หน้าแรก บันเทิง เปิดก้าวที่เต...

เปิดก้าวที่เติบโตของ วง SONS. ผ่านซิงเกิลใหม่ “หรือเปล่า” พร้อมแชร์มุมมองคนดนตรีต่อยุค AI 

25.07.26 | 13:24 น.

เปิดก้าวที่เติบโตของ วง SONS.ผ่านซิงเกิลใหม่ “หรือเปล่า” พร้อมแชร์มุมมองคนดนตรีต่อยุค AI 

เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ไฟแรงจริงๆ สำหรับวง SONS. ศิลปินแนว Alternative Pop Rock ที่ได้ออกเพลงซิงเกิ้ลใหม่มาอย่างสดๆ ร้อนๆ อย่าง “หรือเปล่า” เพลงที่พูดถึงความรู้สึกสงสัยในความสัมพันธ์และการตามหาความหมายของคำว่ารัก เป็นการผสมแนวเพลงป๊อปและร็อกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างจังหวะที่ทำให้คนฟังชวนโยกไปตามๆ กัน ล่าสุดสมาชิกวง SONS. ซึ่งประกอบไปด้วย โตโต้, เติ้ล, ภพ, วี,ใหม่ ได้เปิดใจกับทาง ‘มติชนออนไลน์’ โดยเผยถึงความท้าทายในการทำเพลง พร้อมทั้งแชร์มุมมองในฐานะคนดนตรีต่อยุค AI

ปล่อยกันมาแล้วสำหรับเพลง หรือเปล่า เป็นยังไงบ้าง ฟีดแบ็กจากแฟนๆ ตอบรับยังไงบ้าง?
โตโต้ : “ฟีดแบ็กก็ดีเลย คนชอบกันเยอะมาก แล้วก็คอมเมนต์ใน MV YouTube ก็ดีมากเลย ทุกๆ คนดูถูกใจเพลงนี้กันเป็นพิเศษ แล้วก็คอมเมนต์ค่อนข้างรัน แล้วก็ยอดวิวด้วย รันใช้ได้เลย”

เหมือนแฟนๆ ก็จะนึกถึงกลิ่นอายดนตรีความเป็นยุค 90-2000 ?
โตโต้ : “ใช่ ส่วนมากมีเด็กมาคอมเมนต์ เหมือน 2000 เลย แต่ว่าคนทำไม่รู้ตัว แค่ทำเฉยๆ”

พวกเราก็เป็นน้องๆ วงใหม่ กลับมาคราวนี้เป็นไงบ้าง สำหรับเพลง หรือเปล่า คอนเซปต์เพลงเป็นยังไงบ้าง ที่มาที่ไป เล่าให้ฟังหน่อย ?
โตโต้ : “เป็นซิงเกิลที่ 4 ที่เราปล่อยกับทางค่าย ทาง Tiny “หรือเปล่า” ก็หมายถึงเป็นเพลงที่พูดถึงความสับสน การค้นหาคำตอบบางอย่างผ่านความรัก เหมือนบางทีเรายังไม่ได้รู้จักคำว่ารักจริงๆ ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร แล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วรักคืออะไร เราไปจำมาจากกูรูความรักหรือเปล่า แต่ว่าตัวเพลงก็จะพูดถึงอะไรแบบนั้น แล้วก็มีมาตบตอนช่วงท่อนฮุก ไม่รู้ว่าเป็นเธอหรือเปล่า”

Advertisement

ได้แรงบันดาลใจมาจากใครเป็นพิเศษหรือเปล่า ?
โตโต้ : “จริงๆ เพลงนี้มันทำมานานมากแล้ว ตั้งแต่ 2022 เลย จริงๆ ผมว่ามันเป็นเพลงที่เกี่ยวกับคนเจนผมน่าจะเก็ตเรื่องนี้กัน เหมือนเราทำตัวเหมือนว่าเรารู้จักความรัก แต่ว่าจริงๆ แล้วพอตั้งคำถามกับมันจริงๆ เราอาจจะไม่รู้จักมันเลยก็ได้ ผมว่าหรือเปล่าเป็นเพลงประมาณนั้น แค่ท่อน Pre-hook ท่อน Hook ผมเขียนให้มันป็อปขึ้น ให้มันเหวี่ยงประเด็นไปที่ไม่รู้ว่าเป็นเธอหรือเปล่า ความรัก ประมาณนั้น”

อย่างที่บอกเมื่อกี้ว่าเพลงมันทำมานานมากตั้งแต่ปี 2022 ทำไมถึงเลือกปล่อยในช่วงเวลานี้ ?
โตโต้ : “จริงๆ คือจะบอกว่าวงเราเป็นวงสายดอง เน้นทำเก็บซะเยอะ ส่วนมากเพลงของวงที่ปล่อยมากับทางค่ายทั้ง 4 เพลง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่ทำมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว ยกเว้น “ไปรักไกลไกล” ซิงเกิลที่แล้วที่ขึ้นมาช่วงก่อนปล่อยเลย จริงๆ ผมว่ามันเหมือนเป็นคอนเซปต์ที่เราอยากเล่นมานานด้วยแหละ หรือเปล่า ผมว่าลูกเล่นในเชิงอาร์ตเวิร์ก ในเชิงอะไร เรารู้สึกว่าเพลงนี้มันน่าจะเล่นกับอะไรหลายๆ มุมสนุกดี จริงๆ ก็เกิดจากการคุยกับค่ายเรื่องเพลงที่จะปล่อย ก็ประชุม แชร์ แพลนกันไป แล้วก็เลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงที่ 4 ของปี”

เพลงนี้มีความแตกต่างจากเพลงที่แล้วๆ ของเรายังไงบ้าง เราใส่อะไรลงไปในเพลงนี้ที่มันพิเศษกว่าเดิม?
วี : “ผมว่ามันเป็นเรื่องของกรูฟเพลงนี้ ซึ่งเป็นกรูฟที่อาจจะทำให้คล้ายๆ หลายๆ คนคิดถึงยุคนั้นได้เลย เพราะว่าเพลงแบบที่พวกผมทำที่มันคล้ายๆ แบบนั้น ก็จะแตกต่างกับเพลง 3 เพลงที่ผมปล่อยมาช่วงแรกๆ พอทุกเพลงรวมกันแล้วก็เห็นตัวตนของวงชัดเจนขึ้นเลย”

ภพ : “คิดคล้ายๆ วี เพราะว่าผมว่าตัวกรูฟเพลงมากกว่า ผมว่าถ้าเกิดเพลงนี้มันมีความโดดจากเพลงที่เคยปล่อยมามาก ด้วยความที่ผมรู้สึกว่ามู้ดแอนด์โทนมันจะมีความสดใสกว่า มีความเป็นวัยรุ่นมากกว่า สำหรับผมเลยมองว่าเพลงนี้ค่อนข้างที่จะเข้าถึงได้ง่ายกว่า แล้วก็บวกกับเนื้อหาเพลงของโตโต้ รู้สึกว่ามันรีเลทกับหลายๆ คนได้ ผมรู้สึกว่าคงไม่ใช่แค่คนวัยผม ผมว่าวัยอื่นๆ เขาก็คงตั้งคำถามเหมือนกันว่าความรักเนี่ยมันคืออะไร ประมาณนั้น”

ใหม่ : “รู้สึกว่าเป็นเพลงสนุกเพลงแรกของวง เพราะว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เพลงที่ก่อนปล่อยกับค่ายหรือว่าเพลงที่ปล่อยกับค่ายไปแล้ว เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่สนุกเพลงต้นๆ ที่เป็นจังหวะที่สามารถโยกได้ ก็ดี”

เติ้ล : “เพลงนี้มันพิเศษตรงความเร็ว ผมว่ามันเป็นความเร็วที่กำลังพอดีกับการโดด การสนุก มันกำลังเป็นความเร็วที่พอดี ไม่เร็วเกินไป อาจจะนิดนึง แต่ว่าไม่ถึงกับเร็วเกินไปจนโดดแล้วไม่เป็นจังหวะ เพราะว่าเพลงนี้มันเป็นเพลงที่โดดแล้วพอดีสำหรับการโยก”

อยากให้พูดถึงความท้าทายที่เราเล่นผ่านเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นของเรา มันท้าทายยังไงบ้าง ?
วี : “ถ้าในพาร์ตกีตาร์ของผม เพลงนี้ผมจะเล่นริทึมซะส่วนใหญ่ ก็จะไม่ได้มีความหวือหวาอะไรมาก ส่วนมากจะเป็นพวกกรูฟที่อาจจะต้องคมๆ แม่นๆ ให้กรูฟไปกับกลองให้ได้ดีๆ”

ภพ : “ของผมก็คล้ายๆ วี แต่ของผมรู้สึกว่าแพตเทิร์นในการเล่น กรูฟมันจะเป็นฟีลกรูฟเดียวเกือบทั้งเพลงเลย แล้วก็มีเรื่องโซโล่ โซโล่จริงๆ มันไม่ได้ยาก แต่ตอนเล่นสดก็มีเปลี่ยน มีใส่นู่นใส่นี่เพิ่ม ก็จะฟีลมัน”

ใหม่ : “ของผมเป็นพาร์ตเบส ผมต้องคีพทั้งจังหวะกับกลองแล้วก็ไปพร้อมริฟฟ์กับกีตาร์ทั้ง 2 คน ความท้าทายของผมก็คือเพลงนี้มันเป็นไลน์เบสที่ค่อนข้างจะกวนๆ นิดนึง มันจะยุบหยิบสนุกๆ กวนๆ แล้วผมก็ต้องทำทั้ง 2 อย่างก็คือต้องมีสมาธินิดนึงเวลาเล่น”

เติ้ล : “ความยากของมันคือต้องไม่เล่นเยอะ เพลงนี้มันจะต้องเรียบๆ ง่ายๆ แต่การตีกลองให้คนโยกโดยที่มันง่ายที่สุด ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ยากที่สุดแล้ว ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดในเพลงละ”

สำหรับตัวโตโต้ การทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ เราต้องโชว์พลังเสียงมีความยากง่ายยังไงบ้าง ต้องใส่เทคนิคอะไรลงไป?
โตโต้ : “จริงๆ ผมว่าเพลงนี้มันเป็นเรื่องกรูฟ เรื่องสเปซระหว่างกัน สิ่งที่ผมควรทำก็คือการร้องให้น้อยที่สุด จริงๆ ผมแทบไม่เติมอะไร มองว่าเพลงนี้มันควรต้องมีอากาศของมันอยู่ มันคือ Body Music มันคือดนตรีเต้นได้ พอเหมือนว่าดนตรีที่เต้นได้แล้วทุกอย่างมันอยู่ในอากาศเยอะเกินไป มันจะเริ่มไม่มีความโยกความอะไรแล้ว ด้วยความที่ผมว่าหรือเปล่ามันขึ้นมาจากริฟฟ์ต้นเพลง แล้วไอเดียตอนแรกมันไม่ใช่เพลงยุค 2000 วงไม่ได้ตั้งใจทำให้มันเป็นเพลง แต่ว่ามันเป็นเหมือนพวกซินธ์ป็อป พวกนิวเวฟ แบบ 80s ยุคนึงที่จะมีความกรูฟมันจะวนๆ วิ่งๆ หน่อย นึกภาพฟีลไมเคิล แจ็กสัน ผมว่าเพลงนี้มันฟีลอย่างงั้น ผมก็เลยคิดว่ากรูฟเลยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด รวมถึงร้องด้วย ตอนอัดก็พยายามล็อกกับกรูฟของทุกคนให้ได้มากที่สุด ผมว่าเพลงนี้เหมือนการวิ่งแข่งระยะสั้นยาว มันสำคัญมาก เพราะว่าถ้าสมมติเราสั้นไม่พอตรงนี้ ความเด้งมันหายเลย ประมาณนั้น”

แสดงว่าก็ต้องทำการบ้านหนักพอสมควร ?
โตโต้ : “จริงๆ พอมันอยู่กับเพลงนี้มานานแล้ว มันก็เลยโอเค เราเล่นเพลงนี้สดกันหลายรอบแล้ว เหมือนว่ามันก็จำกันไปแล้วว่าอยากได้ฟีลแบบไหนกัน”

ตั้งแต่ผลงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ซิงเกิลล่าสุดก็คือเพลงหรือเปล่า คิดว่าแนวเพลงหรืออะไรก็ตาม ทำให้วงเราเติบโตขึ้นยังไงบ้าง ได้เรียนรู้อะไรจากการทำเพลง ?
โตโต้ : “ผมว่าด้วยความที่ตัววงมันเบสจากความอะไรก็ได้ เหมือนเราเอาทุกอย่างที่เราชอบมาอยู่ใน Table เดียวกันแล้วคลุกรวมไปด้วยกัน แต่ที่มันเปลี่ยนน่าจะเป็นเรื่องการทำงานมากกว่า ผมว่าหรือเปล่ามันเป็นงานที่วงมีผลงานกันมากขึ้น มีส่วนร่วมกัน รวมถึงผมเองด้วยก็เพิ่มหน้าที่มาอีกหน้าที่นึงคือการทำโพสต์โปรดักชั่นของเพลงนี้ ผมว่ามันเหมือนเป็นพอยต์ที่ดี เพราะว่าต่อจากนี้เราก็จะเริ่มทำเพลงกันเยอะขึ้นแล้ว เพราะเรื่องอัลบั้มอะไรก็ต้องปล่อย แล้วมันเหมือนว่าพอวิธีการทำงาน พอมันเกิดการคุยกันมากขึ้น ผมว่ามันจะน่าสนุกคือต่อจากนี้มากกว่า เพราะว่าเหมือนหรือเปล่ามันค่อนข้างทำให้เรามีระบบในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิมด้วย เพราะว่า 3 เพลงก่อนมันจะค่อนข้างกระจัดกระจายนิดนึง ในมุมผมพาร์ตโดยส่วนใหญ่คือเนื้อทำนองมาจากผมก่อน แล้วบางทีผมมักจะขึ้นเดโม่มาให้วงก่อน แล้วบางทีวงก็ชอบเลย ไม่แก้ แล้วก็อัดอย่างงั้นเลย เหมือนว่าหรือเปล่าทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้นในการดีไซน์ เหมือนในห้องอัด อย่างกรูฟที่เติ้ลตี ถ้าในเดโม่จะไม่มี พวกกรูฟหยุด ยูนิซันอะไรพวกนี้ คือเพิ่งจะมาเพิ่มตอนก่อนจะอัดนี่แหละ แล้วก็เหมือนว่าเพลงนี้จากที่โล่งๆ ก็กลายเป็นว่ามีอะไรมากขึ้น แต่จริงๆ งานต่อๆ ไปของวงก็น่าจะดีเทลจุกจิกกว่านี้แน่ๆ ผมว่าแค่นี้ตัวเริ่ม”

ตอนนี้วงการเพลงบ้านเราก็กำลังคึกคัก คิดว่าจุดแข็งของวงเราคืออะไรบ้าง?
โตโต้ : “ผมว่าเราเป็นวงไม่รีบ ผมว่าทุกคนในวงน่าจะเป็นสายที่ไม่เน้นสปีดต้น เน้นสปีดทางยาวมากกว่า ผมว่าวงมันจะมีความเป็นคอมมูนิตี้มากกว่าในการอยู่ในสตรีม คือเมนสตรีมมันก็จะมีแฟนเบสของเขา แต่แฟนเบสของเรามันเหมือนเพื่อนเหมือนแก๊งกันมากกว่า แล้วก็ผมว่าด้วยแนวเพลงด้วย เพราะวงไม่มีแนวเพลง คือเราตั้งว่าเราเป็น Alternative ก็คือทางเลือก ก็คือเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ในแบบของเรา ผมว่าความหลากหลายน่าจะเป็นอะไรที่หลายๆ คนชอบ จริงๆ ผมว่าพวกเราไม่น่าจะทำสิ่งเดียวไปนานๆ กันได้เก่งด้วย รู้สึกว่างานของวงมันก็พัฒนาตลอดเวลา ถ้าเทียบกันตั้งแต่ซิงเกิลแรก “หักปากกาเซียน” จนอันนี้ “หรือเปล่า” ผมว่าไดนามิกของด้านแนวเพลงมันขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา มันทำให้แต่ละงานรู้สึกไม่น่าเบื่อดี เพราะว่าเราไม่จำเป็นต้องทำแบบเดิม แค่ว่าทำยังไงให้มัน Speak to the people ที่สุด ก็คือพยายามปรับเปลี่ยนเพื่อให้ อย่างน้อยคือความโชคดีของเราคือเรายังพอมีเซนส์ป็อป มันเลยพอทำอะไรแล้วมันก็สามารถบิดกลายเป็นอะไรที่มันฟังง่ายขึ้นได้ ผมว่าจุดแข็งวงคือตรงนี้เลย”

ในฐานะที่เป็นนักดนตรีรุ่นใหม่ ในช่วงนี้มันมีกระแสของเพลง AI เข้ามามีบทบาทเยอะมาก อย่างเช่นการที่มีนักร้อง AI มาแล้ว เรามองกระแสตรงนี้ยังไงบ้าง ?
โตโต้ : “ผมว่าฟีลลิ่งมันก็คงจะคล้ายๆ กับการมาของพวก MIDI Controller การทำเพลงของยุคสมัยนึง คือตอนแรกคนก็บอกว่าไม่ใช่เลย แต่ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงดนตรีที่คนทำมันจะยังคงแข็งแรงอยู่เหมือนเดิม แล้วผมว่าในช่วงหลังๆ พวกมิวสิกสตรีมมิ่งทั้งหลายก็เริ่มเข้มงวดกับงาน AI มากขึ้นด้วย ผมรู้สึกว่าช่วงนี้มันจะเป็นช่วงชุลมุนมากกว่า จนกว่า AI จะหาตลาดของตัวเองได้ โดยที่ไม่แย่งกับตลาดของเพลงมนุษย์ ผมว่าทางที่ดีเราควรมีสตรีมมิ่งที่ Human-made ไปเลย กับสตรีมมิ่งที่เป็น AI-based ไปเลย ผมว่ามันจะดูดีกว่า เพราะว่าบางทีผมเห็นชาร์ตเพลงที่มี AI ผสมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกว่าผมไม่ได้ชอบขนาดนั้น”

โตโต้ : “ผมว่าสิ่งที่ AI ทำไม่ได้คือเทส ผมว่า AI เลียนแบบเทสของมนุษย์ไม่ได้ มันต้องป้อนคอม คือเทสของการเป็นนักดนตรีจริงๆ มันจะมีเลเยอร์ที่หลายชั้นมากกว่านั้น ผมรู้สึกว่าแล้วก็ด้วยซาวด์ด้วย AI ในวันนี้ผมว่าเรื่องซาวด์ที่เจเนอเรตออกมามันยังรู้ แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือวันนึงถ้ามันไม่รู้แล้ว อันนี้ผมว่าเราควรจัดการเรื่องนี้ให้มันถูกต้อง ก็แบบว่าโอเค อันนี้คืองานมนุษย์นะ หรือไม่ถ้าสมมติถ้าไม่ได้ทำ AI-based สตรีมมิ่งก็ควรที่จะแปะแท็กว่านี่คือ AI Music ผมว่าฟีลแบบนั้น”

การที่ AI เข้ามาคิดว่ามันมีผลกระทบต่อศิลปินอย่างเราไหม?
โตโต้ : “ผมว่าไม่ได้เป็นปัญหาขนาดนั้น คือสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ยังคงต้องการงานที่มาจากมนุษย์อยู่ดี เหมือนผมคิดว่าเหมือนคนทำเพลงทุกคน เดี๋ยวนี้เราอาจจะมี AI ที่ทำเพลงได้แล้ว แต่ทุกคนก็ยังคงรักที่จะเปิด DAW แล้วทำมันเองในคอมมากกว่า แล้วผมคิดว่า Creativity ของมนุษย์มันไม่เคยตัน เดี๋ยวก็มีอะไรออกมาใหม่ๆ เรื่อยๆ แต่ว่าแค่ AI มันเหมือนว่ามันถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกกับอะไรบางสิ่งบางอย่างได้ ผมว่าเราควรแยกกัน”

โปรเจกต์ต่อไปของวงเราหลังจากนี้จะเป็นยังไงบ้าง จะปล่อยซิงเกิลอะไร หรือว่าปล่อยอัลบั้ม ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ไหน ยังไง ?
โตโต้ : “งานเล่นก็มีเรื่อยๆ เดือนหน้าก็มี แล้วส่วนเพลงหลังจากปล่อย “หรือเปล่า” เดี๋ยวปีนี้ก็จะมีซิงเกิลให้ปล่อย ก็น่าจะมีอีก 2 เพลง ไม่แน่ใจเหมือนกัน แล้วก็เข้าเฟสอัลบั้มเต็มแล้ว ผมไม่รู้ว่าอัลบั้มเต็มจะทันปล่อยต้นปีหน้าไหม อาจจะกลางปีหน้า ไม่แน่ใจเหมือนกัน ยังไงก็ฝากติดตามด้วย”

สุดท้ายฝากติดตามผลงานเพลงล่าสุด แล้วก็ฝากติดตามวงด้วย ?
โตโต้ : “เพลงใหม่ หรือเปล่า ซิงเกิลที่ 4 จากพวกเราวงซันส์ ก็ตอนนี้ปล่อยทุกช่องทางแล้ว ใน Music Streaming ทุกช่องทางแล้วก็มี MV ใน YouTube ช่อง Tiny BKK ยังไงก็ฝากทุกคนไปติดตามแล้วก็ซัพพอร์ตพวกเรากันเยอะๆ แล้วก็ IG: sonstagram.wav แล้วก็ Facebook Fanpage: SONS. Band แล้วก็ฝากเพลงต่อๆ ไปของพวกเราด้วย”