‘เจมส์ เรืองศักดิ์’ คัมแบ็กในรอบเกือบ 20 ปี ปล่อย ‘อัสดง-ฝุ่นอวกาศ’ เอาใจทุกเจน
หลังห่างหายจากการทำอัลบั้มเต็มไปนานเกือบ 20 ปี เจมส์ เรืองศักดิ์ กลับมาอีกครั้งพร้อม อัลบั้ม “Present Tense ปัจจุบันกาล” ผลงานที่เจ้าตัวนิยามว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคที่สอง ของเจมส์ เรืองศักดิ์ โดยปล่อยมาแล้วสองเพลง ได้แก่ เพลงอัสดง และ เพลงฝุ่นอวกาศ ทั้งนี้ เจมส์ เรืองศักดิ์ ได้เปิดใจกับมติชนออนไลน์ว่า
เป็นการคัมแบ็กในรอบกี่ปี?
“โอ้โห ถ้าเป็นอัลบั้ม 18 ปีได้ เกือบ 20 ปีเลย”
เป็นไงบ้างกับการคัมแบ็กมาครั้งนี้ ?
“สนุกดีครับ สนุก เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ลงตัวพอดี ลงตัวในเชิงของการที่เราได้เรียนรู้ แล้วเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาหลายปี ช่วงก่อนหน้านี้สัก 5 ปี ก็มีโอกาสได้ไปเรียนเกี่ยวกับการเขียนเพลง การทำเพลง แล้วมันถึงจุดที่เราอยากจะทำงานเพลงของตัวเองด้วยมือเราเองทุกขั้นตอน มันถึงจังหวะที่ดี แล้วมีลูก ลูกก็โตในจังหวะที่เริ่มออกมาทำอะไรแบบนี้ได้เต็มที่ด้วย เรียกได้ว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม”
อย่างงี้เรียกว่าเป็นการรีเฟรชปรับตัวเองใหม่ไหม?
“จะเรียกได้ว่าเป็นนิวเอร่าก็ได้ของตัวเองนะ หมายถึงว่าถ้าเราจะมองว่ายุคแรกของเจมส์ เรืองศักดิ์ คือเริ่มสตาร์ท 2538 ถึง 2569 แล้วตั้งแต่ 2569 เป็นต้นไป นี่คือยุคที่สองของเจมส์ เรืองศักดิ์แล้ว ซึ่งมันก็เป็นที่มาของชื่ออัลบั้มว่า ปัจจุบันกาล Present tense แปลว่านี่แหละ from now on ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คือเจมส์ เรืองศักดิ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สิ่งที่คุณจะได้เห็นก็คือเขาจะมีการเอาเรื่องราวของ 90 อยู่ในตัวด้วย แล้วก็ยังอัพเดตกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วย นี่คือการปรับปรุงตัวเองใหม่ใน พ.ศ. นี้”
ตอนนี้ปล่อยออกมาแล้ว 2 เพลง?
“ตอนนี้ปล่อยไป 2 เพลงแล้ว คืออัสดงกับเพลงฝุ่นอวกาศ เพลงแรกเป็นเพลงแบบไทยๆ เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ไม่ได้เขียนเอง เจนจิราเป็นคนเขียนให้ ชอบเพลงนี้นะ เป็นคนที่ชอบเพลงนี้มากๆ โดยส่วนตัวชอบงานตัวเอง ชอบในเรื่องของเนื้อเพลง ชอบในเรื่องของความลงตัวในการดีไซน์การร้องเพลงนี้ แล้วรู้สึกว่าเพลงนี้มีความคลาสสิกในการใช้ภาษา พอเราได้มีโอกาสโพสต์ลงไปในช่องทางของเรา ก็มีเสียงฟีดแบ็กที่ค่อนข้างดี คนชอบเยอะ”
พูดถึงการร่วมงานกับน้องเจนจิรา เฉียงเอก หน่อย?
“คือจริงๆ แล้ว 10 เพลงในอัลบั้มชุดนี้ ตั้งใจว่าจะเขียนเองทั้งหมด แล้วเป็นเพลงที่เรียกได้ว่ามีทั้งความใหม่จ๋าเลย กับมีทั้งความผสมผสานระหว่างความใหม่และความเป็น 90 แล้วก็มีทั้งเพลงที่เอาใจคน 90 เลย เพราะฉะนั้นการที่เราจะปล่อยทั้ง 10 เพลง มันน่าจะมีเพลงนึงที่เป็นบันไดเชื่อมระหว่างสองยุคนี้ ก็เลยมองว่าเพลงนี้น่าสนใจ เพราะมันจะบอกว่าเก่าก็ไม่ใช่ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่เชิง ก็เลยเลือกเพลงนี้ว่ามันลงตัวที่จะเป็นเพลงแรกในการเปิดตัวทำให้แฟนๆ เก่าๆ ของเราได้รับรู้ถึงการกลับมาของเราด้วย แล้วแฟนใหม่ๆ ก็จะได้ฟังด้วย ก็เลยเลือกเพลงของเจนจิรามาเป็นเพลงแรก ซึ่งเป็นเพลงเดียวที่ไม่ได้แต่งเอง แต่อีก 9 เพลงนั้น จะเป็นเพลงที่พี่เจมส์แต่งเองทั้งหมด”
อย่างเพลงอัสดง เล่าถึงความพิเศษของเพลงนี้หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?
“สิ่งที่ชอบที่สุด ชอบเรื่องการดีไซน์การร้องเพลงนี้ เพราะเพลงนี้มันไม่ได้ตีโจทย์ว่าต้องร้องเป็นลูกทุ่ง หรือว่าต้องร้องเป็นลูกกรุง แต่ต้องใช้คำไทยร้องมาให้ร่วมสมัยให้ได้ เพราะฉะนั้นในช่วงท้ายๆ ในการร้อง ถ้ามีโอกาสได้ฟังจะค้นพบว่าเราจะใส่ลูกแอดลิบไปค่อนข้างเยอะ แล้วจะยกลูกแอดลิบที่ร้องคนเดียวด้วย หมายความว่าไม่มีการร้องสวนไปสวนมา ร้องคนเดียว เมโลดี้ด้วย แอดลิบด้วย แล้วกลับมาให้มันสมูทที่สุด นี่คือความพิเศษของอัสดง พูดถึงเรื่องเนื้อเพลงก็คือลายเซ็นเจนจิราอยู่แล้ว คือเลือกใช้คำไทยแล้วมาเขียนให้ร่วมสมัย มาเขียนเป็นภาษารักที่ฟังดูสละสลวย ส่วนดนตรีเราได้พี่ที่เป็นโปรดิวเซอร์ในยุค 90 ชื่อพี่เปี๊ยก พี่เปี๊ยกทำเพลงออกมาเพราะเลย รู้สึกว่าตอนผมทำเพลงนี้เสร็จ ผมส่งข้อความหาพี่เปี๊ยกบอกว่า ผมรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งมาสเตอร์พีซในผลงานของผมเลย เพราะมันลงตัวมากในการทำ ส่วนว่ามันจะประสบความสำเร็จ โด่งดังเหมือนไม่อาจเปลี่ยนใจไหม อันนั้นเราไม่คิดแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งนึงที่เราควบคุมได้ก็คือเราได้ทำมันอย่างเต็มที่ แล้วก็มีความสุข มีความรักกับมัน ทำได้แล้ว”

เพลงที่สอง ฝุ่นอวกาศ เพลงนี้คือทำเองทุกอย่างเลย เป็นยังไงบ้าง?
“เพลงนี้ถ้าให้คำจำกัดความ มันเป็นเพลงที่ล้ำๆ หน่อย เพลงนี้คือกะทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ นี่คือโจทย์เลยนะ ถ้าไม่เซอร์ไพรส์ถือว่าทำไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เตรียมพร้อมกับการทำแบบนี้ก็คือ มันต้องมีส่วนนึงที่ไม่ชอบเลย เพราะอะไรที่มันเซอร์ไพรส์ มันไม่ใช่ตรงหรือถูกใจทุกคน ก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ เปิดเพลงนี้ออกมา ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ชอบมาก มีชอบมากชอบน้อยสุดแล้วแต่ แต่มี 10 เปอร์เซ็นต์ที่แบบว่า ขอผ่านก่อนนะเพลงนี้ เพลงนี้ใหม่ไป เพลงนี้มาแบบนี้ได้เหรอ หรือบางคนหนักเลยไม่ชอบเลยก็มี ซึ่งตามโจทย์เป๊ะเลย เพลงนี้ดนตรีมันจะเป็นซิตี้ป็อป เป็นดรีมป็อปเลย แล้วเมโลดี้ไม่สูตรเลย เมโลดี้เรียกว่าบางคนบอกว่าใช้คำเยอะมาก ร้องตามยาก คือเพลงป็อปที่ดี 1. ต้องร้องตามง่าย 2. ต้องใช้คำที่เข้าใจง่าย แต่อันนี้ฉีกทุกกฎ ตั้งใจจะเป็นอย่างงั้น ตั้งใจจะยึดฟีลของเพลงเป็นหลักมากกว่าการร้องตามได้ ตั้งใจอยากจะให้เมโลดี้เพลงนี้ วิธีการร้องไม่เหมือนทุกเพลงที่เคยร้องมาในชีวิต ใช้เสียงในโทนที่สูงกว่าเพลงปกติ แล้วดนตรี ซาวด์ การแบ่งท่อนก็มาแปลก แหวกแนวทุกอย่าง เพลงนี้จะแปลกที่สุดแล้วในอัลบั้ม แต่ถ้าคนชอบนี่ชอบเลย คือไปสังเกตอ่านคอมเมนต์ คนเขาชอบแล้วเขาฟังวันละหลายๆ รอบ ติดเลย ก็รู้สึกว่าเพลงนี้ได้ตามโจทย์แล้ว เดี๋ยวเพลงถัดไปเราจะเริ่มเข้าสู่แผนงานของเราแล้ว”
อย่างเพลงแรก เพลงอัสดง กับเพลงฝุ่นอวกาศ ก็มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย?
“ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย อัสดงจะฟังง่าย ไทยเลย ฝุ่นอวกาศนี่จะไปแบบล้ำๆ จะไปเรื่องราวของความหลากหลายของการใช้คำ ของการใช้ทำนอง”
อีก 8 เพลงก็มีความต่างกันเยอะไหม?
“อีก 8 เพลงจะมีหน้าที่ของแต่ละเพลงแล้วว่ามันจะทำงานยังไง ซึ่งเดี๋ยวขออุบไว้ก่อน รับรองได้ว่าได้ตื่นเต้นทุกเพลง”
อัลบั้มนี้มีความคาดหวังอะไรยังไงบ้าง?
“จะบอกว่าไม่คาดหวังเลยมันก็คงจะฟังดูเป็นพระเอกเกินไป ก็คาดหวังแหละ ทำงานเพลงก็คงไม่ได้อยากฟังคนเดียว คาดหวังจะให้เกิดแฟนเพลงกลุ่มใหม่ๆ ตอนนี้แฟนเพลง 90 เขาพร้อมซัพพอร์ตอยู่แล้ว เขาพร้อมเป็นลมใต้ปีกให้อยู่แล้ว แฟนเพลงเดิมของเรา แต่สิ่งนึงที่เราอยากให้เขาเปิดใจรับฟังงานของเราก็คือ แฟนๆ ตั้งแต่ยุคหลัง 90 เป็นต้นไปจนถึงปัจจุบัน อันนี้อยากจนถึงขั้นแฟนในรุ่นยุคเด็ก Gen Alpha เลยนะ ไม่ใช่ Gen Z อย่างเดียวนะ ใน 8 เพลงนี้มีเพลง Gen Alpha ด้วย แอบแย็บๆ มาก่อนเลย”

อย่าง 10 เพลง กับอัลบั้มที่จะปล่อยออกมา คิดว่าจะโดนใจทุก Gen ยังไงบ้าง?
“จริงๆ สิ่งที่ประคองมาตั้งแต่ 90 คือ กลยุทธ์ เจมส์ เรืองศักดิ์ จะเป็นศิลปินที่เป็นมิตรกับทุก Gen เลย ตั้งแต่ออกอัลบั้มตอนยุค 90 เพลงพี่เจมส์จะไม่ใช่แค่วัยรุ่น ผู้ใหญ่ก็ฟัง เด็กเล็กก็ฟังเต้นในโรงเรียนอนุบาล เพราะฉะนั้นเราจะประคองกลยุทธ์นี้ให้เกิดขึ้นได้ในปี พ.ศ. นี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอีก 8 เพลงที่เหลือ มันจะมีแน่นอนว่าเพลงนี้เหมาะกับคนยุคไหน ซึ่งก็จะมี 1 เพลงสำหรับเด็ก Gen Alpha เลย คือรุ่นน้องเมดาเลยแหละ มันเป็นความสุขของเราที่ได้ทำแบบนั้นเลย ซึ่งอันนี้ก็ขัดกับหลักการตลาดยุคนี้ด้วยนะ หลักการตลาดยุคนี้คือแมสไม่มีจริง มีแต่เฉพาะกลุ่ม แต่จะทำสิ่งนี้ มันเป็นความท้าทายมั้ง”
จะมีการทำคอนเทนต์เอาใจแฟนๆ ยังไง?
“จริงๆ แล้วคิดว่า ความอยากเสพงาน อยากเสพความสนุกของคนมันเป็นเหมือนเดิมนะ แต่มันต่างกันที่เครื่องมือที่เปลี่ยนไป อย่างสมัยก่อนมันมีสื่อแค่วิทยุ หนังสือพิมพ์ ทีวี มีแค่นั้น แต่มันก็เป็นคอนเทนต์ความสนุกสนานที่คนอยากจะดูศิลปิน ปัจจุบันมันก็แค่เปลี่ยนแพลตฟอร์ม ไปอยู่ในโซเชียล ไปอยู่ในแพลตฟอร์มต่างๆ แค่นั้นเอง เราก็จะทำสิ่งนั้นเสิร์ฟเข้าไป ตอนนี้เรามีช่องทางโซเชียลของเราชื่อว่า เจมส์ เรืองศักดิ์ พิมพ์คำว่า เจมส์ เรืองศักดิ์ ก็จะขึ้นทุกช่องทางเลย เตรียมคอนเทนต์ไว้หมดแล้ว มีทั้งคอนเทนต์เอนเตอร์เทน คอนเทนต์ร้องเพลง คอนเทนต์การเล่าเรื่องราวต่างๆ ในความหลัง”
เล่าถึงการเข้ากองถ่าย MV ครั้งแรกในรอบหลายปีหน่อยค่ะ ว่าเป็นยังไง ตื่นเต้นไหม บรรยากาศยังเหมือนเดิมไหม ?
“โอ้โห เกร็งมาก ก็จะเป็นอะไรที่ทำเองด้วย อย่างที่บอกว่าอยากจะเป็นงานที่แบบวันแมนโปรดักชั่น คือทำทุกอย่างเลยรวมถึง MV ซึ่งมาค้นพบว่าการที่เป็นผู้กำกับ MV เอง เขียนบทเอง ทำเอง ถ่ายเองทุกอย่างเนี่ย ไม่ดี ไม่ดีตรงที่ว่าระหว่างที่เราถ่ายเราเป็นพระเอกอยู่ ในแววตาเรามันจะกังวลว่า ไอนี่ได้ไหม ไอนู้นได้ไหม มันก็เลยแบบว่าเดี๋ยวเพลงที่สามให้คนอื่นทำดีกว่า แล้วเราเล่น แล้วอีกอย่างนึงที่เรารู้สึก ก็เคยลงในโซเชียลไปแล้วว่า เราจะเลิกเล่นมิวสิกวิดีโอเป็นพระเอกของตัวเอง อัลบั้มนี้แหละชุดสุดท้ายแล้ว หมายความว่าในอัลบั้มต่อไปให้เด็กรุ่นใหม่เล่นดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเราน่าจะถึงจุดที่โตเกินไปแล้วที่จะพูดเรื่องความรักด้วยการแสดง แต่ถ้าพูดในลายมือลายปากกาแล้วเขียนเพลง ยังพูดได้อยู่ ยังร้องได้อยู่”
ฝากผลงานเพลงของพี่เจมส์หน่อย?
“เจมส์ เรืองศักดิ์ทำผลงานอัลบั้มชุดใหม่ชื่อว่า Present Tense ปัจจุบันกาล ติดตามชมได้ในช่องออฟฟิเชียลของเจมส์ เรืองศักดิ์ ถ้าเป็นบ้านแดงก็ชื่อช่องว่า James Academy ส่วนบ้านอื่นๆ พิมพ์คำว่า James Ruangsak จะขึ้นมาทุกช่อง ไปกดติดตามแล้วให้กำลังใจกันด้วยนะ เพลงสองเพลงมีฝุ่นอวกาศ อัสดง แล้วก็ทุกๆ สตรีมมิ่งฟังเพลงมีหมด ไปติดตามได้เลย”



