‘ยามะพี’ เผยคิดถึงแฟนๆ เตรียมเซอร์ไพรส์ในคอนเสิร์ต ‘DREAMING’ ส่งกำลังใจสู้ภัยน้ำท่วม
เมื่อรักแรกของใครหลายคน อย่าง โทโมฮิสะ ยามาชิตะ หรือ ยามะพี (Yama-P) ซุปเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่น เดินทางมาเยือนประเทศไทย ก่อนเตรียมพบกับแฟนๆ ในคอนเสิร์ต “TOMOHISA YAMASHITA TOUR 2026 DREAMING LIVE IN BANGKOK” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2569 ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง พร้อมพูดคุยถึงผลงานเพลง อัลบั้มใหม่ “Dreaming” ความประทับใจที่มีต่อแฟนชาวไทย รวมถึงเรื่องราวชีวิตและการทำงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ณ ห้อง Conference Room 1 ชั้น 1A โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ
กลับมาคราวนี้รู้สึกยังไงบ้าง แล้วก็คิดถึงอะไรในประเทศไทยเป็นพิเศษ?
“ก็ดีใจมากๆ แล้วก็ดีใจมากที่ได้กลับมาจัดคอนเสิร์ตที่นี่ด้วยครับ”
ถ้าพูดถึงแฟนคลับชาวไทย สิ่งแรกที่คิดถึงคืออะไร?
“ต้องบอกว่าแฟนคลับชาวไทยเป็นแฟนคลับที่อบอุ่นแล้วก็มีเอเนอร์จี้มากๆ แล้วก็แต่ละรอบที่กลับมาก็จะเวลคัมอย่างอบอุ่นตลอดเลยครับ”
มีอาหารไทย หรือว่าสถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ตั้งเป้าไว้ว่าต้องไป หรือว่าต้องกินให้ได้ในการมาเยือนในครั้งนี้ไหม?
“เยอะจนลำบากใจมากๆ ครับ ตอนนี้ เมื่อวันก่อนที่ถึงประเทศไทยนะครับ ก็ทานผัดกะเพราไปทุกวันเลย อยากลองทานข้าวมันไก่เหมือนกันครับ ชอบพริกน้ำปลามากๆ มาไทยทีไรนะ ก็จะซื้อพริกน้ำปลาในซุปเปอร์ไทย”
รู้สึกยังไงบ้างคะ ที่ได้กลับมาจัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา แล้วก็เตรียมอะไรให้แฟนๆ ที่รอคอยมาเนิ่นนานบ้าง?
“เพราะว่าอยู่สังกัดที่ใหญ่มากๆ มาตลอด แล้วก็เว้นไปนาน แล้วก็กลับมาแสดงละครด้วย ช่วงเวลาที่เว้นไปก็ไปแอคติ้งด้วยอะไรด้วย ก็คือเว้นไปนาน ก็กว่าจะได้กลับมาก็อาจจะนานนิดนึง ส่วนคอนเสิร์ตจริงๆ ยังเป็นความลับ ว่าจะมีโชว์อะไรที่เซอร์ไพรส์หรือเปล่า แต่ก็คิดอยู่ว่าอาจจะใส่ชุดไทยขึ้นเวทีก็ได้”
อยากให้เล่าถึงที่มาชื่อคอนเสิร์ต แล้วก็แรงบันดาลใจของโชว์คอนเสิร์ต DREAMING ว่าแฟนๆ ทั่วโลกจะได้เห็นอะไรบ้าง?
“ชื่อคอนเสิร์ตคือ 1.คือไม่ได้ยึดติดกับตัวเองเป็นหลัก 2. คือการใช้ความคิดจินตนาการ ไม่ได้มีคำตอบชัดเจนว่าคำตอบของคอนเสิร์ตนี้จะเป็นอย่างนี้ หรือคำตอบของเพลงนี้จะเป็นอย่างนี้ และสุดท้าย คือ มีความจินตนาการร่วมไปด้วยกันกับแฟนๆ ในคอนเสิร์ต
สำหรับคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย จะจัด 2 รอบในวันเดียวกัน เป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ อยากรู้ว่ายามะพีเตรียมตัวยังไงบ้าง?
“จริงๆ แล้วโดยปกติก็จะมีเทรนนิ่งของตัวเองอยู่แล้วนะครับ แต่หลังๆ ก็จะเพิ่มรันนิ่งเข้ามา คือการออกไปวิ่งเข้ามาบ้าง”
อยากให้เล่าถึงอัลบั้มชุดใหม่ DREAMING ที่มีกำหนดการวางแผงในเดือนพฤศจิกายนปีนี้?
“ในโลกปัจจุบันเรามีทั้ง AI มีดิจิตอลเวิลด์ไปแล้ว เหมือนคำตอบมันหาง่ายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นตัวเนื้อเพลงหรือตัวอัลบั้มเองอยากจะให้แฟนๆ ได้ใช้ความคิดและจินตนาการ ไม่ได้มีคำตอบตายตัวในแต่ละเนื้อเพลงอย่างแน่นอน แล้วก็เพลงที่แต่งออกมาเป็นเพลงที่ไม่มีคำตอบตายตัวเลย ขอแจ้งอย่างนี้ก่อนนะครับ เป็นเพลงที่อยากจะให้แฟนๆ ใช้ความคิดและจินตนาการร่วมไปด้วยกัน ก็เป็นอัลบั้มที่ออกไปในแนวพลังบวก”
ตอนนี้สถานการณ์ที่เมืองไทยน้ำท่วมอยู่ ได้รับรู้เรื่องนี้ไหม รวมถึงอยากให้กำลังใจคนไทย พี่น้องชาวไทยที่ประสบภัยน้ำท่วม?
“ที่ญี่ปุ่นก็เป็นข่าวใหญ่พอสมควร ตัวผมเองก็มีเพื่อนที่นี่ด้วย ก็ได้รับรู้ข่าวสารตรงนี้ รู้สึกตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นไปได้ก็อยากจะให้วันปกติของเราทุกคนกลับมาอย่างเร็วที่สุด”

ผลงานเพลงในอัลบั้มนี้คุณได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลีหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น Pdogg โปรดิวเซอร์หลักของวง BTS, แทฮยอน, จองวอน ENHYPEN และวง TOMORROW X TOGETHER อยากให้พูดถึงเบื้องหลังการทำงานและจะมีโอกาสได้ร่วมกับศิลปินไทย อย่างโปรเจกต์ GYM บ้างไหม?
“คือต้องบอกว่า คอลแลปกันทีไร เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะมีเคมีระหว่างคนสองคนอยู่ตลอด แล้วก็อีกอย่างเป็นการคอลแลปกับคนต่างชาติ ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่เราเดาไม่ถูกเลย แต่ละรอบที่จะคอลแลปกัน รู้สึกสนุกกับการคอลแลปทุกรอบเลย แม้ว่าเราจะมีภาษาที่ต่างกัน และก็คัลเจอร์ที่ต่างกัน อย่างน้อยเราก็มองไปทางเดียวกัน แล้วก็อยากจะสื่อออกมาในเนื้อเพลงที่ทำออกมาครับ”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยามะพีมีผลงานในระดับนานาชาติค่อนข้างเยอะ ก็เลยอยากถามว่าการทำงานในกองถ่ายในระดับนานาชาติ ให้อะไรกับยามะพีบ้าง แล้วเป้าหมายต่อไปในฐานะนักแสดงระดับโลกเป็นยังไงบ้าง?
“คือต้องบอกว่า วิถีถ่ายทำของญี่ปุ่นเนี่ยไม่มีวันหยุด คือเสาร์อาทิตย์เราก็ทำงานกัน แต่ถ้าสมมุติเป็นของต่างประเทศ ก็จะเป็นหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ค่อนข้างรีแล็กซ์กว่า แต่ว่าต้องบอกก่อนว่าในความตั้งใจของการผลิตผลงานแต่ละผลงานเนี่ย ทั้งทีมญี่ปุ่นหรือทีมต่างชาติเอง มีความตั้งใจไปทางเดียวกันหมด ก็คืออยากจะผลิตผลงานออกมาให้ดีที่สุด เคยมาถ่ายทำที่ไทย ก็ต้องบอกว่า เคเทอร์ริ่งที่กองถ่ายไทยก็อร่อยมากๆ”
ซีรีส์เรื่อง Drops of God ที่คุณยามะพีสวมบทบาทเป็นนักชิมไวน์อัจฉริยะ ก็คือยกกองถ่ายมาถ่ายที่ไทยเลย อยู่นานเป็นเดือนเหมือนกัน เลยอยากให้เล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์ประทับใจที่ยังคงเก็บไว้ในการถ่ายทำตอนนั้นให้ฟังหน่อยได้ไหม?
“คือต้องบอกว่า ช่วงถ่ายทำลำบากนะครับ ยังไงก็เหนื่อย แต่ว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกฮีลใจเราก็คืออาหารในกอง และอาหารเลิกกอง อาหารในกองก็อร่อยมากๆ และหลังจากเลิกกองก็จะเป็นอาหารทานเอง ตอนนั้นก็คือสนุกมากกับการหาอาหารกิน ไปร้านอาหารที่ไม่รู้จักเลย ตัวผมที่ญี่ปุ่นก็กินข้าวไทยเหมือนกัน ชอบการทานข้าวไทยเรามากๆ ก็รู้สึกว่าอยู่ที่ไหนก็ได้ทานอาหารที่ชอบ”
ทานเผ็ดได้ไหม?
“ทานได้ครับ”
ในฐานะที่มาเมืองไทยหลายครั้งและเคยได้ใช้เวลาชิลๆ กินเที่ยวในประเทศไทย มีครั้งไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษบ้างไหม?
“ตอนนี้คือสนใจเรื่องมวยไทย ก่อนหน้านี้ก็มีไปเล่นมวยไทยมาบ้าง แต่ตอนนี้คิดว่าอยากจะลองจริงจังขึ้นมาบ้างครับ เมื่อวานนะครับ กอล์ฟ (พิชญะ)ได้ให้กางเกงมวยไทย ก็รู้สึกว่าต้องมาจริงจังนิดนึงละ ลองเทรนดูนะครับ”
ในฐานะรุ่นพี่ในวงการเพลง มองว่าวงการเพลงสมัยนี้เป็นยังไงบ้าง?
“คือที่ผ่านมาต้องบอกว่า ไปโฟกัสเรื่องการแสดงเป็นหลัก แล้วเพิ่งกลับมาโฟกัสเรื่องงานดนตรีได้ปีนี้เองครับ ก็ตอนนี้อยากจะเปลี่ยนโฟกัสมาทางด้านงานดนตรีมากขึ้นนะครับ”
มีศิลปินรุ่นน้องคนไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษ?
“ต้องบอกว่าแต่ละคนก็จะมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง ตอบยากหน่อยครับ เพราะรุ่นน้องแต่ละคนก็เป็น professional ในเวย์ของตัวเองดีกว่า ตัวผมเองในฐานะรุ่นพี่ตอนนี้ รู้สึกว่าอยากจะดูว่ารุ่นน้องจะเติบโตไปยังไงดีกว่าครับ”
ถ้าย้อนเวลากลับไปคุยกับยามะพี ในตอนวัยรุ่นได้ อยากจะบอกอะไรกับตัวเองในตอนนั้นมากที่สุด?
“ทำให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม (มองตัวเองในอดีตเป็นยังไงบ้าง?) คิดว่าตอนนั้นเราก็ทำทุกอย่างที่มีความเป็นไปได้ได้มากที่สุดแล้ว และใส่เต็มที่กับทุกอย่างแน่นอน แต่ก็อยากจะบอกตัวเองสมัยก่อนว่าอยากให้โฟกัสเรื่องภาษา อยากให้เรียนภาษามากขึ้น”
มีแฟนๆ หลายคนบอกว่าโตมากับยามะพี เลย แต่พอมามองตอนนี้รู้สึกว่ายังหล่อ ยังดูแข็งแรง มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตอย่างไร ทั้งที่ตารางงานแน่น?
“อย่างแรกเลยคือสนุกกับงาน แล้วก็มีความรู้สึกที่ชาเลนจ์ตัวเองเสมอในหน้าที่การงานของตัวเอง”
มีหลายๆ คนบอกว่ายามะพี เป็นรักแรกของเขา รู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ดีใจที่ทุกคนบอกว่าอย่างงั้น แต่ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นทุกคนได้มีความรักกันไหมครับ”
ช่วงนี้มีกิจกรรมหรืออะไรที่กำลังชอบทำเป็นพิเศษ?
“ต้องบอกว่าเป็นเหมือนรูทีนมากกว่า คือไปเทรนนิ่งเสร็จแล้วเข้าซาวน่า แล้วก็มีการวิ่ง”
คิดจะไปวิ่งที่สวนลุมพีนีไหม?
“ต้องบอกก่อนว่ารอบนี้เอารองเท้าวิ่งมาด้วย แต่คิวแน่นมากเลย คิวสัมภาษณ์แน่นมาก น่าจะไม่ได้ไป แต่ว่าเดือนธันวาคมที่จะมาถึง เดี๋ยวจะลองทำตารางดู อาจจะได้ไปวิ่ง”
อยากให้อัพเดตผลงานหน่อยว่าในช่วงนี้มีอะไรให้แฟนๆ ได้รอติดตามบ้าง?
“ต้องบอกก่อนว่าอันนี้เป็นซีรีส์ญี่ปุ่น ที่จะฉายเดือนตุลาคม ที่จะถึง ‘Our Hakone Ekiden’ เป็นมาราธอนของนักศึกษา ผมเล่นเป็นโค้ช เป็นครูสอน ก็อยากให้ติดตามผลงานนี้กัน”
อยากให้พูดอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุนมาตลอด?
“ต้องบอกว่าได้กลับมาไทยรอบนี้ดีใจมากๆ แล้วก็ได้ทำคอนเสิร์ต ดีใจมากๆ แล้วก็ดีใจที่แฟนๆ รอคอย อยากจะร่วมทำเมมโมรี่ดีๆ ความทรงจำดีๆ ไปกับแฟนๆ อยากให้มารีแลกซ์ มาดู มาชิลกัน”
สุดท้ายอยากให้ฝากข้อความสั้นๆ เป็นภาษาไทยถึงแฟนๆ ที่สนับสนุนมาตลอด?
“รักนะครับ คิดถึงทุกคนนะครับ”
ขอเพิ่มเติมอีกคำได้ไหม ให้พูดคำว่า สาดไปสมาชิก?
“สาดไปสมาชิก (ยิ้ม)”


