นยังไงบ้าง?
”ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง ก็รู้สึกว่าดูแลการทำเพลงและสปิริตของผมได้อบอุ่นมาก ๆ แล้วผมก็ได้ทำผลงานของเราได้เต็มที่ ไม่ได้ต้องห่วง รู้สึกว่ามีทีมมันก็ดีกว่าอยู่แล้ว มีหลาย ๆ กลุ่มไอเดียมานั่งช่วยกัน คือตอนนี้วัย 25 เริ่มมีทีม เริ่มเรียนรู้ขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกว่ามีทีมมันก็ดีกว่าทำคนเดียวอยู่แล้ว เห็นคุณค่าตรงนี้มาก ๆ”

ต่างจากเดิมเยอะ?
“ผมว่ามันเหมาะกับช่วงเรียนรู้ของผมในตอนนี้ ผมได้มาลองทำเอง ดูผู้คนข้างนอกมากกว่าการทำกันเองที่บ้าน มันก็เป็นอีกโมเมนต์หนึ่ง แต่ว่าเพลงก่อน ๆ ผมก็ยังร้องจนถึงทุกวันนี้ มีช่วงที่ไปทัวร์โรงเรียน เจอเด็ก ๆ น้อง ๆ อยู่ ม.ต้น ม.ปลาย เขาก็ยังร้องเพลงเก่า ๆ ของเราได้อยู่ ก็ยังรู้สึกอบอุ่นอยู่ แล้วเพลงใหม่ ๆ ก็ยังมีผลลัพธ์ตามเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ ก็รู้สึกแฮปปี้กับทุกงานที่ปล่อยไป”
แต่ผลงานของเราก็พยายามจะมีส่วนร่วมทั้งหมดอย่างเต็มที่?
“ พยายาม เพราะผมรู้สึกว่าเป็นการทำงานที่ง่ายขึ้นด้วย พอเราป้อนอะไรไป มันมีไอเดียจากเราจริง ๆ ทีมก็รู้สึกสนุกกับการทำสิ่งนี้ ผมว่ามันก็แตกต่างจากบางที่ที่จับศิลปินแต่งตัวแล้วปล่อยออกมา อันนี้ก็เหมือนค่อนข้างถามจากตัวเราก่อนว่าจะเป็นยังไง แล้วก็ค่อย ๆ โตไปด้วยกัน”
เหมือนจะตรงกันจริตกัน?
“ใช่ครับ เหมือนช่วงแรก ๆ เราอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ก็ทำด้วยความสนุก พอโตมีอายุไว้แล้ว มีคนคอยเตือน คอยสอน คอยบอก ต้องระวังสิ่งโน้นสิ่งนี้ แล้วในวัยนี้ต้องเจออะไรบ้าง ก็ควรจะฟังผู้ใหญ่ไว้เยอะ ๆ เพราะ 25 แล้ว เป็นวัยที่รัดกุมนิดหนึ่ง (หัวเราะ) ก็คุยกับผู้ใหญ่ทุกฝ่ายอยู่เสมอครับ ก็พยายามจะตั้งใจทำงานต่อไป”
งานวันนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
“วันนี้ก็จะได้ฟังสองเพลงใหม่ที่ยังไม่ได้ปล่อยไป และเป็นครั้งแรกที่จัดงาน amor ที่ผมใช้คำว่าเป็นโฮมมี่ มีความเป็นเพื่อนมาก ๆ เชิญผู้โชคดีจากในแชตที่มีอยู่ ที่เขาอยากจะมาในงาน มานั่ง Exclusive แล้วเราก็มีอาหารในงานอร่อย ๆ เครื่องดื่มดี ๆ ไว้ เหมือนปาร์ตี้บ้านเจ้านายมากกว่ามางาน วันนี้ก็จะมีร้องเพลงที่ปล่อยไปแล้ว อยากจะให้ร้องด้วยกัน แล้วก็เป็นเพลงใหม่ ๆ ที่อยากจะให้ฟัง ถึงรายละเอียดที่เราอัดกันในห้องอัด และวันนี้หนึ่งทุ่มก็จะมีปล่อย MV “จำกันได้ไหม” ที่ร่วมร้องกับพี่ Patrickananda“
เราชวนน้องชาย เจ้าขุน เข้ามาอยู่ในบ้าน Sony ด้วย?
” ก็ใช่ครับ มีน้องชายด้วย น้องชายก็เพิ่งออก EP ไปก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกว่าทุกคนก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสุขของศิลปินคนหนึ่ง ที่ได้รับรู้ว่าทีมงานรอบกายคิดไอเดียเดียวกัน เราโตมาด้วยกัน ก็รู้สึกสนุกในการทำงาน ก็คุยเรื่องงานกัน สนุกกันขึ้น โตกันขึ้นด้วย แล้วก็โฟกัสที่มันใกล้กันขึ้น“
น้องบอกว่าพี่ชายให้คำแนะนำเยอะมาก?
“หลัง ๆ จะเป็นเวย์ให้กำลังใจมากกว่า เพราะว่าอยากจะให้เขาเลือกเอง เพราะจากตัวผมเองก็เรียนรู้ สมมติว่าเราทำเอง เราก็จะเรียนรู้กับมันได้เยอะกว่า เห็นคุณค่ากับสิ่งตรงนั้นมาก ๆ กับทีมที่บิวด์กันมาด้วยกันมันก็ดีกว่า ถ้าได้ลองเอง แต่ถ้าเกิดให้ผมไปนั่งกระซิบบอกทุกอย่าง มันก็คงไม่โต เหมือนผมเองก็รู้สึกว่าคนเราจะต้องมีพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งผมอยากจะบอกว่าเขาก็โฟกัสได้ดีขึ้นมาก ๆ จากทุก ๆ ผลงานที่ปล่อยไป แล้วการโฟกัสของงาน เด็กก็เริ่มจางหายไป เริ่มมีการเตรียมตัวกับงานมากขึ้น มีการรักษาวินัยตัวเอง ซึ่งมันก็ตามวัย ของผมเองด้วย ก็โตขึ้นทุกวัน คือน้อง ๆ ก็โตมากขึ้น สามคน ด้านเจ้าสมุทรก็จบมหาวิทยาลัยแล้ว เร็วมากเลย ผมบางงาน ก็ตอนเด็ก ๆ ก็จะชินว่าครับพี่ (ยกมือไหว้) แต่ทุกวันนี้ก็คือมีคนเรียกพี่แล้ว“
พอเราได้มาอยู่ค่ายเดียวกันกับน้อง การเปรียบเทียบมีไหม?
” คือไม่เลยพี่ เรื่องนี้ผมว่าถ้ามันจะเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่เพลงแรก ๆ แล้ว ผมว่ามันไม่มีเลยครับ ทำตรงนี้ด้วยความสนุก แล้วพ่อสอนตั้งแต่เด็กว่า อย่าทำงานตรงนี้ด้วยความแค้น เพราะมันจะไม่มีความสุข ต้องทำด้วยการรักตัวเอง รักแฟนคลับตัวเอง รักคนรอบข้าง อย่าไปทำด้วยความโกรธ ผมว่ามันไม่ดี จะมีวิชานี้อยู่ในหัวตลอด ว่างานนี้มันจะต้องมีความสุข คนที่เข้ามาเขาก็อยากจะมีความสุขจริง ๆ เขาก็สอนหลายเรื่อง แต่ว่าเรื่องนี้มันก็เป็นหนึ่งในแฟกเตอร์ที่เวลาออกจากบ้าน ก็น่าจะให้พลังบวกกับผมดีกว่า“
เขาอวยพรยังไงบ้าง เหมือนลูกชายสองคนก็เดินตามรอย มาเป็นนักร้องศิลปิน?
”จริง ๆ เขาค่อนข้างให้ลองเอง ในเฟดหลัง ๆ ก็อยากจะให้เราลองไปเจองานจริง ๆ หน้างาน เพราะว่าคุณพ่อเขาผ่านงานมาทุกรูปแบบ ลองมาทุกเวที เขาก็อยากให้ลูกไปเจอเอง“
ที่บอกว่าเข้า 25 แล้ว เป็นยังไงบ้าง?
” ผมยังรู้สึกเหมือนเดิมตั้งแต่ 16 มันยังไม่ไปไหนเลย (หัวเราะ) ล้อเล่น คือโตขึ้น ผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องราว เหมือนคนมองมาน่าจะ เฮ้ย 25 แล้ว อาจจะมีความรับผิดชอบที่มันมากขึ้น แต่ผมว่ามันก็ยังไม่ถึงจุดที่ต้องรู้สึกกังวลชีวิตอะไรขนาดนั้น แค่เขาพูดว่าวัยนี้มันอาจจะมีเบจเพศ แต่ก็ระวังอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นคนที่ขนาดนั้น แปลกๆอะไรก็ยังไม่มี ไม่มีก็ดี (อาจจะเป็นเบญจเพสดีก็ได้?) คือผมเห็นคนพูดถึงเบญจเพสดีอยู่ ขอเป็นเบญจเพสดีก็แล้วกันครับ“
อัลบั้มนี้พูดถึงเรื่องความรัก แล้วความรักของเรา พูดตรงนี้ได้ไหม ?
”ตอนนี้ไม่มีอะไรครับ ก็โสดเหมือนเดิมครับ โสดจริง ๆ ครับ“
ความเหงามันไม่มีเลย?
”แต่มันก็เริ่มมี วันก่อนผมพูดกับทีม ขำมากเลย ผมเริ่มอยากจะมีใคร Good morning ช่วงเช้า ๆ แล้ว พี่ผู้จัดการผมบอกว่า เดี๋ยวพี่เอง (หัวเราะ) น่าจะผิดประเด็น ผิดซอยนิดหน่อย เลี้ยวผิดซอยนิดหน่อย (อยากมีแล้ว?) ก็นิด ๆ วัยรุ่นทั่วไปคนหนึ่ง (หัวเราะ) มีมู้ดนั้นในแต่ละวันต่าง ๆ กันไป เพราะรู้สึกว่าเรื่องงานเยอะขึ้น ในหัวคิดว่าความรักทุกอย่างก็น่าจะฟิตกับชีวิตมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่เราไม่มองอย่างอื่นเลย เอาสิ่งที่ชอบอย่างเดียวเลย แล้วตอนนี้มองอะไรมากขึ้น“
มีสเป็กมากขึ้นไหม?
” ผมยังไม่กล้าตอบเลย รู้สึกว่ามันมีอะไรบ้าง แต่รู้สึกว่าเอาที่มีความสุขกันทุกวัน“
ได้เช็กไดเรกต์ไหมล่ะ เผื่อมีสาว ๆ มามอร์นิ่ง?
”มันก็มีครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบ..“
แล้วจะเจอกันแล้วเราชอบยังไง?
”ผมว่าธรรมชาติเลย แต่ก็ไม่ได้เป็นคนที่ไปเที่ยวข้างนอก ก็อาจจะยาก (จะเจอกันได้ยังไง?) ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเจอกันที่งาน อาจจะทำงานร่วมกัน ไปเจอกันที่ร้านอาหารหลังงาน (ร้านอาหารแถวไหน?) ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่บ้านอยู่รามอินทราครับ“
เรียกว่าไม่ปิดกั้น เริ่มเหงาแล้ว?
” ใช่ ๆ“
ถามถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชน เราเองในฐานะศิลปินได้รับงานลักษณะนี้อีกไหม?
” ก็เป็นงานที่รับอยู่ ก็ร้องในสถานที่ที่เป็นร้านอาหาร หรือเป็นอะไรก็ตาม รับทุก ๆ แบบ ซึ่งรู้สึกว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้า แล้วก็ผมบอกกับทางทีม คุณพ่อก็ทัวร์น่าจะเยอะกว่าผม คุณพ่อเขาก็บอกให้ผมคุยกับทีมเลยว่า ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราควรเคลียร์ก่อน จากตัวทีมเราก็ควรเคลียร์ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วงเรื่องอุปกรณ์อะไรของทีม ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรของผม คือพยายามออกมาจากที่นั่นให้เร็วที่สุด แล้วก็เตือน ๆ กัน คือผมก็คุยกับคุณพ่อ คราวนี้ก็น่าจะเห็นกันได้ทุก ๆ คน มันก็เป็นอะไรที่โหดร้ายมาก ๆ ดูจากคลิปก็รู้สึกว่าน่ากลัวมาก ๆ“
แล้วหลังจากนี้การรับงานเราจะต้องดูอะไรมากขึ้น ?
”คือทั้งทีมมีการเช็กสิ่งนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็น่าจะทำกันต่อไป พอเรื่องนี้เข้ามา ผมคิดว่าแฟกเตอร์ความระวังก็น่าจะเพิ่มมากขึ้น“
คุณพ่อเองมีการทัวร์บ่อย เรามีความเป็นห่วงคุณพ่อยังไงบ้าง?
”คือมากครับ คือคุณพ่อเขาก็หันมาหาผม เราก็ตระหนักกันได้เท่าที่เราตระเตรียมการไว้ แต่ก็ให้มีสติในทุก ๆ งานไว้ ก็อยากจะแสดงความเสียใจกับครอบครัวทุก ๆ ท่านเลย ที่เกิดการสูญเสียหรือว่าเจ็บป่วย ขอให้พระเจ้าอยู่กับทุก ๆ ท่าน และขอให้เหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่เกิดขึ้นอีกครับ“


