หน้าแรก บันเทิง มิ้นท์ตี้ (MI...

มิ้นท์ตี้ (MINTTY) เผยอีกมุมของความรัก ผ่านซิงเกิลใหม่ ‘เจ็บให้พอ (Invisible)‘ 

21.09.26 | 18:25 น.

มิ้นท์ตี้ (MINTTY) เผยอีกมุมของความรัก ผ่านซิงเกิลใหม่ ‘เจ็บให้พอ (Invisible)‘ 


เรียกได้ว่าชีเสิร์ฟไม่หยุด สำหรับ มิ้นท์ตี้ (MINTTY) หรือ พลอยชยาภา ปิยรพีธัชช์ ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกเพลง Sigma Girl และ HOT TEA ไป ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกซิงเกิลใหม่กับเพลง ‘เจ็บให้พอ (Invisible)’ เพลงที่เล่าถึงความรู้สึกของคนที่ยังยืนอยู่ในความสัมพันธ์เพียงลำพัง แม้จะพยายามรักษาทุกอย่างเอาไว้ แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตาของคนที่ยังรัก ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเพลงช้าเพลงแรกของมิ้นท์ตี้ โดยได้ HYE (ฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ) มาแต่งเนื้อร้อง พร้อมควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้และยังได้ บอส ชัยกมล มารับบทพระเอก MV ในขณะที่ โอ๊ต ภาสกร โดดมารับหน้าที่ผู้ช่วยผู้กำกับ MV อีกด้วย ล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดใจกับมติชนออนไลน์ โดยเผยถึงความท้าทายและเบื้องหลังการสร้างสรรค์เพลง ‘เจ็บให้พอ (Invisible)’ รวมถึงมุมมองชีวิตสุดแอ็กทีฟของศิลปินสาวที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง

เป็นยังไงบ้างสำหรับซิงเกิลนี้?
“ก็สำหรับซิงเกิลนี้มิ้นท์ตั้งใจไว้ว่าอยากจะแชร์อีกมุมหนึ่งของมิ้นท์ด้วยเพราะที่ผ่านมาเราทำเพลงเร็วมาโดยตลอด เราก็อยากจะให้เห็นอีกมุมหนึ่งของเราด้วยการร้องเพลงช้าในครั้งนี้ แล้วก็อยากจะนำเสนอความรักที่ทุกคนได้เจอ เชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องเจอความรักที่ดีหรือความรักที่เราจะต้องแบกมันไว้ เพื่อแบบวันหนึ่งมันจะได้ดีกว่านี้อะไรแบบนี้ค่ะ”

แบบนี้แสดงว่ามาจากประสบการณ์จริง?
“จริงๆ ความรักในมุมของมิ้นท์เป็นได้หลายรูปแบบเลย จะคนรักก็ได้ แต่ว่าก็จะเป็นความรักที่ได้ทุกรูปแบบเลยสำหรับมุมมองของมิ้นท์ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้ เหมือนเราอยากจะตีความหมายความรัก ก็คือเรารักในการร้องเพลงเราคิดว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมาเห็นเราบ้าง ถึงแม้จะมีคนเห็นบ้างไม่เห็นบ้างแต่เราก็ยังชอบในการทำงานด้วยนี้ต่อ มันก็เลยเป็นแบบว่าเราก็ต้องอดทนจนกว่าจะถึงวันที่ทุกคนจะมาเจอเราอะไรแบบนี้ค่ะ แต่ว่าอยากจะให้ทุกคนได้ฟังเพลงนี้แล้วเอาไปอินกับความรักที่ตัวเองได้เจอด้วยก็เลยทำมาในมุมมองที่เป็นไปได้หลายแง่มุม”

Advertisement

แล้วเรานิยามคำว่ารักของเพลงนี้ว่ายังไงบ้าง?
“ก็คืออย่างที่มิ้นท์บอกไปเลยว่าเราอยู่ในวงการนี้มานานมากแล้วก็เหมือนกับทุกครั้งที่เราได้เจอผู้คนแล้วเราร้องเพลง ในทุกครั้งที่ไปมีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักเรา เราก็ต้องอดทนจนกว่าจะเจอวันที่ใช่ของเราที่คนได้รู้จักเราเยอะๆ ประมาณนั้น มันก็เลยกลายเป็นการตีความว่าเจ็บให้พอ แต่เราไม่พอ”

แล้วเพลงก่อนหน้าก็จะเป็นแบบแนวแซ่บ ตัวแม่ มาเพลงนี้เป็นเพลงช้าเลย เป็นยังไงบ้างสำหรับเรา?
“ก็ต้องบอกว่าทำการบ้านเยอะค่ะ เพราะเป็นเพลงช้าเพลงแรกเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่มิ้นท์ร้องเพลงมาเนาะที่เป็นเพลงไทยเต็มรูปแบบด้วย ก็ตื่นเต้นคิดว่าคนจะชอบเสียงเราไหม จะชอบในสิ่งที่เรานำเสนอไหม เสียงตอบรับก็คือเกินคาดค่ะ ทุกคนแบบมิ้นท์ร้องเพลงแบบนี้ได้ด้วยหรอ อยากให้ออกเพลงสไตล์แบบนี้อีก”

พอเราได้มาร้องเพลงช้า แล้วเราชอบตัวเองในเวอร์ชันนี้ไหมหรือว่าชอบตัวเองในเวอร์ชันก่อนหน้ามากกว่า?
“จริงๆ ก็ชอบนะคะเหมือนว่าแบบปกติชอบฟังเพลงบันลาด เพลงอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ว่าอาจจะเป็นเหมือนสไตล์ ไวป์ด้วยอะไรด้วย เราเลยแบบเห้ยเราจะทำเพลงช้าออกมาดีหรือไม่ ก็เลยฝึกฝนเพราะยังไงก็ต้องมีเพลงช้า ชอบค่ะชอบอยากจะทำแบบนี้อีก“

เป็นยังไงบ้างร่วมงานกับพี่ฮาย เป็นทั้งโปรดิวเซอร์แล้วก็แต่งเพลงให้ด้วย?
”สนุกมากค่ะ พี่ฮายเป็นกันเองมากแล้วก็เก่งมาก แบบพอบอกโจทย์เขาไปว่าในความคิดเราประมาณแบบนี้นะ แต่อยากจะทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เจอความรักหรือไม่ได้หมายความแบบเรา สามารถนึกถึงความรักในแบบของตัวเองได้ ฟังแค่กราฟแรกแล้วคือชอบเลย เพราะพี่ฮายเคร่งทุกตรง ทุกคำได้แบบโดนมากค่ะ“

แล้วพี่ฮายเขาเคร่งไหม?
”จริงๆ ถือว่าสบายมากเลยค่ะ คือหนูก็แอบกลัว เพราะว่ากลัวว่าตอนอัดจะถ่ายทอดออกมาได้ไม่เต็มที่เพราะว่าเป็นเพลงช้าเพลงแรก ตื่นเต้นมาก แต่ว่าทีมพี่ฮายทุกคนเป็นกันเองมากเลยค่ะ ก็คือทำงานกันเป็นแบบเพื่อน พี่น้องเลย คือถ้าไม่ได้หรือยังไม่ถึงก็จะเอาใหม่ เหมือนไม่ได้กดดันเรามาก เราก็รู้สึกชิลและสบาย เราก็เลยกล้าที่จะลองร้อง ลองอะไรใหม่ๆ ออกมาค่ะ“

พูดถึงเรื่อง MV บ้างได้ทำงานร่วมกับน้องบอส ชัยกมล ด้วย?
”MV อย่างที่ทุกคนได้เห็นบอสเป็นแบบว่าผู้ชาย red flag ธงแดงเลย ด้วยความที่เราอยากจะลองทำ MV แบบใหม่ๆ ปกติจะเป็นสายเต้น ครั้งนี้ก็เลยอยากจะลองแบบเพลงมันมาขนาดนี้เลย MV มันก็น่าจะมาแบบเศร้า หักมุม ก็เลยได้เป็น MV เนื้อเรื่องแบบหนึ่งมา คือมิ้นท์กับบอสเหมือนมีโอกาสได้ไปร่วมงานแล้วก็ได้เจอกัน แล้วก็เลยรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ได้ แล้วน้องก็น่ารักมาก นิสัยดีมาก แล้วก็เก่งมากด้วย”

แล้วเป็นยังไงบ้างต้องเข้าซีน ส่งอารมณ์กัน?
”น้องบอสเป็นมืออาชีพเลย เขาเก็ทในสิ่งที่เราจะสื่อใน MV แล้วก็เล่นกันได้แบบสบายๆ เลยเพราะเขาส่งอารมณ์มาได้ดีมากๆ เราก็รับและตอบกลับอะไรแบบนี้ เขาเก่งมาก”

สำหรับคนที่ฟังเพลงนี้เรามีวิธีฮีลใจเขายังไงบ้าง?
“แต่ว่าเพลงนี้ดูเหมือนตอกย้ำมาก (หัวเราะ) ก่อนจะจบมันจะมีประโยคหนึ่งที่มิ้นท์ชอบมากบอกว่า ”ถ้าหากวันหนึ่งฉันเดินจากไปเธอคงไม่รู้สึกอะไร” มันเหมือนแบบเรามีตัวตนอยู่หรือไม่ แต่อย่างที่บอกไปเพลงนี้มันเริ่มมาจากเราจะพอกับงานนี้จริงไหม ถ้าฉันเดินออกไปก็ไม่มีใครรู้สึกอะไรจริงๆ ถ้าเราหยุดร้องเพลง ณ ตอนนี้ แต่ว่าพอเรายิ่งร้องและได้รับการตอบรับก็เหมือนอารมณ์ประมาณว่า เราก็ทำตามในสิ่งที่เรารู้สึกไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม เราก็ร้องเพลงให้ถึงที่สุดแล้วกัน ก็แค่เดินต่อไป”

อยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนหรือส่งข้อความอะไรให้กับคนที่อยู่ในสถานการณ์อะไรแบบนี้?
“เป็นตัวแทนได้ยากมากเพราะมันเหมือนกับตอกย้ำ (หัวเราะ) อยากให้เหมือนบางทีอ่ะค่ะอะไรที่อยู่ในใจของเรา แต่ต้องระบายมันออกมามากกว่าค่ะ แต่อยากให้ฟัง อินกับเพลงแล้วก็ทิ้งมันไว้กับเพลงนี้ เพราะเหมือนเราฟังเพลงให้รู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ มีคนอีกคนที่รู้สึกเหมือนกันกับเขา แล้วก็เราก็จะอยู่ข้างกัน พอจบเพลงก็ฝากความทุกข์นั้นไว้กับเพลงนี้และเดินหน้าต่อไปเจอกับสิ่งใหม่ๆ และทำมันให้ดีที่สุดค่ะ”

เราเคยตกอยู่ในสถานการณ์อย่างเพลงนี้ไหม?

“จริง ๆ หนูไม่ค่อยนะคะ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้กันว่าเราไม่ค่อยได้มีความรักในมุมมองนั้นมากกว่า เรารู้สึกว่าเวลามีความรักเราแค่เคารพซึ่งกันและกัน ถ้าวันหนึ่งมันถึงในจุดที่มันต้องพอ เราก็คงพอแล้วเดินหน้าต่อ เราก็ยังเชื่อว่าจะเจอคนที่ใช่สำหรับเราในสักวันในช่วงเวลาที่เหมาะและพอดี แต่อย่างที่บอกว่าเพลงนี้มันเริ่มมาจากการความรักในสายงานมากกว่า แล้วพอมาถึงวันหนึ่งที่เราตั้งคำถามว่าเราควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้”

เราเคยคิดไหมว่าถ้าเราต้องอยู่ในสถานการณ์แบบในเพลงนี้ เราจะแก้ไขมันยังไง?
”คิดว่าสำหรับมิ้นท์ มิ้นท์เป็นคนอดทน เหมือนอย่างที่เราอดทนในด้านต่างๆ ก็อาจจะลองหาวิธีแก้ไขก่อน มันจะมีทางออกที่ดีที่สุดไหม แต่ถ้าไม่มีก็ต้องปล่อยมือกันไป”

 

เรามองความท้าทายของเพลงนี่ยังไงบ้าง?
“ความท้าทาย คือ บางทีมันมีเสียงที่สูงมาก มีเสียงที่ต่ำมาก มีทั้งแร็ปด้วย การสวิชต์อารมณ์ต่างๆ พวกนี้มันมีความท้าทายที่ต้องโชว์หน้างาน เราก็จะซ้อมให้เต็มที่ประมาณนั้น”

เรามีความกังวลไหม?
“กังวลค่ะ ตื่นเต้นมากในการร้องเพลง เพราะมันไม่เหมือนเพลงเร็วที่เราถนัดอยู่แล้ว พอเป็นเพลงช้าเราจะรู้สึกกังวลนิดหนึ่งตรงที่ว่าเราอยากจะสื่อสารไปให้ถึงใจคนจริงๆ อย่างงี้ค่ะ เราก็กลัวว่าเราอาจจะไม่ได้ร้องเพลงช้าเยอะมาก แล้วเราจะทำให้ทุกคนอินไปกับเพลงนี้ได้ไหม“

พี่ฮายเขาได้มีการแนะนำเทคนิคอะไรบ้างไหม?
”จริง ๆ พี่ฮายก็บอกว่ามันก็เหมือนแค่เรากำลังเล่าให้เขาฟังแบบนี้แหละ สบายๆ เพราะถ้ายิ่งเกร็งมันจะยิ่งยาก เราร้องก็เหมือนเราเล่าเพลงนี้ให้กับทุกคนฟัง อารมณ์ประมาณนี้ค่ะ”

ถามถึงซิงเกิลถัดไป?
”ปีนี้ก็มีหลายแพลนมากเลยค่ะ ก็มีทำรอไว้บ้างแล้วค่ะ อันนี้ก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่แอบกระซิบว่ามันจะแบบ เห้ยจริงเหรออะไรแบบนั้น”

เพลงช้าต่อไหมหรือไปเวย์อื่นเลย?
”ต้องรอค่ะว่าความรักครั้งหน้าจะเป็นแบบไหน”

แล้วชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?
”ก็โอเคเลยค่ะ มีซีรีส์ที่เพิ่งออนจบไป เรื่อง KNOT แฟนๆ ก็ตอบรับดีเลยค่ะ กระแสดีมาก แล้วก็มีแพลนถ่ายซีรีส์ต่างๆ อีก แล้วก็ทำเพลง”

อย่างงี้ทั้งทำเพลง ทั้งถ่ายซีรีส์เราแบ่งเวลายังไงบ้าง?
“ถ้าสำหรับมิ้นท์ตี้นะคะ ตอนนี้ในส่วนซีรีส์ก็ยังอยู่ในส่วนของการพัฒนาตัวละคร พัฒนาบท เราก็ยังมีเวลาอยู่ก็อาจจะแบบว่าเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าค่ะ เตรียมสุขภาพด้วย เตรียมร่างกายให้พร้อมถ้าวันหนึ่งเราต้องสวิตช์ทำหลายๆ อย่างในเวลาใกล้ๆ กันให้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ”

ความสนุกความท้าทายในตอนนี้ของเราเป็นยังไงบ้าง?
“จริงๆ มิ้นท์เป็นคนที่ชอบทำงานชอบความท้าทายแบบนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าในพาร์ทใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับมิ้นต์ มันเหมือนเป็นเส้นทางผจญภัยใหม่อะไรแบบนั้น เราก็ชอบความรู้สึกที่ท้าทาย เลยเป็นอะไรที่สบายมากค่ะ”

พอเราได้ลองผจญภัยอะไรแบบนี้มันเป็นยังไงบ้างสำหรับเรา พอใจไหม?
“พอใจค่ะ มิ้นท์เชื่อว่าเราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว เลยไม่ได้มีโอกาสมาเสียใจที่หลังว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ เราก็คือจะทำทุกอย่างอย่างเต็มที่สุดความสามารถที่เราทำได้ เราเลยไม่ได้มีเสียดายทีหลัง แล้วก็ในสิ่งที่ท้าทายคือได้เจอคนใหม่ๆ ได้เจอแฟนคลับใหม่ๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ การไปทำงานมันเลยได้ตื่นเต้นตลอดเวลา”

เหมือนเราได้ลองทำอะไรเยอะมากมายเลย มีอะไรที่เรายังอยากจะทำอยู่ไหม?
“จริงๆ ก็ทำเกือบทุกอย่างแล้วนะคะ เพราะชอบลองอะไรใหม่ๆ ลองว่าเราจะเจออะไรที่มันใช่กว่านี้ไหม จะไม่มีนะคะที่ไม่ได้ลอง”

เรามองตัวเองในอีก 5 ปีอันใกล้ๆ นี้ยังไงบ้าง?
“ก็คิดว่าอยากจะมีผลงานออกมาเรื่อยๆ ค่ะให้ทุกคนได้ชมกัน อย่างที่บอกมันมีหลายอย่างมาก 5 ปีอาจจะน้อยไป อยากจะให้เห็นตัวตนของเราใหม่ๆ ที่ทุกคนไม่เคยเจอ”

มีความสนใจอยากทำเบื้องหลังไหม?
“จริงๆ ก่อนหน้านี้มิ้นท์ทำเบื้องหลังมาสักพักหนึ่งแล้วตอนที่กลับมาอยู่เมืองไทย เราก็ทำเบื้องหลัง แต่เราก็คิดว่าเบื้องหน้าเราก็ยังรักมันอยู่ ก็เลยกลับมาทำเพลงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เลยกลายเป็นโซโล่เดี่ยว 3 เพลง เริ่มตั้งแต่ Sigma Girl, HOT TEA แล้วก็มาเป็น เจ็บให้พอ”

สุดท้ายฝากผลงานเพลงใหม่หน่อย?
“ก็สำหรับเพลงเจ็บให้พอนะคะ ก็ตั้งใจอยากจะโชว์อีกมุมมองความรักหนึ่งของมิ้นท์นะคะ ฟังได้แล้วที่สตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์มแล้วก็ดู MV ได้ที่ YouTube ของ MFlow Music ค่ะ”