หน้าแรก บันเทิง 10 ปีบนเส้นทา...

10 ปีบนเส้นทางมายา ฟิล์ม ธนภัทร ทลายกรอบคำว่า’พระเอก’ ตั้งเป้าพัฒนาตัวเองไม่มีวันหยุด

9.09.26 | 10:13 น.

10 ปีบนเส้นทางมายา ฟิล์ม ธนภัทร ทลายกรอบคำว่า’พระเอก’ ตั้งเป้าพัฒนาตัวเองไม่มีวันหยุด


เผลอแป๊บเดียวก็โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาถึง 10 ปีแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่มมากฝีมือ ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ จากวันแรกที่เริ่มต้นจากศูนย์ สู่การเป็นนักแสดงเบอร์ต้นของเมืองไทย วันนี้เจ้าตัวได้มาเปิดใจถึงการทำงานที่เติบโตขึ้น การรับมือกับนักแสดงคลื่นลูกใหม่ เป้าหมายที่อยากก้าวไปสู่ระดับโลก รวมถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่าพระเอก

มองย้อนกลับไปตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฟิล์มยอมรับว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จนบางครั้งแอบตกใจเมื่อต้องร่วมงานกับนักแสดงรุ่นน้องที่อายุห่างกันถึง 12 ปี และเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่มีต่อสภาวะการแข่งขันและคลื่นลูกใหม่ในวงการ เจ้าตัวเผยอย่างตรงไปตรงมาว่ามีทั้งความหวั่นใจและดีใจผสมกัน

“เราแอบหวั่นใจตรงที่ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น มีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่จุดที่ผมชอบมากกว่าคือ ผมดีใจที่เรามีนักแสดงคุณภาพมากขึ้น“

Advertisement

“มันทำให้ซีรีส์ที่หลายๆ คนมองว่าง่าย ไม่ได้มีความยากหรือซับซ้อนอะไรแต่เราอยากที่จะทำงานพวกนี้ให้มันยากขึ้น ให้มันดีขึ้น ในแบบของเรา มันทำให้เราแอคทีฟมากขึ้น แข่งกับตัวเองมากขึ้น โดยที่เรารู้อยู่แล้วว่าเราไม่สามารถที่จะไปเปรียบเทียบกับใครได้ แต่สุดท้ายเราสามารถที่จะเก่งขึ้นทุกวันในแบบของเราได้”

ฟิล์มเล่าว่าช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ไม่ใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นข้อดี เมื่อได้เห็นน้องๆ อย่าง แอสตัน-รติภัทร เหลืองวรพันธ์ หรือ นีญ่า มากีลา ที่ได้มาเจอกันในซีรีส์เรื่อง “รักษ์” ทำให้เขาได้มุมมองการมองโลกที่แตกต่างออกไป เป็นการเปิดโลกและเพิ่มขีดจำกัดทางความคิดสร้างสรรค์

“พอเราได้เห็นเขามองโลกในอีกมุมนึง แล้วมันเป็นข้อมูลนึงที่เราเอามาทำงานของเราในชิ้นต่อๆ ไปได้ แล้วมันทำให้เปิดโลกของเราอะ แล้วพอเราได้เปิดโลกของตัวเองมันก็ทำให้ผมได้แบบ อ้อ..มันยังมีเวย์นี้อยู่ มันทำให้ขีดจำกัดหรือความคิดสร้างสรรค์ของเรามีมากขึ้น”

ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปเทียบกับตัวเองในวันแรก ฟิล์มมองว่าน้องๆ สมัยนี้เข้ามาแล้วเก่งเลย ต่างจากเขาที่เริ่มต้นจากศูนย์และค่อยๆ เติบโตขึ้นมา

“น้องๆ เขาเข้ามาแล้วเก่งเลย ซึ่งผมจะไม่ใช่แบบนั้น ผมเริ่มจากศูนย์ ถ้าใครได้เห็นผมงานชิ้นแรกๆ ของผมจะเห็นได้เลยว่าผมเจริญเติบโตมามากน้อยแค่ไหนจากวันแรก แต่วันแรกของผมไม่ใช่แบบนี้แน่นอน”

แม้จะมีความสุขกับจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน แต่พระเอกหนุ่ม ก็ได้เผยถึงความฝันที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้ร่วมงานกับต่างประเทศ

“ผมรู้สึกว่าเรากำลังแข่งขันกันในประเทศไทย แต่บรรทัดฐานเราควรที่จะเทียบกับทั้งโลก ถ้ามีโอกาสผมก็พร้อมน้อมรับและถีบตัวเองออกไป พร้อมเหนื่อยแน่นอนครับ”

นอกจากนี้ ฟิล์ม ยังเผยถึงบทบาทที่อยากท้าทายฝีมือในตอนนี้ คือซีรีส์แนวแอ็กชันบู๊ดุเดือด ลายสวยๆ ในบทบาทของนักฆ่าหรือสายลับ เพราะมองว่าปัจจุบันโปรดักชันซีรีส์ไทยพัฒนาไปไกลมาก จึงอยากเห็นตัวเองในมุมนั้นบ้าง

พร้อมกับตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาตัวเองให้เก่งระดับไอดอลอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ หรือนักแสดงเกาหลีระดับท็อป ที่สามารถทำให้คนดูเชื่อและอินไปกับการแสดงได้แบบสุดขั้ว

ทั้งนี้เมื่อถามว่าหลายคนคิดว่าเขาคือพระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไทยแล้ว แต่หากให้มองตัวเองคิดว่ายังมีอะไรที่ต้องปรับหรือพัฒนาอีกไหม ซึ่ง ฟิล์ม ก็ตอบชัดทันทีว่า

“มีครับ อย่าแรกเลยผมคงจะต้องรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝีมือการแสดง เรื่องของความเป็นมืออาชีพ รวมถึงสุขภาพของตัวเอง”

“อย่างที่บอกไปว่าถ้าเราเทียบกับนักแสดงบนโลกใบนี้ ผมยังเป็นแค่เศษเสี้ยวชนชั้นล่างอยู่เลย ยังมีคนที่เก่งกว่าผมและเก่งแบบสุดขั้ว เพราะฉะนั้นมันยังมีแก๊ปตรงนี้ที่ทำให้เรายังพัฒนาไปได้อีก ถ้าเราเทียบกันแบบนี้ มันจะทำให้เราอยากจะทำให้ดีขึ้นไม่ว่าจะในบทบาทไหนก็ตาม ผมก็รู้สึกว่ามันจะดีมากถ้าได้เห็นวงการบันเทิงไทยมันถูกพัฒนาขึ้นไปได้อีก ไม่ว่าในมุมของการแสดงหรือโปรดักซ์ชั่น”

ทั้งนี้เมื่อถามถึงในอีก 10 ปีข้างหน้า ฟิล์มยืนยันว่าเขาจะยังคงเป็นนักแสดงอยู่ เพราะยิ่งอายุมากขึ้น เขายิ่งหลงใหลในศาสตร์นี้ และที่สำคัญคือเขาไม่ได้ยึดติดกับคำว่า “พระเอก” อีกต่อไปแล้ว

“พอเราเลิกตีกรอบตัวเองให้อยู่ในคำว่าพระเอก เราจะได้เห็นโลกของนักแสดงที่มันไม่มีขีดจำกัด มันเหมือนเป็นโลกเวทมนตร์ ยิ่งบทยากๆ ไม่ใช่พระเอกนางเอกจ๋าผมยิ่งอยากเล่น เพราะเดี๋ยวนี้ซีรีส์ไทยหลายเรื่องแมสมากโดยที่ไม่มีพระเอกนางเอกเลย แต่มีตัวละครหลายตัวเป็นบทนำ”

แม้จะรักการแสดงแค่ไหน แต่ฟิล์มก็ยอมรับว่าเคยเผชิญกับภาวะเบิร์นเอาท์ ทว่าไม่ใช่จากการแสดง แต่เป็นเพราะการโหมงานหนัก

เจ้าตัวเล่าประสบการณ์สุดโหดว่า เคยทำงานติดกัน 28 วันต่อเดือนโดยไม่มีวันหยุด นอนมากสุดแค่วันละชั่วโมง ถึงขั้นป่วยหนักแต่กองถ่ายหยุดไม่ได้ ต้องเบรกกองไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาลดไข้แล้วกลับมาถ่ายละครต่อ ซึ่งปัจจุบันเขาได้ปรับสมดุลชีวิตให้ดีขึ้น งานไม่หนักเท่าเมื่อก่อน และซีรีส์ไทยยุคนี้ก็เน้นการแชร์เส้นเรื่องให้ตัวละครอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระหนักอยู่คนเดียว

ตลอดทศวรรษของการทำงาน ฟิล์มมองว่าตัวเองเข้าใจและรักงานมากขึ้น การได้ดูสตรีมมิ่งต่างๆ ทำให้เห็นแนวทางการแสดงที่หลากหลาย และตระหนักว่าการแสดงไม่มีถูกผิด 100% ทำให้เขาสนุกกับการค้นหาอะไรใหม่ๆ เสมอ

เมื่อให้เลือกผลงานระดับมาสเตอร์พีซของตัวเอง ฟิล์มยกให้เรื่อง “สกุณาซ่อนรัก” ที่รับบท ‘คุณเพิ่ม’ เป็นผลงานชิ้นเอก ณ เวลานี้ เนื่องจากตัวละครมีความเป็นมนุษย์สูงมาก มีเลเยอร์ซับซ้อนที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ขาวจัดในอีพีแรก ก่อนจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งเขาต้องทำการบ้านอย่างหนัก และทุกวันนี้เขาก็ยังคงย้อนดูผลงานตัวเองในฐานะนักแสดง เพื่อหาข้อติเตียนและนำไปพัฒนาต่อให้เก่งยิ่งขึ้น

เรียกว่าตลอด 10 ปีบนเส้นทางบันเทิง พิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจและความสามารถของ ฟิล์ม ได้อย่างดี