หน้าแรก บันเทิง ร็อคกี้ เปิดใ...

ร็อคกี้ เปิดใจหลังถูกฟ้องหมิ่นประมาท งงทุกคนเดินหน้าใช้ชีวิตแล้ว ทำไมเรื่องยังไม่จบ

10.08.26 | 12:34 น.

ร็อคกี้ เปิดใจหลังถูกฟ้องหมิ่นประมาทร่วมกับคุณแม่ งงทุกคนเดินหน้าใช้ชีวิตแล้ว ทำไมเรื่องยังไม่จบ


หลังจากที่ ร็อคกี้-สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ นักแสดงและดีเจชื่อดัง ออกมาโพสต์ภาพหมายศาลผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าถูกบุคคลที่ใช้ชื่อในเอกสารว่า “นางได” ฟ้องร้องในคดีอาญา และมีเจ้าตัวเป็นจำเลยที่ 1 ขณะที่ “คุณแม่เจี๊ยบ” เป็นจำเลยที่ 2 ทำเอาเจ้าตัวถึงกับงงไปหมด

ล่าสุด ร็อคกี้ พร้อมคุณแม่เจี๊ยบ และ “ดิ๊งค์ กมลชนก” น้องสาวคนเล็ก ได้มาร่วมงานประกาศรางวัลนาคราช ครั้งที่ 8 ประจำปี 2569 พร้อมเปิดใจถึงเรื่องหมายศาลดังกล่าว โดยร็อคกี้ยอมรับว่า ว่างงเมื่อเห็นเอกสารดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ครัวครัวเคยพูดถึงเรื่องราวดังเกล่าเพียงครั้งเดียวและคิดว่าเรื่องจบไปแล้ว แต่งงทำไมยังไม่จบ

เรื่องหมายศาลเป็นมาอย่างไร มาจากใคร?
ร็อคกี้ : ก็เป็นหมายศาล จากคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ถามว่าพอได้หมายมาแล้วต้องยังไงต่อ อันนี้พูดตรงๆ เลยเหมือนกันว่าหมายศาลเพิ่งมาถึงไม่นานนี้เลย ผมก็เพิ่งเจอแล้วเราก็เพิ่งเห็นเหมือนกัน แล้วมาตอนช่วง 8.8 เป็นช่วงทำงาน ก็เลยยังไม่ได้เห็น และยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเป็นอะไรยังไงต่อ รู้แค่ว่าในรายละเอียดฟ้องมา ผมเป็นจำเลยที่หนึ่ง คุณแม่เป็นจำเลยที่สอง และเป็นในเรื่องของหมิ่นประมาท ก็อย่างที่บอกยังไม่ได้เห็นรายละเอียดอะไรมาก แต่แค่งงๆ นิดนึงเหมือนกัน เอ๊ะมันต้องเป็นเราไม่ใช่เหรอ ในความรู้สึกนะครับ ก็งงว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ ก็อย่างที่บอกยังไม่เห็นในรายละเอียดของหมายศาล

Advertisement

ความรู้สึกแรกตกใจหรืออะไรมากกว่ากัน?
ร็อคกี้ : จริงๆ ตอนแรกเลยคืองงมาก เพราะเอาตรงๆ เลยพวกผมตั้งแต่เคยมีเรื่องราวเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ออกมาพูดแค่ครั้งเดียว ไม่เคยออกมาพูดอะไรเยอะแยะ แล้วมันจบไปเรียบร้อยแล้วด้วย เราก็เลยแปลกใจว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบอีกเหรอในความรู้สึกของเรา ก็เลยไม่รู้ว่าในรายละเอียดมันเป็นอะไรยังไงกันบ้าง

ในหมายไดอานาเป็นโจทก์แล้วจำเลยมีใครบ้าง?
ร็อคกี้ : ผมเป็นจำเลยที่หนึ่ง คุณแม่เป็นจำเลยที่สอง

เขาฟ้องอะไรเราบ้าง?
ร็อคกี้ : หลักๆ เลยก็จะเป็นเรื่องของหมิ่นประมาท แต่อย่างที่บอกอีกว่าถ้าในรายละเอียดของหมายก็ยังไม่ได้ดูจริงๆ

ความหมายของหมิ่นประมาทคือในเรื่องอะไรแล้วเราไปหมิ่นประมาทอะไรเขา?
ร็อคกี้ : เอาตรงๆ ก็ยังไม่ทราบเลย พอดีเราต้องทำงานหาตังค์ เพราะหมายศาลก็มาเป็นปึกใหญ่อยู่ ก็ยังไม่ได้อ่านครับ

ก็คาดว่าน่าจะเป็นการพาดพิงถึงเขา?
ร็อคกี้ : น่าจะอะไรอย่างนั้น เอาตรงๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาผมพยายามไม่พูดถึงบุคคลที่สามเพราะมันเป็นเรื่องของครอบครัวเรา เพราะผมก็พูดในมุมความเป็นครอบครัวซะมากกว่า ผมก็เลยงง เอ๊ะ ขนาดเราไม่ได้พูดถึงใคร และพยายามหลีกเลี่ยงบุคคลที่สามแล้ว แล้วทำไมยังมีเรื่องอะไรแบบนี้อีก เราก็เลยคิดว่าหรือเขาอาจจะนิยมชมชอบอะไรเราหรือเปล่า ถึงยังตามเรามาอีก (หัวเราะ)

แล้วอาสุรชัยล่ะ?
ร็อคกี้ : ก็ไม่ได้ติดต่อกันมาตั้งแต่นั้นแหละครับ จนถึงตอนนี้เลยเหมือนกัน ทุกคนเห็นยังไงผมเห็นอย่างนั้น แต่ก็อย่างที่บอกผมก็ไม่เห็นด้วยซ้ำไป เพราะผมจบไปแล้ว บางคนมาถามผมหลังจากเหตุการณ์ที่พวกเราออกมาพูดกันทีเดียว ผมก็ยังไม่เคยตอบอะไรกลับ เพราะเหตุผลว่า ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันมีข้อความอะไรกลับมา เพราะผมตัดแล้วจบแล้ว

คุณแม่อยากให้จบไหมหรือรู้สึกว่าเรื่องนี้ทำไมไม่จบสักที?
แม่: แม่ก็รู้สึกว่าตั้งแต่ที่วันนั้นแม่พูด คือก็จบแล้ว แต่ก็ยังไม่จบก็ไม่รู้เหมือนกัน

เราพอจะเดาได้ไหมว่าคุณอาสุรชัยทราบเรื่องและเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือยังไงกับเรื่องนี้?
ร็อคกี้ : ตอบไม่ได้เหมือนกัน เดาไม่ได้จริงๆ ครับ ทางโน้นพูดตรงๆ ก็เคยเป็นพ่อเราด้วยเหมือนกัน ผมก็เลยไม่รู้ว่าอะไรยังไง แล้วก็ไม่รู้ด้วยเหมือนกันว่าในรายละเอียดของหมายศาลดีเทลมันคือช่วงไหน รู้แค่ว่ามันหนามาก แต่ว่าในช่วง 8.8 ก็ทำงานก่อนแล้วกันพวกเรา เสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

มันมีระยะเวลาไหม?
ร็อคกี้ : ก็เรียบร้อยแล้วครับ เรารู้แค่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะประมาณช่วงเดือนหน้า เราก็เลยโอเคยังทำงานทัน สังเกตว่าจะเสียงแหบนิดนึง (หัวเราะ) ไลฟ์สดทั้งวัน

มีแผนสำรองกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง?
ร็อคกี้ : มันยังไม่มีแม้กระทั่งแผนที่หนึ่ง

กังวลไหมกับสิ่งที่จะเจอ?
ร็อคกี้ : ถ้าถามผมผมก็ไม่ได้กังวลอะไร มันยังไม่เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะพูดตรงๆ

เรากลัวหรือกังวลใจไหมถ้าเขาฟ้องเรียกค่าเสียหายขึ้นมา?
ร็อคกี้ : ไม่รู้เลยครับ ไม่ทราบเลยด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเราไม่รู้ว่ามีคดีอะไรที่อยู่ในนั้นบ้างดีเทลมันเป็นยังไงบ้าง ตัวเราเองยังงงเลย จริงๆ มันต้องเป็นเราไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

ถ้ามีโอกาสอยากเจรจาไหม?
ร็อคกี้ : ผมไม่มีอะไรที่ต้องเจรจา และไม่มีอะไรที่จะต้องคุยแล้ว มันจบไปแล้ว พวกเราทุกคนจบไปแล้ว พวกเราเดินหน้าแล้วก็ใช้ชีวิตกันต่อไปแล้ว

น้องสาวอยากบอกอะไรถึงคู่กรณีไหม?
ดิ๊งค์: ต้องบอกว่า จริงๆ ไม่มีไรจะพูดค่ะ ก็อย่างที่พี่กี้พูดมันช่วงเวลา 8.8 ทั้งพี่ทั้งน้อง ก็หลังจากนี้ค่อยว่ากันอีกทีนึง

เรื่องมันเลยเถิดมาถึงการฟ้องร้อง?
แม่: ก็หลังจากหย่ากันเมื่อสองปีที่แล้วก็ทำงานกันช่วยลูกๆ ทำงาน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากกว่าการขายของ?
ร็อคกี้ : ใช่ ผมมองว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรื่องใหญ่ มากกว่าการที่เราต้องดูแลคนข้างๆ เราวันนี้มากกว่า