ศึกแห่งศักดิ์ศรี! จับตา 5 พระเอกตัวท็อป ชิง ‘นักแสดงชายแห่งปี’ เวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
เรียกว่าเป็นการจับตาศึกแห่งศักดิ์ศรีของเหล่าพระเอกตัวท็อป สำหรับรายชื่อผู้เข้าชิง “รางวัลนักแสดงชายแห่งปี สาขา ซีรีส์-ละคร” จากเวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 ที่ปีนี้เดินทางมาถึงปีที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่ เตรียมประกาศผลในวันที่ 27 กันยายนนี้ ณ ICONSIAM โดยผู้เข้าชิงแต่ละคนต่างฝากผลงานการแสดงอันโดดเด่นเอาไว้ ทั้งการถ่ายทอดบทบาทที่ท้าทาย การเข้าถึงตัวละคร และการส่งต่ออารมณ์ถึงคนดู จนกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ถูกพูดถึง งานนี้จึงต้องจับตาว่าใครจะสามารถคว้ารางวัลสำคัญแห่งปีได้สำเร็จ
มากันที่คนแรก ณัฏฐ์ กิจจริต จากเรื่อง ทนายปีศาจ The Evil Lawyer กับบทบาท ทนายเมฆ ผู้ที่เคยยึดมั่นในความถูกต้อง กลายเป็นคนสีเทาที่พร้อมจะใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อเดินไปให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งณัฏฐ์ถ่ายทอดพัฒนาการของตัวละครออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทั้งสีหน้า แววตา และภาษากาย ล้วนช่วยให้เห็นถึงความสับสนและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในใจของเมฆได้อย่างชัดเจน แม้แต่ฉากเล็กๆ ก็ยังใส่รายละเอียดลงไปเต็มที่ จนทำให้บทบาทนี้มีมิติและน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ และเป็นอีกหนึ่งผลงานที่พิสูจน์ฝีมือของณัฏฐ์ได้เป็นอย่างดี

นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ จากเรื่อง หงสาวดี THE LAST DUEL
ใน หงสาวดี (The Last Duel) นาย ณภัทร ถ่ายทอดบท มังจีชวา เจ้าชายนักรบออกมาได้อย่างสง่างามและน่าเกรงขาม ทั้งความเด็ดเดี่ยว ความแข็งแกร่ง และศักดิ์ศรีของตัวละครถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฉากที่ต้องใช้อารมณ์และพลังการแสดง เขาสามารถพาคนดูเข้าไปอยู่ในโลกของตัวละครได้อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางการแสดงของนาย ณภัทรได้อย่างชัดเจน จนสมกับการเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัลครั้งนี้

ขณะที่อีกหนึ่งนักแสดงจาก หงสาวดี THE LAST DUEL ที่ต้องพูดถึงไม่แพ้กัน คือ ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา ผู้รับบท พระนเรศ ตัวละครสำคัญที่ต้องแบกรับทั้งความกดดันและความคาดหวังของเรื่องเอาไว้ เขาถ่ายทอดภาพของพระนเรศผ่านทั้งแววตา ท่าทาง และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว โดยเฉพาะฉากดราม่าที่ต้องระเบิดอารมณ์ เขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างลึกและเข้าถึง ทำให้พระนเรศไม่ได้มีเพียงภาพของนักรบผู้แข็งแกร่ง แต่ยังมีมุมที่เป็นมนุษย์และเต็มไปด้วยความรู้สึก จนกลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่น่าจดจำของตรีในปีนี้

เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ จากเรื่อง รักหักหลัง (Wrong side of the rainbow) เป็นการพลิกบทบาทจากภาพจำเดิมๆ ของเกรท มารับบท ปั้น ชายหนุ่มที่ยึดมั่นในความคิดของตัวเอง และเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องเสมอ เกรทถ่ายทอดทั้งความดื้อรั้น ความเอาแต่ใจ รวมถึงปมที่ซ่อนอยู่ในใจของตัวละครออกมาได้อย่างน่าสนใจ เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายและแสดงให้เห็นถึงอีกด้านของฝีมือการแสดงของเกรทได้อย่างชัดเจน

อีกหนึ่งนักแสดงมากประสบการณ์ที่ไม่ว่าจะรับบทไหนก็สามารถดึงคนดูให้จับจ้องอยู่กับตัวละครได้เสมอ สำหรับ ชาคริต แย้มนาม จากเรื่อง ศักดินาวิทยาลัย กับบท ชนินทร์ นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่เต็มไปด้วยอำนาจและด้านมืดของตัวละคร ซึ่งเจ้าตัวถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าจับตา ทั้งความนิ่ง ความน่าเกรงขาม ไปจนถึงความดุดันและความโหดร้าย ทำให้ตัวละครมีทั้งความน่ากลัวและความซับซ้อนอยู่ในคนเดียวกัน โดยเฉพาะฉากที่ต้องใช้อารมณ์อย่างเข้มข้น ชาคริตสามารถดึงคนดูให้รู้สึกกดดันและคล้อยตามไปกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี สมฐานะตัวพ่อแห่งวงการจริงๆ


