‘ต๊อก นเรนทราช’ เปิดใจที่มาเพลง ‘นามสกุล’ จากชีวิตจริง สู่บทเพลงของคนสู้ชีวิต
จากคนที่คุ้นเคยกับการเป็นพ่อค้าและทำงานเกี่ยวกับเสื้อผ้าวินเทจ วันนี้ ต๊อก พลรัตน์ นเรนทราช กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว ด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวจากสิ่งที่พบเจอในชีวิตจริง ผ่านบทเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การต่อสู้ และมุมมองของคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเพื่อเดินไปข้างหน้า โดยก่อนหน้านี้ ต๊อกยังเคยร่วมถ่ายทอดบทเพลง “มาลีที่รัก” กับวงเสียงเพลงของโจร ซึ่งมียอดวิวมากกว่า 20 ล้านวิว
ล่าสุด ต๊อกปล่อยซิงเกิลที่ 2 อย่าง “นามสกุล” พร้อมมิวสิควิดีโอออกมาแล้ว และได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยเจ้าตัวเล่าว่า เพลง “นามสกุล” เกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างคนสองชนชั้น คนหนึ่งเกิดมาพร้อมต้นทุนชีวิตที่ดี มีตระกูล มีนามสกุล มีความพร้อมทั้งเรื่องเงินทองและโอกาส ขณะที่อีกคนเป็นเพียงเด็กต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาทำงานในเมืองหลวง ต่อสู้และพยายามด้วยตัวเอง

เนื้อหาบางส่วนยังสะท้อนชีวิตในช่วงที่ต๊อกเคยออกมาทำงานเป็นพ่อค้า ต้องรับผิดชอบภาระต่างๆ ในครอบครัว แม้ในบ้านจะมองว่าเขาเป็นคนสำคัญ เป็นเสาหลัก แต่เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก ทุกอย่างกลับแตกต่างออกไป
“เหมือนเราออกมาทำงาน ไม่ว่าทุกคนจะมองเรายังไงก็ตาม แต่คนในบ้านยกย่องเรา เพราะเราเป็นคนแบกภาระหน้าที่ทุกอย่าง เป็นที่หนึ่งของบ้าน เป็นเสาหลักของบ้าน แต่เราออกมาข้างนอก เราเป็นบุคคลธรรมดาคนนึง”
แม้ผลงานที่ผ่านมาจะมีแกนหลักอยู่ที่เรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ แต่ต๊อกยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะเดินอยู่ในสายเพลงเพื่อชีวิตเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีเพลงรัก เพลงฟังสบาย รวมถึงเพลงสนุกๆ ที่เตรียมเอาไว้อีกหลายรูปแบบ
“มีสร้างเพลงรักไว้หลายเพลง เพลงมุ้งมิ้ง ฟังแบบสบายๆ ก็มี เพลงมันส์ๆ ก็มี จะไม่ได้เดินทางไปในสายเพื่อชีวิตตลอด ชอบแบบไหนเราก็ทำแบบนั้นในจังหวะในช่วงเวลาด้วย”
และนอกจากเพลง “นามสกุล” เจ้าตัวยังมีเพลงที่ทำเสร็จแล้วอีกหลายเพลง รวมถึงเพลง “เข้มแข็ง” ที่ปล่อยออกมาเป็นผลงานถัดไป

โดยเพลง “เข้มแข็ง” นั้นมีจุดเริ่มต้นจากเรื่องราวของพ่อค้าคนนึงแถวย่านจตุจักรที่ต๊อกรู้จักและเห็นการต่อสู้มาตั้งแต่วันที่ทั้งคู่ยังไม่มีอะไร
“เพลงเข้มแข็ง มาจากพี่คนหนึ่งที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เป็นศูนย์กันทั้ง 2 คน อยู่ร้านเดียวกัน ทำงานด้วยกัน ตอนนี้เขาสร้างแบรนด์เข้มแข็ง เป็นแบรนด์ของคนไทยที่โด่งดังมากในสายการวิ่งหรือพวกแฟชั่น มีเซเลบริตี้เอาของแบรนด์เขาไปใส่เยอะแยะ”
“เขาเริ่มต้นมาได้ 1 ขั้น 2 ขั้น 3 ขั้นตามสเต็ป เขาเหลือแม่อยู่คนเดียว พ่อไม่มีแล้ว ผมเห็นมุมของเขาตลอดว่าเขาปฏิบัติตัวกับแม่ยังไงตั้งแต่เด็กมาเลย เลยรู้สึกว่าอยากนำมาเขียนเพลง”
สำหรับต๊อกแล้ว เพลง “นามสกุล” และ “เข้มแข็ง” แม้จะมีเรื่องราวและอารมณ์ที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองเพลงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการเป็นเพื่อนร่วมทางให้กับคนที่กำลังเหนื่อยกับชีวิต
“ถือให้ 2 เพลงนี้เป็นเพื่อนเดินทางระหว่างความเครียด ความล้า ความเหนื่อยของแต่ละวันดีกว่า บางทีไปประสบพบเจอสิ่งที่เราไม่ชอบแต่มันคือหน้าที่ ก็ขอให้เพลงนี้เป็นกำลังใจให้”

นอกจากนี้ ต๊อกยังย้อนเล่าเส้นทางชีวิตของตัวเองอีกว่า ก่อนจะมาเป็นศิลปิน ต๊อกมีพื้นฐานจากการเป็นพ่อค้าขายเสื้อ และยังคงทำธุรกิจนี้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเคยจัดงานเกี่ยวกับเสื้อวินเทจที่มีคอนเสิร์ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ได้มีโอกาสคลุกคลีกับศิลปินและคนทำงานในวงการดนตรีมากขึ้น
หนึ่งในศิลปินที่ได้ร่วมงานและคลุกคลีด้วยคือ จ๋าย ไททศมิตร ซึ่งต๊อกยอมรับว่าประสบการณ์เหล่านั้นทำให้เกิดความสนใจและอยากกลับมาทำเพลงอีกครั้ง

จากประสบการณ์ในฐานะพ่อค้าสู่การเริ่มต้นใหม่ในฐานะศิลปิน ต๊อกยอมรับว่าตัวเองต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ เพราะหากในโลกของเสื้อผ้าเขามีประสบการณ์อยู่แล้ว แต่สำหรับดนตรีเขาเริ่มต้นจากศูนย์
“ถ้าในด้านเสื้อหรือพ่อค้า ผมพอมีความรู้มีประสบการณ์ แต่พอมาด้านเพลงหรือดนตรีผมเป็นศูนย์เลย เลยมาเริ่มต้นใหม่หมด เป็นศูนย์จริงๆ ศึกษาใหม่ ทำใหม่หมด รู้สึกว่าชาเลนจ์ดี ท้าทายดี ทำให้ตื่นเต้นในทุกอย่างที่เรากำลังทำ”
เส้นทางต่อจากนี้จึงอาจยังไม่มีคำตอบว่าจะไปไกลแค่ไหน แต่ต๊อกเลือกที่จะเดินไปทีละเพลง ด้วยความชอบและความรักที่มีต่อการทำเพลง โดยไม่ได้ตั้งเป้าว่าตัวเองจะต้องเป็นอย่างไรในอนาคต
“ผมแค่เป็นคนทำเพลงไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะด้วยความชอบ ด้วยใจรัก ไม่ได้ดูว่าจะเป็นยังไง แต่ขอให้เพลงที่ผมทำคนฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจ รู้สึกดีในการฟังเนื้อหา ฟังทำนอง ฟังดนตรี เขารู้สึกดีผมก็โอเคแล้ว”


