หน้าแรก บันเทิง มุกดา ตอบสัมพ...

มุกดา ตอบสัมพันธ์ เอม สรรเพชญ์ แค่จิ้นหรือจริง? หนิง ปณิตา ยอมรับถึงกับยกหูหาดู๋ สัญญา

31.08.26 | 14:26 น.

มุกดา ตอบสัมพันธ์ เอม สรรเพชญ์ แค่จิ้นหรือจริง? หนิง ปณิตา ยอมรับถึงกับยกหูหาดู๋ สัญญา


แม้จะไม่ได้คลอดออกมากับมือ แต่ความสัมพันธ์กันก็คือแม่ลูกผูกจิต สำหรับ “หนิง ปณิตา“ กับ “มุกดา นรินทร์รักษ์“ ที่ผูกพันถึงขั้นเรียกกันเป็นแม่ทูนหัว งานนี้ควงคู่มาออก คุยแซ่บShow ทางช่องOne 31 นอกจากจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่สนิทกัน จนหนิง ปณิตาออกปากว่า ฉันอยากให้เด็กคนนี้ดัง พร้อมเผยว่า ได้ยกหูหา ”ดู๋ สัญญา“ สรุปแล้ว กับ “เอม สรรเพชญ์” จิ้นหรือจริง!!

สนิทกันจนเรียกกันว่าเป็นแม่ทูนหัว?

มุกดา : สนิทกันตอนที่ไปเล่นละครที่พี่หนิงเป็นคนจัด

Advertisement

หนิง : ตอนนั้นที่เลือกมุกดามาเป็นนางเอก ส่วนหนึ่งผู้ใหญ่เป็นคนคัดสรรมาให้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งขอเป็นเรื่องส่วนตัว ขอไม่ตอบแล้วกัน มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และเราไม่อยากพูด อีกส่วนหนึ่งเราก็ถูกชะตา เราตั้งไว้เลยว่าเราต้องทำยังไงก็ได้ให้เด็กคนนี้ดัง

ไอ้เรื่องส่วนตัวที่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของใคร ?

หนิง : มันเป็นเรื่องส่วนตัวของ เรื่องของน้อง บางเรื่อง ที่หนิงไปได้ยินมา แล้วหนิงรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับน้อง เด็กคนนี้เป็นเด็กดี น่ารัก ฉันต้องทำให้เด็กคนนี้ดัง ซึ่งเรื่องนั้นบอกไม่ได้ว่าคือเรื่องอะไร

แต่ก่อนจะดัง ละครเรื่องนี้อุปสรรคเยอะมาก?

หนิง : เป็กก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันนิ

มุกดา : มันเป็นอุปสรรคภายในที่พบเจอกันได้ในกอง เรื่องการถ่ายทำ แต่พี่หนิงเค้ามีความที่ว่าฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องทำให้สำเร็จ มันก็เลยกลายเป็นความกดดันแบบนั้นมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้กดดัน เพราะว่าหนูชอบ ถ้างานออกมาดี หนูเหนื่อยไม่เป็นไร หนูเชื่อว่าความตั้งใจมันทำให้ทุกอย่างออกมาดี

หนิง : การทำงานในเรื่องของละคร มันวุ่นวายทุกอย่าง รวมไปถึงการลงเสียง ซึ่งถามว่าทำไม เราเอ็นดูเขาเหมือนลูกสาว เพราะว่าเค้าเป็นเด็กที่ทุ่มเทเหมือนกับเรา เค้ารู้ว่าสิ่งที่เราต้องการทำไปเพื่ออะไร และในตอนนั้นงานที่เราทำ เราฉีกกฎอะไรบางอย่างที่ชาวบ้านเค้าไม่ทำ โดนตีตราว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วนี่ตัวละครเล่นเป็นคนรวย เราก็ต้องโถมแบรนด์เนมเข้าไป จนกลายเป็นดราม่า

มุกดา : ทุกอย่างต้องเต็ม ต้องเป๊ะ ต้องของแท้

หนิง : เราไม่อยากให้ของปลอมมาอยู่ในละครเรา และที่โดนดูถูกสุด ประเด็นคือตอนที่เราไปกอง เราเป็นคนชอบแต่งตัว เราก็แต่งตัวเหมือนที่ออกรายการไปทำงาน เค้าเลยมองว่าเราทำงานไม่เป็นเพราะแต่งตัวแบบนี้ สวยอย่างเดียว

สิ่งที่เราประทับใจในตัวมุกดาคืออะไร?

หนิง : ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่ตอนทำงาน ตอนที่ยังไม่ได้เริ่มสนิทกัน จนมาถึงวันนี้เราพูดได้เต็มปากว่า เรามองเด็กคนนี้ไม่ผิด แล้วช่วงที่เราเกิดปัญหาอะไร เด็กคนนี้ไม่เคยทิ้งเรา และลึกๆ เค้ามีความห่วงใยลูกสาวเรา แบบจริงๆ และเข้าใจ ข้างในเค้าเป็นเด็กกตัญญู

มุกดา : ก็คือเราจะดูน้องณิรินในแบบ นิสัยของหนู ไม่ใช่คนโทรหาตลอดเวลา แต่ถ้าเรารู้สึกว่าวันไหนมันมีเรื่อง หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น วันนั้นหนูจะเข้าไป และการที่หนูเข้าไปปลอบใจณิริน ก็คือการให้น้องไปสนใจสิ่งอื่น เพราะด้วยตอนนั้น เขาอาจจะไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังเจอ การที่เค้าจะเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วเค้าได้มาโฟกัสกับเพื่อน กับพี่ ไปวัด ให้มันพ้นกับสถานการณ์ที่ไม่ดีไป เราไม่อยากให้น้องคิดอะไรมาก

หนิง : ซึ่งเราก็เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกเรากำลังเจอในตอนนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พี่ๆ ทุกคนเข้าใจ

มุกดา : เราก็เคยบอกน้องไปว่า พี่เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องการพี่ ให้โทรมาได้เลย แต่กับเข้มคือณิรินจะโทรบ่อย เพราะว่าจริตเข้ม กับณิริน คือเข้ากันดี บ้าๆ บอๆ แต่สำหรับหนูก็บอกเค้าไปว่าถ้าเบื่อหรืออะไรให้โทรมาเลยเพราะว่าบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กัน

หนิง : หนิงพูดกับทุกคนในวงการบันเทิง ว่าเวลามีคนมาถามว่าทำไมหนิงถึงรักมุกดากับเข้มมาก มันจะมีสักกี่คนในวงการบันเทิงที่จะเป็นเหมือนเด็กสองคนนี้ เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราให้เขา เราให้เขาด้วยใจ แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมา เค้าให้มาด้วยใจเช่นกัน หญิงโคตรโชคดีเลยที่เด็กสองคนนี้อยู่ในชีวิต แล้วก็มีน้องเปรี้ยว ทัศนียาอีกคนด้วย

สนิทกันแค่ไหนแต่เราก็มีสเปซให้กันและกัน ?

มุกดา : เราชัดเจนในเวที่เรารัก และเป็นห่วงซึ่งกันและกัน เค้าก็ปล่อยให้ลูกได้เติบโตในวันที่เขาต้องเดิน แต่ถ้าใครเดินแปลกๆ พี่หนิงก็จะสะกิดให้เดินตรงๆ มันเป็นการสอนแบบเบาๆ แล้วเราก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องของพี่หนิง แต่เวลาพี่หนิงเจอปัญหา เราจะมาบาลานซ์ว่า เรื่องที่เค้าเจอ บางทีมันก็หนักกว่านี้ อันนี้เฉยๆ และแม่ก็เป็นคนที่มีเรื่องเข้ามาตลอด เพราะเราก็มองว่าบางเรื่องก็ไม่ได้หนักมาก อาจจะเป็นสีสันของแม่เขา อย่างบางเรื่องที่เครียดก็เครียดเลย เราจะส่งกำลังใจไปหรือว่าส่งข้อความไปที่เรารู้สึกว่าแม่ดาวน์มากๆ

แล้วมันเป็นจังหวะไหนบ้าง?

หนิง : อันนี้มันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่เรายังไม่เข้าใจ เพราะเวลาเค้าแมสเสจมา มันคือช่วงที่เราดาวน์จริงๆ เรารู้สึกว่าเค้ารู้ได้ไง

มุกดา : มันจะมีอยู่ไม่กี่เรื่องที่เขารู้สึกว่าเค้าปล่อยไม่ได้ เพราะบางเรื่องมันปล่อยยาก เราก็แค่พิมพ์ไปว่าฉันยังอยู่นะ เราเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่ง เพราะว่าพูดไปเดี๋ยวเราจะร้องไห้ หรือแค่ให้เราไปนั่งเฉยๆเป็นเพื่อนก็ได้นะ

 

ส่วนคุณหนิง ก็เป็นสายฟาด ใครอย่ามายุ่งลูกฉัน?

มุกดา : เมื่อก่อนคือบู๊แหลก

หนิง : ถ้าใครมาว่าเด็กสองคนนี้นะ สู้หมดเลย คอมเม้นต์มา คอมเม้นต์กลับ แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็จะนิ่งๆ เฉยๆ ถ้ามันล้ำเส้นจนไม่ให้เกียรติกัน เราก็ไม่ทน แล้วก็มีดีเอ็มเข้ามา อย่างเมื่อเช้าก็ยังมีเข้ามา เข้มไปเกาหลี ก็มาถามว่าทำไมมุกไม่ไป เราก็ตอบไปว่าขอโทษนะคะวันนี้ยังไม่ว่างตอบ แล้วก็จะมีการแอบถ่ายมุก ว่าไปใช้ชีวิตกับใคร แล้วก็มาฟ้อง ถามว่าทำไมเราไม่จัดการ เมื่อก่อนก็อธิบายอย่างสุภาพ แต่เดี๋ยวนี้ตอบจ๊ะ จะให้ทำอะไรล่ะจ๊ะ แต่เราก็ต้องขอบคุณทุกคน ที่เมตตาเขา และเราก็ยังอยากให้ทุกคนเมตตาเขา

เหตุผลอะไรที่หนูอยากดูแลแม่เขาขนาดนี้?

มุกดา : หนูรู้สึกว่า มันเริ่มจากการที่เราร่วมงานถ่ายละครด้วยกัน และการที่เราใช้เวลาร่วมกัน สิ่งที่พี่หนิงสอน สิ่งที่เขาเป็นห่วง มันเป็นความสนิทโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วเราก็ไม่คิดว่าคนที่สอนเราได้ขนาดนี้เราจะได้เจอคนแบบนี้อีกไหมในชีวิตของเรา ตอนนั้นเอาจริงๆ เค้าเป็นห่วงเรา โดยที่เราก็ไม่ได้มีอะไรในชีวิตของเขาเลย คุณเป็นห่วงเราขนาดนี้ได้ยังไง คือเรารับเต็มๆ เค้าเป็นห่วงเรานะ เรารู้สึกว่าเขาจริงใจกับเรา ทำให้เราค่อยๆ เปิด ได้เห็นในแง่มุมหลายๆ อย่าง ในมุมของผู้หญิงคนนี้ อยากมีเขาในชีวิตตลอดไป หนูเป็นคนไม่ค่อยโชว์ด้านซอฟท์ให้คนอื่นเห็น พี่หนิงเองก็ยังไม่เคยเห็น (แล้วก็มอบพวงมาลัยให้กับหนิง กลางรายการ) เราก็รู้จักกันมาประมาณหกปีแล้ว ขอให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่หยุดทำงานเลย อยากให้เอ็นจอยกับชีวิต มีความสุขกับมันบ้าง ดูแลตัวเองให้แข็งแรง (หนิ่งน้ำตาคลอ)

หนิง : เรารู้อยู่แล้วว่า เค้าเป็นห่วงเรา แต่ทั้งหมดทั้งมวล แม้เราจะไม่ได้เจอกันแต่เราก็คอยติดตาม แอบสืบ เราจะดูแลเขาแบบห่างๆ แล้วเคยพูดกับเขาว่า มุกดา เป็นลูกที่ทำให้เรารู้สึกไม่ต้องห่วงมาก หนิงอยากให้มีคนกรี๊ดเค้าเยอะๆ เค้าดูแลตัวเองได้ดีในทุกงาน ก็รักอ่ะ ตอนนี้อยากมีเวลาที่อยู่ด้วยกันสมัยก่อน แต่ตอนนี้ด้วยภาวะที่มันบีบคั้นให้เราต้องทำงานเยอะมาก

มีข่าวว่า มุกดา กับ น้องเอม มันยังไงกันแน่?

หนิง : หนิงก็ไม่รู้ แต่ก็ยกหูหาพี่ดู๋ แต่ยังไม่ได้คุยเพราะว่าพี่ดู๋ออกกำลังกายอยู่

มุกดา : จิ้นหรือจริงเหรอ? จิ้นค่ะ อย่างที่ไปพัทยาหรือเวียดนาม ก็ไปกันเป็นกลุ่มนะ (แต่ทำไมรูปถ่ายมีแค่สองคน?) ไปเป็นกลุ่ม

หนิง : ลูกฉันไม่มีพิรุธอะไร เค้ามีอะไรเค้าบอกฉันแล้ว ถ้ามีเค้าก็บอกว่ามี

แล้วความสัมพันธ์กับเข้มล่ะ?

มุกดา : มันก็มาจากกระแสละคร คนก็อยากให้จิ้นกัน

หนิง : ก็เลยอยากเสนอพี่ป้อน ว่าให้เอาทั้งสามคนมาร่วมงานเดียวกัน มาแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน ก็ดูไปเลยว่าเคมีใครจะมามากกว่ากัน ให้หนิงได้เป็นคนใช้ หนิงก็จะเล่น

ไหนๆ ก็เป็นแม่ลูกกัน มุกดาเค้าโสดไหม?

หนิง : โสดค่าาาา เค้าโสดมานานมากแล้ว

มุกดา : ตอนนี้ ก็ยังรู้สึกว่า ก็ยังไม่มีคนที่ใช่ ก็คุยไปๆ มาๆ ไม่ได้จริงจัง ซึ่งถามว่าเราชอบแบบไหน หนูไม่มีสเปค มันต้องคุยถึงจะรู้สึกว่ากล้าเข้าตาไหม

หนิง : ไม่ได้มีสเปคอะไร แต่หนิงชอบแบบน้องเอม สุดท้ายเค้าจะคบกับใคร เราไม่ห่วงเรื่องนี้เลย เพราะเขามีความคิดเป็นของตัวเอง สมมุติว่าเค้าคุยอยู่ แล้วมันมีกลิ่นอะไรแปลกๆ เค้าก็ปล่อยเองเลย โดยที่เค้าไม่ได้มานั่งเล่าให้เราฟัง แต่เราก็ส่งคนไปสืบ เราห่วงเขามากกว่า เป็นความห่วงที่ไว้ใจเขา เพราะว่าเราก็อยากอุ้มหลานแล้ว