หน้าแรก บันเทิง จอย ทีสเกิ๊ต ...

จอย ทีสเกิ๊ต ฮึดสู้มะเร็งระยะ4 จนดีขึ้น ฝากข้อความถึงลูก หากวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ ทำแอฟ-ชมพู่ น้ำตาแตก 

9.09.26 | 16:32 น.

ยังไม่อนุญาตให้ตัวเองไป จอย ทีสเกิ๊ต ฮึดสู้มะเร็งระยะ4 จนดีขึ้น ฝากข้อความถึงลูก หากวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ ทำแอฟ-ชมพู่ น้ำตาแตก 


หลังจากนักร้องสาวชื่อดังยุค 90 จอย T-Skirt หรือ จอย ธัญพร สนธิขันธ์ ต้องต่อสู้กับมะเร็งปากมดลูกระยะที่4 ท่ามกลางกำลังใจมากล้นจากเพื่อนร่วมวงการและแฟนๆ ล่าสุด จอย พร้อมด้วยเพื่อนๆ ศิลปิน ใหญ่ ฝันดี, เล็ก ฝันเด่น, ยุ้ย ปัทมวรรณ และ อ๊อฟ ดร.คิดส์ มาออกรายการ 3 แซ่บ (6 ก.ย.69) ก็ได้อัพเดตถึงอาการป่วยว่า หลังจากที่ได้ไปตรวจแล้วเจอจุดที่ก้อนเนื้อเพิ่ม แล้วเจอที่ปอด ซึ่งระยะ 4 เป็นระยะแพร่กระจาย ตอนนี้โรคมันก็ยังไม่สงบ อาจจะมีการกระจายเพิ่มเติม เหมือนชีวิตคนเรา ที่สแกนดูแล้วว่าชีวิตของเรามันกำลังใช้ระยะเวลา ซึ่งตนก็เตือนตัวเองเสมอว่าบั้นปลายเราไม่รู้วันไหนที่เราจะไป แต่ทุกคนต้องไปหมด

โดยช่วงนึงในรายการ จอย ได้ขับร้องเพลง ขอกอด ซึ่งเป็นบทเพลงที่ เล็ก ฝันเด่น ได้แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นจดหมายแทนความรู้สึก แทนความรักอันบริสุทธิ์ ที่จอยมีให้ลูก งานนี้ทำเอาสองพิธีกร แอฟ ทักษอร และ ชมพู่ อารยา ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

Advertisement

ก่อนที่จอยจะฝากข้อความถึงลูกว่า “นาวีลูกไม่ต้องเสียใจ ถ้าวันนั้นแม่ไม่อยู่ แม่มีความสุขทุกโมเมนต์ มันอาจจะไม่ได้เร็วๆ นี้ แม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว แต่ถ้าวันนี้ลูกได้ดู ลูกไม่ต้องเสียใจ ลูกใช้ชีวิตตัวเองให้ต็มที่ แม่มีความสุข แม่ดีใจที่มีนาวี แม่รักลูก”

เมื่อถามว่า มีจุดนึงที่เกือบหลับแต่กลับมาได้ อะไรที่ทำให้กลับมา จอยเผยว่า หน้าลูก เสียงลูก ก่อนเผยต่อว่า คือกระบวนการรักษา ถ้าเกิดคนที่เข้ากระบวนการจะเข้าใจ ว่าบางทีร่างกายภายในมันอ่อนแอมาก ถึงสภาพข้างนอกเราจะดูแข็งแรงแต่ข้างในมันจะ เม็ดเลือดขาวต่ำ เวลาบางทีเรานอนหายใจ มันก็จะหายใจแผ่วๆ มันเหนื่อยเหลือเกิน ก่อนหน้านั้นพี่จอยจะไม่ค่อยออกสื่อในเรื่องพวกนี้ เพราะด้วยความที่เราเป็นผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อไหร่ที่เราได้รับเมสเสจว่ามันเจ็บปวดนะ มันทรมานนะ มันทุกข์นะ มันต้องใช้กำลังใจมหาศาลในการรักษา ในการผ่านไป พี่ก็เลยเลือกที่จะไม่พูดแล้วก็แสดงออกให้เห็นถึงความสวยงาม เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีกำลังใจ แต่ในเรื่องของกระบวนการรักษา มันต้องต่อสู้อยู่แล้ว เพื่อให้เขาไม่ท้อ

พี่เชื่ออย่างนึงว่าการวางหัวใจมันเหมือนการทำสมาธิ หรือว่าการสั่งจิตตัวเองมันสำคัญ ถ้าเราสั่งให้ตัวเองอ่อนแอ เราก็มีสิทธิ์ที่จะไปได้เลย ถ้าเราอนุญาตให้ตัวเองไปก็คือไปได้แล้ว แต่วันนั้นที่บอกเล็ก (ฝันเด่น) ฉันยังไม่อนุญาตให้ตัวเองไป ก็คือพยายามทำทุกย่าง ก็เฮือก หายใจเข้าลึกๆ แล้วก็สู้ต่อจนแข็งแรงขึ้น มีเสียงเล็กๆ ของลูก มันทำเรามีแรงขึ้นมา และเลือกที่จะสู้ เลือกที่จะอยู่ต่อ และมะเร็งถ้าเราสู้มัน มันไปต่อได้ ซึ่งพี่ต่อชีวิตตัวเอง อยู่ในการรักษา เพื่อที่ให้อยู่กับลูกและครอบครัว และเพื่อนๆ ให้ได้นานที่สุด ผู้ป่วยต้องมีเป้าหมายว่าเราจะอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร แต่ทุกชีวิตสำคัญหมด ทุกชีวิตมีค่าหมด ตราบใดที่เรายังหายใจได้ เราต้องสู้ค่ะ