หน้าแรก บันเทิง จั๊กจั่น ไลฟ์...

จั๊กจั่น ไลฟ์สดทั้งน้ำตา เปิดใจเครียดหนักจนเข้าพบจิตแพทย์ หลังทุ่มสุดตัวให้รายการดัง

4.08.26 | 11:57 น.

จั๊กจั่น ไลฟ์สดทั้งน้ำตา เปิดใจเครียดหนักจนเข้าพบจิตแพทย์ หลังทุ่มสุดตัวให้รายการชื่อดัง


จากกรณีที่ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข นักแสดงสาวที่ผันตัวมาทำงานสายอินฟูเอนเซอร์ ออกมาไลฟ์สดทั้งน้ำตา ระบายความในใจเกี่ยวกับกระแสดราม่าและความกดดันในการทำงานในรายการหนึ่ง โดยเผยว่าตนเองพยายามทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่ แต่กลับรู้สึกว่าตัวไม่เหมาะกับรายการ โดยเจ้าตัวระบายถึงระบบการทำงานที่ขาดความเท่าเทียม กฎเกณฑ์ที่ปรับอย่างกะทันหันและอุปสรรคเบื้องหลังการถ่ายทำ รวมทั้งบทดราม่าที่เซทเอาไว้แล้วจนเจ้าตัวรู้สึกว่าไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจและทำให้เกิดความเครียด กดดัน จนต้องเข้าพบจิตแพทย์

“แม่พบจิตแพทย์จริงๆ เพราะในรายการกูบอกไว้เลยว่าคือบางทีกูไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนเล่น กูก็คือว่าความเครียดด้วยความที่เราทำเต็มที่ คือการมาทำครั้งนี้ จริงๆ ฉันก็รู้ตัวว่าไม่ได้เหมาะกับรายการที่แบบ ชนะต้องวีน แพ้ต้องวีน แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นรูปแบบของรายการ แล้วด้วยความที่ฉันรักมะเดี่ยวมาฉันก็อยากทำงานกับลูกสาวฉัน เพราะด้วยความที่เจนฉันกับเจนมะเดี่ยว เพราะถ้าไม่ได้รายการนี้ฉันก็จะไม่ได้ทำอะไรคู่กับนาง เหตุเกิดจากที่ฉันเป็นแฟนคลับนาง ฉันก็อยากจะร่วมงานกับลูกสาวฉัน ฉันก็เลยตกลงกลับมาทำรายการนี้อีกครั้งนึง แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะไม่แฟร์ขนาดนี้ มันก็เริ่มความรู้สึกทีละเล็กละน้อย ครีเอทีฟทีมอื่นอะมี 3 คน ทีมฉันมีแค่ 2 คน นี่ก็คือจุดแรกแต่ฉันก็ยังไม่พูดอะไร พอเริ่มแข่งๆ มามะเดี่ยวซื้อสปอนเซอร์ ซึ่งฉันก็รู้แหละว่ามันไม่โอเค คนดูก็คงไม่โอเคอยู่แล้ว แต่ฉันก็เห็นว่ามันเป็นอีพีแรก แล้วก็เลยคุยกับมะเดี่ยวว่าต่อให้เรานะอะเราก็ยังไม่ตัดใครออก ให้โอกาสเด็ก แล้วเราก็รู้สึกว่าเราก็ซื้อได้เพราะถ้าซื้อไม่ได้นาราก็ไม่น่าจะรับ แล้วป้าตือก็เคยพูดว่าถ้าอยากจะชนะให้มาซื้อสปอนเซอร์ แล้วก็แบบถ้าอีพีแรกได้ตัดจริง ฉันก็ชั่งใจอยู่ว่าจะตัดหรือไม่ตัด ฉันก็คิดว่ามันเพิ่งเริ่มเกมยังจะไม่อะไร สรุปอีพีนั้นก็ยังไม่ได้ตัด ก็คือกลับบ้านไปด้วยความค้างคาใจ พอกลับมาตอนเช้าก็มีประชุมกัน กูก็พูดเลยทำไมทำกับกูแบบนี้ คือให้เกียรติพี่ลูกเกด พี่บี แต่ทำแบบนี้เหมือนเหยียบหัวฉัน ฉันก็พูดเลยว่าฉันไม่โอเค

เป็นเบื้องหลังก่อนถ่ายทำที่จะออกกฎมาว่าห้ามเดินออกจากห้องศาลนะให้อยู่ให้จบ ห้ามซื้อสปอนเซอร์นะ เขาก็จะมีกฎออกมา ฉันก็รู้สึกว่าคือกูต้องรีเซทหรอ ยอมก็ได้ ฉันก็พูดเลยว่าเอาฉันมาอย่างงี้ก็เหมือนเหยียบหัวฉันนะ คือฉันรู้สึกว่าเราเริ่มกับเขามาตั้งแต่ซีซันที่แล้วที่รายการมันเพิ่งเริ่มอ่ะ เขาก็ควรที่จะแบบเห็นอกเห็นใจเรา ไม่ควรที่จะทำกับเราขนาดนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรก็ปล่อยผ่านเพราะถ้าเรายิ่งอะไรเดี๋ยวเด็กเราและเราจะโดยแกล้งอีก มันก็หลายอย่าง ไม่ให้เปลี่ยนชุดบ้าง ไม่ให้อะไรบ้าง คือเรื่องราวมันเยอะมาก แล้วฉันก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าฉันเล่นเกมเองฉันจะไม่ทำแบบนี้ เอาจริง ๆ ก็ไม่คิดจะออกมาไลฟ์นะ แต่ฉันก็คิดว่าฉันควรได้พูดในสิ่งที่ฉันรู้สึกบ้าง บางทีแข่งไปฉันก็น้อยใจเหมือนกันว่ามันแกล้งเราขนาดนี้ มันไม่กลัวเราน้อยใจแล้วไม่ไหวบ้างหรอ”

Advertisement

“คือกูก็อยากทำรายการให้เต็มที่ กูก็พอรู้มาว่าลูกๆ กะเทยชอบอะไรก็อยากจัดให้ มันเป็นบริบทที่เราวางไว้ในรายการอะ ซึ่งตอนทำก็ทำเต็มที่ แต่ฟีดแบคออกมามันก็ไม่ได้ตัดขนาดนั้น พออยู่เฉยๆ ก็ว่าเราหลับบ้างอะไรบ้าง คือเข้าไปไหม ว่าพอคนนึงแรงแล้วอะ อีกคนแรงด้วยไม่ได้ มันจะเป็นประหลาด มันจะฟังไม่รู้เรื่อง มันก็ต้องมีคนนิ่ง กูก็พยายามทำเต็มที่ให้ถูกใจทุกคนแล้ว แล้วใครไม่ตชอบก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แล้วฉันก็ยอมรับว่าฉันประสาทเสียเพราะรายการมันก็คือเซทอะ แล้วฉันก็แยกไม่ออกว่ามันนี้คือมึงทะเลาะกันจริงหรืออะไร

ยกตัวอย่างอันคัทที่เพิ่งออกไปอะ ฉันก็ด่าจริงๆ เพราะฉันก็โมโห ฉันก็พยายามคิดว่าฉันจะพูดอะไรในรายการดีที่มันไม่ใช่แบบอีเหี้ย อีห่า ก็เลยเลือกใช่คำว่าอีควาย สังเกตได้เลยว่ามีอะไรในรายการฉันจะพูดว่าอีควาย คือพอฉันพูดไปแล้วก็โดนกลับมาฉันก็ตกใจ คิดว่าหรือมันเซนซิทีฟจริง ก็เลยบอกไปขอโทษค่ะ พอเดินออกจากฉากนาราก็มาพูดแม่ทำไมไม่ด่ากลับมาทำไมไม่ด่าหนูอีก คือกูก็ตกใจไง กูก็ไม่รู้ว่ามึงเซนซิทีฟจริงหรือว่าต้องการให้กูเล่นประมาณไหน กูก็พยายามจัดให้ทุกอย่าง ถ่ายสปอนเซอร์อะไรกูก็ให้ความร่วมมือหมด ใครไม่ทำอะไรกูก็ทำให้หมดกูก็จัดให้หมด”