ขวัญ อุษามณี รับกลัวแต่สู้ โผล่เป็นพยานคดี ‘แตงโม’ ลั่นจะไลฟ์ทุกวันหวังชาวเน็ตช่วยปกป้อง
กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจเมื่อนักแสดงสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ เดินทางมาเป็นพยานในคดีที่ คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของอดีตนักแสดงผู้ล่วงลับ แตงโม นิดา หรือ แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ แจ้งความ กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ อดีตผู้จัดการและเพื่อนสนิทของแตงโม ในข้อหานำหรืออ้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ล่าสุดทางรายการข่าวใส่ไข่ ได้โฟนอินสัมภาษณ์ตรงถึง ขวัญ อุษามณี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเหตุผลที่เพิ่งมาเป็นพยานหลังผ่านไป 4 ปี
มดดำ : ทำไม 4 ปีกับอีก 6 เดือนถึงพึ่งมาเป็นพยานเรื่องแตงโมในวันนี้ เป็นเพราะอะไร?
“คือหนูเพิ่งมาทราบ เมื่อวันอาทิตย์อาจารย์ปานเทพเพิ่งโทรมาหาหนูเพราะว่าอาจารย์ปานเทพไปคัดสำนวน มันอยู่ในสำนวน จ.90”
มดดำ : คือเราย้อนกลับไปในตอนนั้น หนูกำลังจะบอกว่าวันที่เกิดอุบัติเหตุหนูก็ไปล่องเรือกับเขาด้วยถูกไหม?
“หนูไปของหนู ไม่ได้ไปเรือลำเดียวกันกับพี่แตงโม ไปกับแก๊งเพื่อนและรุ่นพี่ที่เรียนคอร์สด้วยกัน ก็ไปเที่ยวกันตามรูป ก็เปิดรูปให้อาจารย์ดูให้พี่เอกดู ว่ามีไปที่ไหนบ้าง แต่ว่ารูปมันนานแล้วเราก็เลยขอจากเพื่อน ๆ มาด้วย แล้วประเด็นที่เราทราบคือมาจากอาจารย์ปานเทพที่แกไปหาข้อมูลหลักฐานว่าตัว GPS อันนี้เป็นลำของใคร แล้วใครออกไปกับเรือ มูลเหตุมันก็มาต่อเนื่องกัน จนกระทั่งตกมาที่หนู ซึ่งหนูก็คือตัวแปรที่ว่าเราไปลงเรือลำนั้นใช่ไหม ซึ่งมันประจวบพอเหมาะกันว่าใช่ หนูไปลงเรือเที่ยวกับเพื่อนวันที่ 24 แต่ว่าหนูไม่รู้ว่าพี่แตงโมไป หนูก็มีไลฟ์ ถ่ายรูป ถ่ายคลิป พอถ่ายเสร็จหนูจะกินจะดื่มก็โยนโทรศัพท์แล้ว หนูก็อยู่กับเพื่อนๆ หนูก็ไม่รู้เรื่องแล้วก็กลับมาที่บ้าน หนูมาทราบข่าวของพี่แตงโมก็คือตอนเย็นของวันรุ่งขึ้น“
มดดำ : แต่ครั้งนี้เรามาเป็นพยานถูกต้องไหม เราเป็นพยานว่ายังไง?
”คือรูปอันนั้นมันเป็นรูปหนู เป็นเรือของเรา ไม่ใช่เรือของที่อีกบุคคลนึงอ้างว่าเป็นตัวเขา เพราะว่าที่อาจารย์ปานเทพกับพี่เอก ได้แถลงให้ทุกคนดูแล้วว่าตัวลักษณะเรือมันคนละลำกัน ตรงข้างหลังมันจะมีตัว in board กับ out board ของหนูเป็น in board ของพี่แตงโมเป็น out board หนูก็ไม่แน่ใจภาษาเรือนะ แต่ว่าที่มันเป็นเครื่องยนต์เรือของพี่โมจะเป็นแบบที่มันตั้งโชว์แต่ว่าของหนูอยู่ใต้น้ำ“
มิ้นต์ : อยากรู้ว่าตอนอาจารย์ปานเทพโทรหาคุณขวัญ อาจารย์ปานเทพว่ายังไงบ้าง?
”ก็พูดกันสั้นๆ ว่าอาจารย์ปานเทพทำคดีให้พี่แตงโมนะ ซึ่งเราก็รับทราบอยู่แล้ว แล้วก็อาจารย์ปานเทพถามว่าที่ 24 หนูมีไปลงเรือไหม สถานที่ที่พี่โมไป หนูก็บอกว่าใช่หนูไป ก็แค่นี้เลย แล้วอาจารย์เขาก็ถามหนูมีข้อมูล มีโลเคชั่น มีอะไรที่หนูมีอยู่ในเครื่องไหม หนูก็หาได้เท่าที่หนูมี หนูก็ส่งให้อาจารย์ดูแล้วก็ได้ไปคุยกันเพิ่มเติมกับอาจารย์ที่บ้านพระอาทิตย์ แล้วก็พี่ ๆ ที่เขาไปลงเรือด้วยกัน เขาก็หาภาพ หาข้อมูลมาให้“
มดดำ : แล้วมันมีข้อมูลอะไรใหม่ ๆ ไหม? สรุปมันเป็นฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุไหนเล่าซิที่เธอไปแอบได้ยินมา?
“ไม่ได้ไปแอบได้ยินนะพี่ แต่หนูว่าสมมุติฐานทุกคนก็น่าจะพอทราบแหละ แต่มูลเหตุมันกำลังจะไปจนถึง the end แล้วอะ แต่ทีนี้เราก็ภาวนาขอให้อัยการผู้พิพากษาหรือว่าพนักงานสืบสวน พอวันนี้ได้เอกสารรวบรวมข้อมูลใหม่ ๆ จากอาจารย์ปานเทพ อาจารย์เอก แล้วก็จากคุณแม่พี่แตงโมด้วย มันก็น่าจะประกอบเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นจากการทำสำนวนของคุณแม่วันนี้ แล้วก็คดีของพี่โมมันก็น่าจะเป็นไปตามความชัดเจนที่ผลสรุปของคดีที่ทุกคนยอมรับได้“
มิ้นต์ : เขาต้องรื้อคดีใหม่ไหม?
”หนูไม่ทราบเลยค่ะ“
มิ้นต์ : แค่ว่าข้อมูลใหม่กับหลักฐานใหม่ที่ได้มา ก็คือกรณีเรื่องที่ว่ารูปของเรือที่ตอนแรกทุกคนแม้กระทั่งในสำนวนเข้าใจว่าเป็นเรือลำที่คุณแตงโมนั่ง แต่จริงๆมันคือลำคุณขวัญ?
“ใช่ แต่คือจริง ๆ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสื่อมาก่อนหน้านี้นะ มันอยู่ในสำนวน จ.90 ซึ่งถ้าเกิดว่าอาจารย์ปานเทพไม่ได้ไปคัดสำนวนเราทุกคนก็จะไม่ทราบเลย อันนี้เราก็ต้องขอบคุณคุณแม่แล้วก็ทีมงานอาจารย์ปานเทพ แล้วก็คุณลุงสนธิ”
มดดำ : หลังจากนี้ขวัญจะทำยังไงต่อ?
“ก็ไม่ทำยังไง อาจจะไลฟ์ทุกวันมั้ง”
(ทุกคนหัวเราะ)
มดดำ : ฉันถามว่าคดีหล่อนจะทำยังไงต่อไม่ใช่หล่อนจะทำอะไรต่อ หล่อนไลฟ์ทุกวันฉันรู้อยู่แล้ว ?
“ไม่ใช่ ก็นี่แหละก็ไลฟ์สดทุกวันเพื่อให้ทุกคนอยู่เป็นเพื่อนหนู แม่ก็ไม่ฟังให้มันละเอียดเลย หนูทุกคนอยู่เป็นเพื่อนหนูปกป้องหนูเนี่ยแหละ มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตหนูขึ้นมา ทุกคนก็รับผิดชอบชีวิตหนูด้วยค่ะ ดูแลยูซี่ ดูแลคุณแม่หนูด้วยค่ะ”
มดดำ : ขวัญก็กลัวเป็นอันตราย นางก็จะไลฟ์ไปนี่แหละ อย่างน้อยก็มีคน protect ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนางจะได้มีคนรู้ถูกต้องไหม?
“ใช่ๆ คือเราก็กลัวแต่ถ้าหากว่าเราไม่กล้าทำอะไรเลยมันก็ไม่ใช่สายเลือดลูกตำรวจอะเนาะ”



