ถั่วแระ ซึ้งสายใยพ่อลูกตัดกันไม่ขาด น้องปราย หอบใบปริญญาตปท. มอบถึงเตียง เด๋อ ดอกสะเดา
ทำเอาหลายคนซาบซึ้งไปตามกัน เมื่อตลกอาวุโส ถั่วแระ เชิญยิ้ม เปิดใจหลังพาเพื่อนวงการตลกไปเยี่ยม เด๋อ ดอกสะเดา พร้อมเผยโมเมนต์สุดประทับใจภาพ น้องปราย บินตรงกลับจากต่างประเทศ นำใบปริญญามามอบให้พ่อถึงเตียงคนไข้ จนเด๋อกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ขณะเดียวกันถั่วแระยังอัพเดตอาการล่าสุดของ พี่เด๋อว่าหน้าตาสดใสขึ้น รับรู้และสื่อสารด้วยภาษามือได้
พร้อมฝากแง่คิดสะท้อนบทเรียนชีวิตคู่ ผ่านโลกมา 73 ปี ถึงเวลาที่ผู้ชายควรหยุดทำให้ภรรยาเสียใจ และย้ำแม้ทุกวันนี้ตนจะแยกกันอยู่บ้านคนละหลังกับภรรยา แต่ยังจับมือกันแน่นตามคำสาบานว่าจะไม่ทิ้งกัน
ไปเยี่ยม อาเด๋อ เห็นภาพโมเมนต์ซึ้งใจ น้องปราย เอาปริญญามาฝากพ่อ ?
“พอเราเห็นภาพก็ปลื้มปิติกับลูกสาวเขามากนะ พอเขาลงจากเครื่องก็รีบดิ่งมาหาพ่อก่อนเลย เราเองก็หัวใจแบบเดียวกับพี่เด๋อนี่แหละ ลูกไปเรียนอยู่ที่อเมริกาจบกลับมา อาการเดียวกับพี่เด๋อเลย ปลื้มปิติ พอเห็นพี่เด๋อร้อง ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่คิดถึงลูกสาว มันสะท้อนว่าระหว่างพ่อกับลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอก เรื่องครอบครัวมันบอบบางมาก เราไม่อยากก้าวล่วงอะไรเขามากหรอก พอเราเห็นแบบนั้นก็เลยบอกพวกตลกไปเยี่ยมพี่เด๋อกันดีกว่า ถือช่อดอกไม้ไปเลย ขอแสดงความยินดีกับลูกสาวด้วยนะ ผมไม่ได้เจอลูกสาวนะ แต่ผมเจอพ่อ ก็ฝากยินดีกับพ่อไปแล้วกัน ถือโอกาสมาเยี่ยมพี่เด๋อด้วย ก็ได้นั่งคุยกันตามประสาตลก แกเห็นแกก็ร้องไห้เหมือนเดิม”
จิตใจพี่เด๋อแช่มชื่นขึ้น?
“ผมว่าอย่างนั้นนะ แกก็หน้าตาสดใสขึ้น แต่ว่าถ้าพูดดราม่าบ่อยๆ แกก็ร้องอีกเหมือนกัน”
วันนั้นน้องปรายไปหาพ่อคนเดียว หรือมีคนอื่นด้วย?
“ผมไม่ทราบครับ ผมเห็นในรูปเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปด้วย แล้วผมก็พาตลกไปเยี่ยม ก็นั่งคุยกับพี่เด๋อเป็นชั่วโมงจนกระทั่งแกบอกว่าเจ็บก้นแล้ว”
พี่เด๋อสามารถสื่อสารได้แล้วใช่ไหม?
“ตอนนี้แกเจาะคอ พูดไม่ได้ เพราะต้องดูดเสลดออกจากที่เจาะคอ แต่ผิวพรรณเริ่มมีออร่าขึ้น คุณหมอที่ทำกายภาพบำบัดให้พี่เด๋อ ก็บอกให้นั่งบ่อยๆ หลังต้องแข็งก่อน ถ้าหลังอ่อนเมื่อไหร่ไม่สามารถยืนได้ ก็ต้องไปฝึกให้หลังแข็งก่อน คาดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ มันมีหุ่นยนต์สำหรับเดินให้มีความรู้สึกว่าก้าวเท้า ให้มีแรงเตะสู้กับเครื่องยนต์ มือก็เหมือนกันให้เลื่อนไปทางซ้ายทางขวาเหมือนเล่นเกมเลย พี่เด๋อก็ฟังรู้เรื่องนะจ้องจอใหญ่เลย เป็นเครื่องกายภาพบำบัด”
ตอนนี้ใครดูแลพี่เด๋อเป็นหลัก?
“เปิ้ล ลูกสาว ที่ปรนนิบัติดูแลอยู่ ผมก็ไม่ได้ไปทุกวัน เราก็ไม่รู้ว่าใครไปเยี่ยมบ้าง หรือว่าญาติคนไหนมาบ้างเราก็ไม่รู้จริงๆ”

ไม่ได้ถามเรื่อง พี่ปู ?
“เปล่าครับ ไม่กล้าละลาบละล้วง มันเป็นเรื่องของครอบครัว เราก็ให้กำลังใจอย่างเดียวเลย พี่เด๋อสู้สู้นะ แกก็เล่นมุกอะไรตลอดเวลา แกรู้ฟังเข้าใจ ใช้ภาษามือ”
เราก็เห็นความรักของเขาทั้งคู่ในอดีตผ่านมา ที่เคยรักกันมานาน ?
“มันเป็นเรื่องราวของภาวะ รักกัน รักได้ ก็จากได้ ทุกคนเป็นหมด ไม่ใช่เป็นเฉพาะคู่พี่เด๋อหรอกมั้ง เพราะข่าวเขาไม่ดังไงใครจะไปตามคนไม่ดังล่ะ คนไหนเตียงหักก็พยายามเจาะเซาะเข้าไป(หัวเราะ) ใช่ปะล่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เราเห็นก็จะรู้สึกว่าดีกันไม่ได้เหรอ แต่เราไม่รู้ความในใจของทั้งคู่ ว่าใครเจ็บ ว่าใครสุข คนสุขก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วคนเจ็บล่ะเห็นไหม มันมีทั้งทุกข์และสุข เราไม่สามารถก้าวล่วงเขาได้”
เราได้เห็นบทเรียนชีวิตของพี่เด๋อแล้วเอามาเป็นแง่คิดให้ชีวิตเรายังไงบ้าง?
“ผู้ชายทุกคนนะผมว่าไม่มีชายไทยคนไหนที่ไม่มีแผลกลางหลังหรอก ผมผ่านโลกมา 73 ปีแล้ว เราตั้งใจนะว่าต่อจากนี้ไปเราควรจะลด ละ เลิกได้แล้วหรือยัง เราควรจะให้เมียเราโง่ต่อไปไหม ตอนนี้ผมตั้งหลักที่ว่าต่อจากนี้ผมจะไม่ยอมให้เมียผมโง่อีกต่อไปแล้ว เพราะเราหรือเปล่า แต่เราก็ไม่ได้สารภาพ เราก็ยังจะยืนกระต่ายขาเดียวของเราว่ากูไม่รู้ กูไม่เห็น”
มันจะมีคำพูดที่เตือนกันว่าอย่าเสียคนตอนแก่ เราเคยมีตรงนี้?
“ไม่ค่อยมี คำว่ามาเสียคนตอนแก่ผมก็เห็นมาเยอะนะ มันก็มี การโลมเล้า รสรูปกลิ่นเสียงมันก็พาให้เขาเหล่านั้นผิดพลาดได้ แต่ถ้าเขารู้ว่าผิดแล้วเขาเดินถอยหลังกลับมาก็ควรให้อภัยเขานะ”
เรามีวิธียับยั้งชั่งใจยังไงไม่ให้เสียคนตอนแก่?
“ผมรู้ว่าผมควรจะหยุด ควรจะยุติได้หรือยัง เราพาให้คนของเราโง่มานานหรือยัง ไม่รู้ใครจะเข้าใจไม่เข้าใจผมก็ไม่ได้อะไรนะ ผมพูดในหัวใจของผม ภรรยาผมดีกับผมมากๆ เขาดูแลผมมาตลอด แม้บางคนจะบอกว่าเราไม่คุยกัน แต่ไม่ใช่ ด้วยภาระ ด้วยธุรกิจ ด้วยอะไรหลายอย่าง ตอนนี้ผมกับภรรยาผมอยู่บ้านคนละหลังกันนะ แต่รักกันดี แต่ต่างคนต่างก็มีทิฐิเท่านั้นเอง แยกบ้านเพราะบ้านอีกหลังซื้อไว้แต่ไม่มีคนอยู่ เป็นบ้านติดกันเลย ด้วยการใช้ชีวิต เขาต้องไปส่งหลานแต่เช้า ทำครัว ดูแลธุรกิจครัวถั่วแระทั้งหมด ส่งผมก็กลับดึกบ้าง เช้าบ้าง”
ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้วรักกันยังไง?
”ผมเคยสาบานกับเขา เป็นคำมั่นสัญญาที่ให้แก่กัน เราคุยกันตลอดว่าเราจะจับมือกันไว้แน่นๆ เราจะไม่ทิ้งกัน ไปด้วยกัน เราจะอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกันตลอดนะ ถึงแม้เราจะทะเลาะเบาะแว้งกันแต่เราจะต้องใช้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เราจะไม่หลุดจากผ้าห่มผืนนี้ที่เรานอนห่มด้วยกัน พอมีอะไรเราก็จะนึกถึงตอนเราหนุ่มสาวที่เราคุยกันไว้แบบนี้ ด้วยอายุที่มันมากขึ้น ด้วยภาวะวัยทอง มันมีผลหมดเลย”




