อ๊อด โฟร์เอส โต้ข่าวลือเสียชีวิต-ร้องเพลงไม่ไหว ยันยังรับงานปกติ ลดราคารำวงสู้เศรษฐกิจ ลั่นทำงานจนกว่าจะไม่ไหว
เจ้าพ่อรำวงชาวบ้าน อ๊อด โฟร์เอส เปิดใจเคลียร์ทุกข่าวลือ ทั้งกระแสเสียชีวิตและร้องเพลงได้แค่ไม่กี่เพลง ยืนยันยังแข็งแรง รับงานแสดงตามปกติ พร้อมเผยตัดสินใจลดค่าตัวรำวงเพื่อช่วยเจ้าภาพในยุคเศรษฐกิจซบเซา ย้ำตัวเองเป็นคนอยู่เฉยไม่ได้ หากไม่มีงานก็เข้าทำไร่ทำสวน พร้อมฝากถึงแฟนเพลงให้เชื่อสิ่งที่เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่คำบอกเล่า และขอเป็นเพียงสะพานคอยสนับสนุนเยาวชนรักเพลงลูกทุ่ง ไม่ใช่นักปั้นแข่งขันกับใคร พร้อมยืนยันจะทำงานรับใช้แฟนเพลงไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
“ผมเป็นคนที่ชอบทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานสบายๆ ถ้าไม่มีงานเราก็เข้าไร่ทำสวน รับจ้างตัดหญ้าบ้าง ไปตามวิถีชีวิต เพราะเราคือชาวบ้านอยู่แล้ว รำวงชาวบ้านก็ต้องแบบชาวบ้านๆ อยู่แล้ว”
“ถ้าถามว่าจะกลับมาร้องเพลงไหม ปกติก็ร้องอยู่แล้ว ต้องขอแก้ข่าวบางคนเอาไปลือว่าผมไม่รับงานแล้ว ผมร้องเพลงไม่ไหวแล้ว ใช่เหรอครับ ผมก็ร้องเพลงอยู่ทุกวัน บางคนก็บอกว่าผมร้องได้แค่ 2-3 เพลง นอกจากนั้นลูกน้องร้องหมด ไม่ใช่นะครับ”
“ผมก็ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้มาได้ยังไงเหมือนกัน ก็มีคนมาบอก ผมก็ถามว่าแล้วเขาไปดูเมื่อไหร่ ถ้าไปดูจริงเขาก็ต้องรู้ว่าผมร้องเพลงยังไง เขาก็บอกว่าเขาเล่ากันมา เนี่ยเจอคนประเภทนี้ เขาพูดกันมาเขาเล่ากันมาเนี่ยเป็นอย่างนี้ อ้าว แต่คุณไม่เคยไปสัมผัสด้วยตัวเอง คุณไปพูดได้ยังไงใช่มั้ยล่ะ”
กับอีกข่าวลือที่ว่า อ๊อด โฟร์เอส เสียชีวิตแล้ว?
“เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีคนพูด โทรมาหาผมด้วย เบอร์คุณอ๊อด โฟร์เอสใช่ไหม เขาบอกคุณอ๊อดเจ็บหนักแล้วเสียชีวิตไปแล้ว หืม โอ้ยขอบคุณมากที่ต่ออายุให้ผม”
ทำไมถึงมีข่าวลือแบบนี้ออกมา?
“ผมก็ยังงงเหมือนกัน ก็มีอยู่ครั้งนึงเมื่อหลายเดือนก่อน ผมเข้าโรงพยาบาล ใจมันเต้นผิดจังหวะนิดหน่อย ทีนี้หมอจะให้กลับบ้านแต่เพื่อความสบายใจเราอยากนอนโรงพยาบาลต่อ แล้วมีแฟนคลับโทรมาถาม ลูกสาวเขาก็ถ่ายรูปลง ข่าวมันก็เลยออกไป ก็ไปลือกัน”
ยืนยันว่าแข็งแรงปกติ?
“ปกติรับงานเหมือนเดิม ฝากด้วยแล้วกันว่าตอนนี้ผมปรับราคาลงแล้ว เพื่อเศรษฐกิจเพื่อคนที่ยังรักและศรัทธาในตัวของผมและวง”

ทำไมถึงต้องปรับราคาลง?
“ในส่วนตัวผมมองว่าที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้มันเกี่ยวกับธุรกิจที่ไปผูกมัดอยู่เป็นบางจุด บางทีมันไปอยู่กันเป็นกลุ่มๆ มันไม่ได้กระจาย ธุรกิจมันไปตกอยู่ที่บางกลุ่ม เราก็เข้าใจด้วยเหตุผลนี้ถ้าทำแล้วมันก็ต้องมีรายได้ มันก็ต้องมีประโยชน์”
ทุกวันนี้คนยังนิยมดูรำวงอยู่ใช่มั้ย?
“มีสิ เพราะตอนนี้มีวงเล็กๆ เกิดขึ้นมากมาย ผมรู้ล่วงหน้าเลยว่าวันนึงถ้าวงเล็กๆ เกิดขึ้น วงของศิลปินจะลำบากหน่อย เพราะเขามาสนุกในรูปแบบของรำวง เขาไม่ได้ตั้งใจมาดูนักร้องดัง ขอโทษนะครับผมไม่ได้พูดเป็นแนวทางเพื่อลบล้างตัวเองนะครับไม่ใช่นะ เราก็ตอบไปตามสถานการณ์จริง ว่าตอนนี้วงเล็กๆ เกิดขึ้นมากมาย”
“วงผมก็รับงานปกติ ทีนี้อย่างศิลปินที่มีต้นสังกัด ถ้าผู้จ้าง นายจ้าง เจ้าภาพ เอาศิลปินไปเปรียบเทียบกับวงทั่วไป จบเลยนะ ศิลปินก็ไม่มีทางเดินแล้ว ศิลปินก็ถึงทางตันเหมือนกันตอนนี้ แล้วจะไปยังไงล่ะ แล้วจะมีศิลปินไปเพื่ออะไร แล้วถามว่าคนดิ้นรนมาเป็นศิลปินเพื่ออะไร ไม่ได้ยกตัวเองนะ แต่พูดถึงแนวทางว่า ตอนนี้มันเป็นอย่างนี้มาแล้ว”
ที่บอกว่าจะลดราคาลงก็กระแสตอบรับเป็นยังไง?
“ผมก็เพิ่งพูดตอนนี้แหละเพราะยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ก็ได้คุยๆ กัน”
ที่บอกว่าก่อนหน้านี้เคยป่วย?
“ก็ครั้งเดียวนั่นแหละ มันก็ไม่เชิงว่าหนัก แค่เข้าโรงพยาบาล แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงานร่างกายไม่ดี เหงื่อไม่ออกร่างกายไม่ดีเลย อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ตาเหมือนจะหลับ แต่ถ้าเราทำงานเหงื่อออกร่างกายกระฉับกระเฉง เหมือนปอดขยาย ผมก็จะสั่งลูกสั่งเมียว่าไม่ต้องมาห้ามเรื่องงานนะ”
เคยคิดจะเกษียณไหมหรือว่าจะทำไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว?
“จริงๆ มันก็มีนะ แต่หลายคนก็ห้ามไว้ให้ไปต่อเรื่อยๆ คนที่รักเราและชอบแนวทางการทำงานของเราก็มีเยอะ ทุกวันนี้ก็ดีใจที่เยาวชนใส่ใจเพลงลูกทุ่ง หันมาร้องเพลงลูกทุ่งเยอะ ก็ต้องขออนุญาตเอ่ยถึง ขอบใจหลานต้นข้าวมากๆ ที่เป็นผู้บุกเบิกเปิดทางสร้างทางให้เยาวชนกล้าออกมาแสดงร้องเพลงลูกทุ่งกันเยอะ จนทุกวันนี้ผมได้สนับสนุนเด็กคนนึง แต่ไม่ใช่เป็นนักปั้น เพียงแค่เป็นสะพานให้หลานได้เดิน น้องมินตรา ฟ้าใส ได้มีโอกาสได้เดินสายร้องเพลงจะได้มีรายได้จุนเจือครอบครัว ส่งเสียตัวเองเรียน”
“ทีนี้บางคนก็คิดว่าสร้างขึ้นมาเพื่อมาแข่งขันกับอีกคน ไม่ใช่ อย่ามาพูดคำนี้กับเรา”
มีคนเอามาเปรียบเทียบกัน?
“ใช่ เพราะทุกวันนี้เยาวชนเยอะนะที่โดนเปรียบเทียบ ร้องสู้คนนั้นไม่ได้ ร้องสู้คนนี้ไม่ได้ ขอเลยนะครับอย่าเอาไปเปรียบเทียบเลย เราให้การสนับสนุนดีกว่า แนะแนวเขา”
“ผมก็ช่วยผลักดัน มินตรา ฟ้าใส ไม่ใช่เด็กปั้นครับ ก็อย่างที่บอกว่าแค่เป็นสะพานให้เขาก้าวเดินมีจุดยืนได้เผยแพร่ตัวตนให้คนได้รู้จักเขา แค่นั้นเอง”
“แล้วอาเป็นคนที่บ่อน้ำตาตื้น เวลาเห็นเยาวชนมีความสามารถ แม้แต่เด็กที่มาเต้นมารำ น้ำตาซึมเลยนะ ชื่นชอบที่เขามาสนใจด้านนี้ ดีใจที่เยาวชนหันมาสนใจเพลงลูกทุ่ง ก็แนะเขาสอนเขา จำไว้อย่างหนึ่งว่าฟ้าลิขิตมาให้เป็นนักร้อง ไม่ใช่ลิขิตมาให้เราเป็นนักปั้น แค่เป็นนักแต่งเพลง และเป็นนักร้อง กว่าตัวเองจะได้เป็นนักร้อง ผมร้องไห้ไม่รู้กี่ตลบ ถ้าพูดแล้วมันยาว ประวัติ กว่าจะได้เป็นอ๊อด โฟร์เอสมันไม่ง่ายเลย ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
เคล็ดลับดูแลตัวเองในวัยนี้?
“ปีนี้ผม 68 แล้ว เคล็ดลับก็อย่างที่บอกทำงาน ไม่อยู่เฉย อยู่เฉยไม่ได้ ก็ยืนยันว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่เรื่องเสียงเนี่ยก็ต้องยอมรับอย่างนึงเราอายุเยอะแล้ว อีกอย่างก็ผ่าคอมาสองรอบแล้ว ผ่ากล่องเสียงมาสองรอบแล้ว มันก็มีเสียงแห้งบ้าง แต่ไม่ต้องกลัวครับเต็มร้อย เราร้องหนักไง คืนนึงร้อง 30 กว่าเพลง ถ้าช่วงแรกๆ สมัยตอนที่ดังใหม่ๆ บางทีไปรับเชิญด้วย คืนนึงตก 60 กว่าเพลง ตอนที่สมัยหนุ่มๆ เคยเสียงหายไปครั้งนึงแล้ว ร้องที่ร้านอาหารมีแต่ลมออกไม่มีเสียงเลย เพราะร้องเยอะ ไม่มีการรักษาเสียง ใช้อย่างเดียว”
“ถามว่าตอนนี้มันก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ก็ร้องได้แต่ลูกนาสิกที่เราเคยทำได้อะไรพวกนี้มันหาย เหมือนสมัยตอนที่ผมเล่นตลก ทำเสียงผ่องศรี วรนุชได้ แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้แล้ว แก้วเสียงตรงนี้มันหาย”
“ยังไงก็ขอบคุณพี่น้องแฟนคลับพี่น้องแฟนเพลงนะครับที่รักบทเพลงลูกทุ่งแล้วชื่นชอบรำวงสไตล์ชาวบ้านๆ อย่างผม รำวงชาวบ้านสืบสานวัฒนธรรมไทย ต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี ที่มอบรางวัลเกี่ยวกับนักร้องลูกทุ่งผู้สร้างสรรค์รำวงชาวบ้าน ในรูปแบบของวัฒนธรรมไทยขึ้นมาได้ แล้วก็ขอบคุณเจ้าภาพทุกท่าน ถ้าคิดว่าผมยังพอมีความสามารถ ที่จะเชิญชวนให้คนมาร่วมสนุก และมาทำบุญได้ ก็ยินดีรับใช้ทุกสถานที่”

