อ.ยิ่งศักดิ์ เตือนพระสงฆ์ ถ้าทำดีไม่ได้ก็สึกเถอะ ลั่นยังไม่หมดศรัทธา แต่กราบไหว้ซาบซึ้งในพระธรรม
จากกณีอื้อฉาววงการสงฆ์ จับสึกสมีโชติปีนโต๊ะฉันเริงสวาทลูกศิษย์คนสนิท พุทธศาสนิกชนพนมมือสาปแช่ง เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันก่อน ล่าสุดอาจารย์ยิ่งศักดิ์ที่มาร่วมงาน “Good Health Great Heart | เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น หลัวจบงานอาจารย์ได้ให้สัมภาษณ์ปมฉาวดังกล่าว
เมื่อวาน คดีพระฉาว อาจารย์ว่ายังไงบ้าง?
“ก็ตกใจอ่ะ เพราะว่าตอนเช้าฉันได้ยินคนพูดเรื่องโต๊ะกลมๆ โต๊ะอะไรของมึง ฉันก็ไม่รู้เรื่อง ก็เสร็จแล้วพอฉันเห็นคลิปเท่านั้นแหละฉันก็ตกใจ โอ้โหว่าบนโต๊ะ โต๊ะกินข้าว โต๊ะฉันน่ะ มันก็ใช้ได้นะฉันก็ไม่เคยรู้ว่าโต๊ะก็ใช้ได้”
อาจารย์มองยังไงครับกับคนที่อายุ 60 ปีแต่สามารถปีนโต๊ะกลมได้?
“เก่ง โอ้โหฉันเห็นท่าเห็นทางแล้วเนี่ยระดับเซียนเลย ก็ฉันทำรายการเมื่อวานตอนบ่ายที่ไทยพีบีเอส แฮร์รี่ให้สัมภาษณ์แล้วก็คุยกับแฮร์รี่เรื่องนี้ แฮร์รี่ถามว่าอย่างอาจารย์มีปัญญาขึ้นไปบนโต๊ะแบบนั้นไหมล่ะ ฉันก็มีความรู้สึกว่าเออแฮร์รี่ถามอะไรน่าเกลี๊ยดน่าเกลียดนะ ฉันคิดว่าคนธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีใครคิดว่าขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวก็ได้
ตกใจไหม?
“ตกใจที่สุด แล้วก็คิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่ผ่านมาตั้งหลายพระ พระดังๆ ทั้งนั้น ในที่สุดก็เกิดขึ้นอีกจนได้ มันก็เป็นพฤติกรรมถ้าเราดูจากรูปแบบอ่ะ ก็ไม่ได้ต่างกันคือเรื่องเงิน เงินเท่านั้นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วก็มีเรื่องของ สีกาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ตรงนี้อาจารย์กำลังมองอยู่ตรงจุดเดียวเท่านั้นเองว่า มันมีเรื่องอื่นซ่อนอยู่หรือเปล่า มันมีเรื่องของผลประโยชน์ในการแบ่งปันหรือเปล่า ซึ่งอาจารย์ก็ยังไม่รู้เดี๋ยววันนี้คงจะออกไปเยอะ เพราะนักสืบโซเชียลมันมีมาก อาจารย์ว่ามันมันเร็วอ่ะค่ะ แต่สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดก็คือ อยากบอกนะคะ คนพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศนะคะ ฟังแฮร์รี่พูดเมื่อวานนี้เข้าใจเลยว่าพระดีๆ ในโลกในประเทศเราอ่ะมีอีกเยอะค่ะให้เรากราบไหว้ แต่เราอย่าไหว้ตัวบุคคลค่ะ เราไหว้ที่คำสอนและพระธรรมค่ะ อันนั้นคือสิ่งที่ทำให้เรารอด และ สำหรับใครก็ตามที่บวชอยู่ และมีพุทธศาสนิกชนไปกราบไหว้ ทำไม่ได้ ตามนั้น สึกเถอะค่ะ แต่ถ้าท่านที่อยู่แสดงว่าท่านทำได้นะคะ ถัดจากวันนี้ไปสังคมคงไม่ปรานีแล้วล่ะค่ะ ถ้าหากว่าท่านห่มผ้าเหลืองแล้วท่านทำตัวเองไม่เหมาะสมกับการกราบไหว้ พวกเราคงเชิญออกค่ะอย่างสาสมแก่ใจเราค่ะถัดจากวันนี้เป็นต้นไปค่ะ”
สมีโชติยังบอก ยังเป็นห่วงพรุพุทธศาสนา?
“ถ้าเป็นห่วงพุทธศาสนา คำนี้ควรสอนตัวเองก่อนลงมือกระทำค่ะ ถ้าคนเราทำลงไปแล้วมาพูดว่าห่วงอันนี้คือไม่ได้ห่วงจริงค่ะ ถ้าห่วงจริงคุณไม่ควรทำค่ะ และอาจารย์ก็คิดว่าไม่ได้เพิ่งทำจนกระทั่งจับได้น่าจะนานแล้ว”
อาจารย์รู้สึกยังไง เขาบอกเขาเคยให้คุยกับลูกศิษย์ว่าเขาก็กังวลใจว่าไม่รู้ว่าวันไหนจะโดนจับ แสดงว่าเขารู้ตัวว่าเขาทำผิดตั้งแต่แรก?
“เดี้ยนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เลยอ่ะ ถ้าตัวเองยังห่มผ้าเหลืองอยู่แล้วยังมาพูดเรื่องแบบนี้แสดงว่าไม่ได้เป็นพระนานแล้ว ใช่ไหมคะ เขาหลอกลวงผู้คนว่าเขาเป็นพระถ้าเขายังพูดเรื่องแบบนี้แสดงว่าไม่ใช่เป็นพระแล้ว แล้วคุณแปลกใจไหมคะ ทำไมตำรวจเอาโต๊ะไปคะ (เป็นของกลางเพราะอยู่ตรงกลางกล้องพอดีและใช้เป็นหลักฐานได้?) หลักฐานอะไรโต๊ะมันตอบไม่ได้ (เอาไปหาร่องรอยหลักฐาน?) มันจะมาหยดอะไรจะเหลืออยู่หรอ ไม่รู้ ตกลงโต๊ะเป็นหลักฐานสำคัญเหรอคะ อาจารย์งงไหมอยู่ดี ๆ ยกโต๊ะไปเลย เดี้ยนก็งงอ่ะค่ะ อย่าให้รู้นะว่าใครเอาโต๊ะไป?
อาจารย์คิดว่ามันจะมีการจำลองสถานการณ์ เกิดขึ้นบนโต๊ะไหม?
“ต้องทำแผนหรอคะ โอ้มายก๊อด ทำแผนหรอคะ ใช่ เกิดเหตุ เออ ทิดโชติเขาจะต้องสาธิตหรอคะ อ๋อจริงหรือเปล่าเนี่ยพวกเธออย่าหลอกฉันนะ”
เพราะว่า คนมองว่าทิดโชติอาจจะไม่ได้ปีนขึ้นไปเพราะว่าตอนเดินขึ้นไปไหนยังมีคนพยุง?
“ไม่จริงค่ะ เขาปีนได้ค่ะ วันนั้นฉันเห็นในคลิปแล้ว โอ้โหว อายุ 60 กว่า ท่าทางยากนะคะ ฉันมองๆ คนอายุ 60 กว่า อากัปกิริยาขนาดนั้น โอ้โหฉันว่าวัยรุ่นก็อายนะคะ เออ ฉันยังเก็บอยู่เลยในโทรศัพท์ จะดูใช่ไหมคะ เดี๋ยวๆ หาดูตรงนี้ไหมคะ อย่าฉันก็อยู่ในส่วนของข่าวนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่ชัดเจนแล้วก็ล้ำลึกกว่าคนอื่นเดี้ยนมีค่ะ เปิดเผยได้หรือไม่ได้อยู่ที่วิจารณญาณของคนทำข่าวค่ะ”
เรื่องคนทำบุญ เรื่องอาหารเราเข้าไปทำอาหารให้ในวัด?
“ถ้าพูดถึงวัดที่ผ่านมานะคะ เอ่ยเลยละกันอย่างวัดพระบาทน้ำพุอ่ะ อาจารย์ก็ ก็ไปทำกับข้าวไปป้อนคนเป็นเอดส์ อาจารย์ก็ไปนะ ไปแบบด้วยจิตศรัทธา แล้วเวลาท่านมารับบริจาค ตระเวนตามที่ต่างๆ เราก็วิ่งไปกราบท่าน เรามีความรู้สึกว่า เออท่านทำเพื่อช่วยคน แต่พอเรื่องปรากฏเสร็จอาจารย์ก็อึ้งไปพักใหญ่ แล้วก็มาเจอข้างนี้อีกเนี่ยอาจารย์ก็เริ่มมีความรู้สึกว่าทำไมจะต้องมีการตอกย้ำกันแบบนี้ มันทำให้มีความรู้สึกว่าศรัทธาของประชาชน มันดูสั่นคลอนน่ะค่ะ อาจารย์ก็คิดว่านี่คือการทำบาปที่แท้จริงนะคะ เพราะฉะนั้นบาปไม่ได้อยู่ที่คนธรรมดาค่ะ ห่มผ้าเหลือง แล้วผ้าเหลืองเนี่ยไม่ซึมซับเข้าไปสู่จิตใจ คุณก็กลายเป็นคนทำบาปได้ทั้งๆ ที่มีผ้าเหลือง คุณบาปทบเท่าทวีคูณค่ะ”
หมดศรัทธาไหม?
“ไม่ค่ะ ไม่หมดไม่หมดศรัทธา โอ้ยหมดศรัทธาได้ไงคะ เดี้ยนตายก็ต้องเอาเอาศพเดี้ยนไปวัด ก็ต้องสวด ก็ต้องเผา ยังไงชีวิตของพวกเราถ้าเป็นพุทธศาสนิกชนเราห่างจากวัดไม่ได้หรอค่ะ จงกราบไหว้ค่ะ แต่กราบไหว้มีสติมีปัญญา ไหว้และซาบซึ้งในพระธรรมค่ะ”
อาจารย์เลือกยังไงคะถ้าจะแนะนำให้คนทางบ้านลดการกราบไหว้ไม่สนิทใจหรือเข้าวัดอย่างสนิทใจโดยที่ไม่รู้สึกครั้งว่าเข้าไปจะไปทำอะไร?
“เดี้ยนคิดว่าคุณจะไปวัดคุณก็ไปค่ะ บางคนทำบุญนะคะไปถึงต่างประเทศ ไปถึงอินเดียไปถึงไหนต่อไหน ไปแสวงหาคำว่าพระธรรมค่ะ เดี้ยนบอกคุณคำเดียวค่ะ วัดน่ะนะคะท่องไว้เลยค่ะ วัดจิต วัดใจ วัดอยู่ที่จิต อยู่ที่ใจ ไม่ต้องไปไหนคุณก็มีวัดค่ะ คุณเข้าใจพระธรรมไหม ถ้าเข้าใจพระธรรม คุณปฏิบัติตัวเป็นตามพระธรรม ชีวิตคุณเป็นสุขค่ะ”
พระเองเป็นตัวแทนคนเผยแพร่พระธรรม แล้วมาทำมาขึ้นโต๊ะเขย่งซะเอง?
“เดี๊ยนก็พูดอย่างนี้แล้วกันนะคะ เดี้ยนกราบพระสงฆ์นะคะทั่วประเทศเลย เดี้ยนกราบหล่ะค่ะ ถ้าหากปฏิบัติได้ ท่านโปรดสัตว์แล้วก็สอนคนอื่นต่อนะคะ รักษาพุทธศาสนาต่อไปให้รุ่นลูกรุ่นหลานนะคะ แต่ถ้าท่านทำไม่ได้เดี้ยนกราบอีกทีหล่ะค่ะ ท่านสึกเถอะค่ะ”

