หมาก ปริญ เผยนาทีระทึก ลุยน้ำท่วมช่วยแม่อพยพ เล็งซื้อเรือ หวังช่วยเหลือเพื่อนบ้าน คัมแบ๊กละครคู่ คิมเบอร์ลี่ ในรอบเกือบ 10 ปี
กลายเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ต้องเผชิญวิกฤตอุทกภัย สำหรับ พระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ สุภารัตน์ ที่ล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัว “Eight Plus” Natural Born Alkaline น้ำด่างธรรมชาติโฉมใหม่ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ NEXTOPIA ชั้น 5A สยามพารากอน เจ้าตัวก็ได้เปิดใจเหตุการณ์ระทึก หลังน้ำท่วมบ้านคุณแม่จนต้องรีบลุยน้ำเข้าไปช่วยและพาออกจากบ้าน เผยระดับน้ำสูงเกินเข่า ขณะที่ผ่านไป 5 วันยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ ยอมรับช่วงแรกถึงขั้นแพนิก ต้องคอยเช็กระดับน้ำตลอด พร้อมเตรียมรับมือฝนตกหนักอีกระลอกด้วยกระสอบทรายและเล็งซื้อเรือ-เจ็ตสกี หวังไว้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านด้วย พร้อมเผยถึงกระแสรายได้ “อัศจรรย์วันทอง” งานนี้พระเอกหนุ่มยอมรับไม่ทราบตัวเลข แต่เชื่อพฤติกรรมคนดูและภาวะเศรษฐกิจมีส่วน พร้อมชวนสนับสนุนหนังไทย ก่อนเผยข่าวดีเตรียมกลับมาประกบคู่ภรรยา ‘คิมเบอร์ลี่’ อีกครั้งในละครพีเรียด “โปลิศศรีสยาม” หลังห่างหายจากการร่วมงานคู่กันเกือบ 10 ปี
ถามถึงบ้านคุณแม่ที่น้ำท่วม จนต้องเข้าไปช่วยและพากันลุยน้ำออกมา?
“ตกใจมากครับ เช้าวันนั้นช่วงประมาณ 6 โมงเช้า นอนๆ อยู่น้องคิมตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ ได้ยินว่าคุยกับคุณแม่เรื่องน้ำท่วมเข้าบ้าน ตอนนั้นตาตื่นเลย รีบขับรถไปหาคุณแม่ทันที ทั้งที่บ้านห่างกันแค่คนละฝั่งถนน แต่ฝั่งคุณแม่ท่วมแล้ว ฝั่งเรายังไม่ท่วม เดินลุยน้ำเข้าไปแบกกระเป๋าอย่างที่เห็นในภาพ ระดับน้ำในบ้านสูงเกินเข่าขึ้นมาหน่อย ชั้น 1 เรียบร้อย คุณแม่บอกว่าตื่นตั้งแต่ตี 5 แต่ไม่กล้าโทรหา รอจน 6 โมงเช้าค่อยโทรบอก น้องคิมก็อุ้มหมา ผมแบกกระเป๋า คุณแม่เดินลุยน้ำออกมา และพาย้ายไปอยู่บ้านพี่ชายก่อน”
คิดไหมว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในแถวนั้น?
“ไม่คิดเลยครับ ยิ่งโซนนั้นไม่เคยท่วมมาก่อน คุณแม่เพิ่งย้ายมาอยู่ตรงนั้นได้ประมาณ 2-3 ปี ทุกคนตกใจหมด แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ตามสภาพ มันก็พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เขาเตือนมาเราก็ต้องรับฟังและติดตามข่าวมากขึ้น ตอนนี้คุณแม่ยังกลับเข้าบ้านไม่ได้เลย น้ำยังไม่หมด“
ประเมินความเสียหายในบ้านคุณแม่ไว้แค่ไหน?
”ไม่รู้ว่าเสียหายเท่าไหร่ แต่เห็นใจคนที่ประสบภัยน้ำท่วมช่วงนี้มากๆ เพราะเศรษฐกิจก็ลำบากอยู่แล้ว ยังมาเจอแบบนี้อีก อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคน ตอนนี้บ้านคุณแม่ก็น่าจะเข้าวันที่ 5 แล้ว น้ำยังขังอยู่ในบ้านอยู่เลย แม่ก็ตกใจ เราทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบใจ และคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะเห็นว่าจะมีน้ำมาอีกรอบสัปดาห์นี้ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือ“
เตรียมเฝ้าระวังหลังจากนี้ยังไงบ้างทั้งบ้านของคุณแม่และบ้านของตัวเอง?
”เดี๋ยวนี้มีหลายเพจทำเว็บไซต์ให้ดูแบบเรียลไทม์ เช็กกล้องแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีประโยชน์มาก ยอมรับว่าตอนน้ำท่วมใหม่ๆ ผมแพนิกเลย เดินออกไปดูหน้าบ้านประมาณ 10 รอบว่าน้ำขึ้นหรือลดลงไหม ทุกคนคงเป็นเหมือนกัน ด้วยความกลัวเพราะไม่รู้ว่าน้ำจะมาตอนไหน”

ในฐานะประชาชน มีความคาดหวังกับการแจ้งเตือนหรือการป้องกันอย่างไรบ้าง?
“เราก็หวังอยากให้ระบบการแจ้งเตือนและข่าวสารมีความเที่ยงตรงและทันท่วงที โชคดีที่คนไทยใจดี มีน้ำใจ ประชาชนก็ช่วยกันเองก่อนเลย ใครมีรถสูงหรือมีเรือก็ออกมาช่วยกัน เราก็ได้แต่หวังว่าจะมีหน่วยงานหรือว่ามีใครทำให้มันดีขึ้น ไหนจะโรคที่มากับน้ำอีกก็ต้องระวังกัน”
ในส่วนของบ้านเราได้เตรียมพวกกระสอบทรายไว้บ้างไหม?
“คิดว่าจะเตรียมกระสอบทรายไว้ล่วงหน้า แล้วเห็นเพจขายที่กั้นน้ำก็ว่าสั่งอยู่ ตอนนี้บ้านผมน้ำยังเข้าแค่ในหมู่บ้าน แต่ยังไม่เข้าตัวบ้าน แต่ก็ต้องป้องกันไว้ ทำอะไรได้ก็ทำครับ“
แล้วกระทบกับงานไหมคะ มีโดนเลื่อนบ้างไหม?
”โชคดีที่ตอนนี้ผมกำลังรอเปิดกล้องละคร แต่ของน้องคิมเรื่องที่แล้วเหลืออีก 4 คิวจะปิดกล้องก็โดนเลื่อนไป โดยรวมมันกระทบทั้งละครและคนทำงานทุกคน แต่เป็นสถานการณ์ที่ต้องให้กำลังใจกัน“
เห็นมีข่าวว่าณเดชน์อาจจะไปดูรถกระบะเตรียมไว้ เรามีคิดไว้ไหม?
”ผมดูเรือกับเจ็ตสกีไว้แล้วครับ(หัวเราะ) มีความคิดว่าอยากจะซื้อ คิดว่าถ้าเรามีเรือ เราไม่ได้ช่วยแค่ตัวเอง แต่จะสามารถช่วยคนอื่นในหมู่บ้านที่ลำบากได้ด้วย ถือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตไปแล้ว“
ถามถึงกระแสภาพยนตร์ อัศจรรย์วันทอง บ้าง หลายคนมองว่ารายได้อาจจะน้อยไปหน่อย?
”เรื่องรายได้ผมไม่ทราบจริงๆ แต่มันเป็นความชื่นชอบของผู้ชมครับ ในส่วนหน้าที่ของผมได้ทำสำเร็จเสร็จสิ้นและพอใจในหน้าที่มากๆ แล้ว คงไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้“
คิดว่าเป็นเพราะพฤติกรรมคนดูหรือภาวะเศรษฐกิจด้วยไหม?
”อาจจะใช่ครับ ด้วยค่านิยมที่คนไทยอาจจะรอชมภาพยนตร์ผ่าน Netflix หรือช่องทางอื่นๆ ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้ชม ส่วนตัวผมก็เช็กโซเชียล ดูฟีดแบ็กตลอดว่าคนดูชอบซีนไหน สนุกไหม มันก็มีหลากหลายกระแสที่ผมรับรู้มาเหมือนกัน แล้วก็คุยกับนักแสดง เราก็ให้กำลังใจกันว่าเราทำเต็มที่ หน้าที่ของเราจบแล้ว และอยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนภาพยนตร์ไทย พัฒนาอุตสาหกรรมนี้ไปด้วยกัน อย่าเพิ่งเอาไปเปรียบเทียบกับใครเลย ถามว่าคนทำงานเริ่มถอดใจไหม บางทีก็อย่างที่บอกว่าอาจจะเป็นจังหวะด้วย เราคาดเดาไม่ได้จริงๆ ว่ากระแสตอบรับหนังแต่เรื่องที่ออกมาจะเป็นยังไง“
อัพเดตงานละครเรื่องใหม่ที่ได้กลับมาร่วมงานกับน้องคิมเบอร์ลี่?
”ใช่ครับ กลับมาเล่นคู่กันอีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปีครับ กับเรื่อง โปลิศศรีสยาม ฟิตติ้งกันไปเรียบร้อยแล้ว พออ่านบทแล้วรู้สึกว่าน่ารักมากๆ เลยตกลงรับเล่นด้วยกันทั้งคู่“

กลับมาร่วมงานกันตอนที่มีสถานะแต่งงานแล้ว มีความท้าทายอย่างไรบ้าง?
”ท้าทายตรงที่ต้องมาคุยกันว่าเราจะมองอย่างไรให้รู้สึกเหมือนเป็นครั้งแรก ให้เกิดเคมีอย่างนั้นให้ได้ ซึ่งเดี๋ยวก็ต้องมาคุยกับผู้กำกับอีกที ตอนนี้ฟิตติ้ง บทมาครบทุกตอน อ่านบทเรียบร้อยแล้ว เตรียมเปิดกล้องเดือนนี้ แล้วความที่อยู่บ้านเดียวกันก็ทำให้ง่ายต่อการซ้อมบท ปกติเราก็ช่วยกันอ่านบทให้กันอยู่แล้วแต่คนละเรื่อง แต่เรื่องนี้ก็ท่องด้วยกันเลย คิดว่าน่าจะสนุกดี หลังจากที่เราแยกย้ายกันไปรับละครและซีรีส์ต่างๆ กันมาในสีอื่นๆ มาแล้ว กลับมาเจอกันใหม่รอบนี้ก็คิดว่าคนดูน่าจะอยากดู เคยตกหลุมรักเรายังไงในเมื่อก่อน เราจะกลับมาเป็นแบบนั้น(ยิ้ม) เรื่องนี้ก็จะเป็นพีเรียดอยู่ในยุคปี 2500 คอสตูมจัดเต็ม แต่เรื่องภาษาปกติ หวังว่าทุกคนจะกลับมาติดตามและสนับสนุนละครและหนังไทยครับ“





