หน้าแรก บันเทิง แอน ทองประสม ...

แอน ทองประสม ทำซีรีส์วายไม่ยึดสูตรเดิม เผยเจอน้ำท่วมครั้งแรก ต้องปรับตัวจูนชีวิตใหม่

4.10.26 | 13:58 น.

แอน ทองประสม ทำซีรีส์วายไม่ยึดสูตรเดิม เผยเจอน้ำท่วมครั้งแรก ต้องปรับตัวจูนชีวิตใหม่


ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวงซีรีส์ “Decoding You โคตรรัก” ณ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ สำหรับผู้จัดคนเก่ง “แอน ทองประสม” ที่ครั้งนี้เปิดประสบการณ์ใหม่กับการทำซีรีส์วายเรื่องแรกของบริษัท โดยมีคู่เคมีใหม่ “ทาฆิ กวิน – เฟรนด์ พีระกฤตย์” พร้อมด้วย สิงโต สกถรัฐ, เฟริสท์ ภาราดา, โอม คณิน, เปิ้ล ภารดี, เพ้นท์ กฤตถานต์ และ แดนนี้ สุภาภัสสร์ ร่วมงาน

หลังจบพิธี “แอน” เปิดใจถึงการก้าวมาทำซีรีส์วาย ยอมรับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้วิธีการแสดงของนักแสดงเจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมเผยว่าเจ้าตัวดูผลงานแล้วถึงกับเขิน แต่หลักการทำงานของเธอไม่ได้ยึดติดกับสูตรของซีรีส์วาย เพราะมองว่า “ความรักเป็นเรื่องสากล” ขอเพียงนักแสดงถ่ายทอดออกมาแล้วทำให้คนดูรู้สึกก็เพียงพอ

โปรเจกต์ซีรีส์วายเรื่องแรก ?
“ตื่นเต้น ขอบคุณช่อง 3 ที่ให้โอกาสแอนได้ลองอะไรใหม่ๆ แล้วก็เป็นการเปิดประสบการณ์ให้บริษัทของแอนด้วย แล้วแอนก็ได้เห็นวิธีและพลังงานการเล่นของเด็กเจนใหม่ๆ แอนได้ความรู้มากๆ มันเป็นรายละเอียดของการแสดงที่อธิบายยาก บางครั้งมันทำให้เรารู้เลยว่าความรู้สึกมันไม่มีอะไรตายตัว คนหนึ่งถ้ารู้สึกแบบนี้อาจจะไม่ได้แสดงออกแบบนี้ก็ได้ อาจจะเลือกแสดงออกอีกอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะต้องยอมรับในมิติใหม่ๆ หรือการดีไซน์ใหม่ๆ ของน้องๆ อย่างการเล่นละครในยุคแอนมันก็จะมีคัมภีร์ของมัน มันจะมีจังหวะแบบนี้ว่าถ้าคุณเล่นแบบนี้ถือว่าสุด แต่สำหรับละครทางนี้มันจะเป็นอะไรที่ดูแบบมินิมอล กลางๆ ไปจัดการกับความรู้สึกของคนดูกันเอาเอง ตัวละครมันแค่นำความรู้สึกแต่มันไม่ได้มีแอ็กชันอะไรจัดจ้าน ซึ่งก็ใหม่ ซึ่งจริงๆ แอนก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรเยอะแยะ แค่ดูแล้วรู้สึกไหม ถ้าดูแล้วเรารู้สึกเหมือนก็จบ ไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน จะเป็นโมเมนต์อะไรก็แล้วแต่ ขอให้คุณเล่นออกมาแล้วคนดูรู้สึก ไม่ต้องมีเทคนิค ไม่ต้องมีว่าอันนี้คือสไตล์ของละครวายต้องเล่นแบบนี้ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้น อย่างที่บอกว่าความรู้สึกมันสากล ความรักมันสากล ทุกเพศทุกวัยรักก็คือรัก ถ้ามันออนแล้วคนดูรู้สึกได้ว่ารัก อย่างแม่พี่ก็ดูนะ แล้วแม่พี่เชื่อว่ารัก อะพี่ก็เชื่ออย่างนั้นมากกว่า”

Advertisement

ในฐานะผู้จัดเราดูเองเราฟินไหม?
“แอนดูแล้วแอนเขิน อาจจะรู้สึกว่า หูว…ความวายๆ เขาเรารู้สึกว่าเขาก็จะมีรสชาติของเขาที่เราอาจจะตกใจนิดนึง แต่เขาก็มองกันว่ามันชิลมาก ก็ค่อยๆ ปรับจูนกัน คือในทางของผู้กำกับผู้เขียนบทเขาอาจจะวางโครงสร้างมาแล้ว แต่แอนน่ะเป็นฟีลของคนที่ใช้ความเป็นนักแสดงนำแล้วก็ใช้เซนส์ของตัวเองจัดการในการดูมากกว่า เพราะฉะนั้นโครงเหล่านั้นมันถูกครอบมาเรียบร้อยแล้วจากต้นน้ำ พอมาถึงตรงกลางของแอนพี่ต้องดูให้รู้สึก แอนจะเป็นคนจัดการตรงนั้นมากกว่าว่าดูแล้วรู้สึกหรือเปล่า แอนรู้สึกว่าเราใช้ความรู้สึกจริงๆ แค่นั้นเลย ไม่ต้องพยายามจะไปโหนหรือว่าทำอะไรดีไซน์อะไรให้มันเยอะแยะ สำหรับแอนนะ”

ในฐานะผู้จัดฉากห้องน้ำมันคือยังไง?
“มันจริง มันสวย เราปั้นกันมาก เรามองเป็นความรักที่งดงาม มันต้องดูบริบทของฉากของเรื่องและจะเข้าใจว่ามันมีตรงนี้ขึ้นมาทำไม ระหว่างทางที่คนจะได้ดูจะได้เห็นอะไรแบบนี้ตลอด มันจะมีอะไรที่งดงามในการเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ”

คาดหวังและกดดันกับเรื่องนี้ยังไง?
“ไม่นะ ตอนที่แอนสาวๆ เป็นวัยรุ่นกดดันมากกว่านี้ แอนรู้สึกว่าแอนชิลขึ้นเยอะ การที่แอนตั้งใจ คือถ้าคนดูรับ อะแอนแฮปปี้อยู่แล้ว แต่ถ้าคนดูไม่รับ แอนก็แค่เรียนรู้แล้วก็ปรับไป เพราะว่าทำงานด้วยความกดดันมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ตอนนี้เราปล่อยวางให้คนดูว่ารู้สึกยังไงแบบนี้มากกว่า”

ถ้าแบบนี้เราจะได้เห็นกันเยอะไหม ?
“คือจริงๆ เรามีเต็มไปหมด แต่อยู่ที่ว่าช่องอะอนุญาตให้คลอดออกมาแบบไหน มันมีอะไรที่แบบ.. ไปถามคุณดิวเลย คุณดิวเห็นหมดแล้วก็ให้มันอยู่ในบริบทของทีวี”

เคมีคู่นี้เรามองยังไง?
“แอนชอบนะ เขาเปิดเผยดี อย่างทาฆิอะเขามาแบบเบบี๋ การแสดงเขาไม่ได้มีสูตรอะไรมาเลย เขามาด้วยใจล้วนๆ เพราะฉะนั้นเขาจะบริสุทธิ์มากๆ เพราะฉะนั้นแอนก็จะจับไม่ได้ว่าเขาจะมีรีแอ็กยังไง สำหรับแฟนเฟรนเป็นตัวดันตัวดีที่ทำให้ทาฆิรู้สึกสบายใจลื่นไปกับเขา นักแสดงมันก็จะต้องมีคนตีคนหนึ่งรับ จึงจะเรียกว่าพาร์ตเนอร์เคมีที่ตรงกัน และเขาโชคดีมากที่เขาเจอกัน”

เราล่ะจะมีโอกาสได้เล่น Girl Love ไหม?
“เล่นกับใคร อั้มเหรอ แล้วใครเป็นเมะ ใครเป็นเคะอะไรยังไง อย่าเลยจะไหวเหรอ จริงๆ ถ้ามันมีเรื่องของมัน มันมีต้นเรื่องชีวิตคนนี้ตัวละครคนนี้มันเกิดขึ้นมายังไง เราไม่ติดนะ จะเป็นหญิงๆ ชายๆ มันไปได้หมด แต่ไม่แน่ใจว่าคนจะอยากดูใช่ไหม ถ้ามีก็สนใจ ถ้าเล่นกับอั้มเดี๋ยวจะใส่ให้ยับเลย ตอนนี้อั้มวิดน้ำที่บ้านก่อน คือส่วนบ้านแอนเนี่ยตอนที่น้ำท่วมอะแอนอยู่ที่เบอร์ลินไปวิ่งมาราธอนอยู่ ก็ดูแต่วงจรปิดตลอด แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าขึ้นมากกว่านี้นะ แต่เราก็เป็นผู้เข้ารอบทุกครั้ง ย่านนั้นเลย คือตัวบ้านน่ะไม่มีอะไรนะคะ แต่ว่ารอบนอกมากกว่า ก็ใช้เรือบ้างใช้รถขนทรายบ้าง ก็ช่วยกัน เพื่อนบ้านดีก็เลยช่วยได้”

เราเคยมีประสบการณ์ใหญ่ไหม พอเกิดขึ้นก็เลยระวังตัว?
“จริงๆ ประสบการณ์ใหญ่ตอนปี 54 บ้านแอนไม่ท่วมเลย แอนไม่เคยมีประสบการณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่น้ำท่วม เป็นอะไรที่แอบตกใจและไม่คาดคิด แอนก็ต้องมาปรับจูนชีวิตใหม่เหมือนกันว่าหลังจากนี้เราจะต้องป้องกันยังไง แอนเชื่อว่าเดี๋ยวเราต้องโดนอีกแน่ๆ”

แสดงว่าเราติดตามข่าว ว่าเขาบอกว่าจะมีพายุมาอีก?
“แอนว่ามันมีนะ แล้วยิ่งตอนนี้แอนไปเรียนเกี่ยวกับซีโรซับเทรนด์ เกี่ยวกับโลกร้อน เมื่อก่อนไม่ได้อยู่กับโลกตรงนี้เลยไม่รู้ถึงภัยตรงนี้ว่ามันเข้มข้นมาก แต่พอเข้าไปเรียนก็รู้เลยว่ามันมาแน่”

อย่างเมื่อวานลูกเห็บ ตกใจไหม?
“ก็มาลาดพร้าว คือมันเป็นไปได้หมด เราต้องอยู่แบบปรับตัวแล้ว ต้องปรับตัวให้ได้ ยืดหยุ่น ใจเย็น มันทำอะไรไม่ได้ บางทีหันไป บางคนรถที่ทำมาหากินอยู่ รถขายผัก จมทั้งคัน ชีวิตเขาหมดเลยนะ เราไม่รู้จะสงสารตัวเองได้ยังไง มันมีคนน่าเห็นใจกว่า เพราะฉะนั้นแอนแค่รู้สึกว่าเราต้องปรับตัวให้เร็วเท่านั้นเองค่ะ

คือถ้าเอาง่ายๆ เราก็ต้องรู้วิธีการอยู่กับน้ำ เราก็ต้องวางแผนแล้วว่า ในช่วงวิกฤต ก็เหมือนกับโควิดที่เราโดนล็อกอยู่กับบ้าน เราต้องจัดการหากินยังไง คือถ้าไปที่อื่นไม่ได้มันก็ต้องเผชิญกันไป และช่วยเหลือกันไป ที่สำคัญมีเมตตาและใจดีกับเพื่อนข้างบ้านไว้ เราจะช่วยเหลือกันได้ อย่างทุกวันนี้แอนก็ได้โต๊ะเก้าอี้จากเพื่อนข้างบ้านมาช่วยเทินของบางอย่าง สแตนด์บายไว้ กลัวมันเข้ามา เขาก็ยินดียกของยกอะไรมาให้ ลุยน้ำมาหากัน ส่งข้าวส่งน้ำ คนไทยไม่ทิ้งกัน เราเอาอยู่ เราช่วยกันได้“

มีคิดที่จะซื้อที่อื่นเผื่อไหม?
”ไม่ค่ะ แอนไม่ได้หนักขนาดนั้น อย่างที่บอกว่าบังเอิญมันเป็นหน้าบ้าน มันเป็นล้อมเรา เราออกไม่ได้ คนอื่นออกไม่ได้ แต่ตัวบ้านเราโอเค“

ตอนนี้ทุกอาชีพโดนกันได้หมด อย่างพี่ตั๊ก มยุรา ก็ติดอยู่ห้าวัน?
“ใช่ ก็อย่างที่บอกมันไม่แบ่งชนชั้น มันไม่เลือกอาชีพหรอกค่ะ มันไปได้หมด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสตรอง แล้วก็มีสติ”

นอกจากตัวเราแล้ว แล้วน้องหมาที่บ้านล่ะ?
“ลูกแอน แอนยังจับขึ้นชั้นสองหมด”

เป็นยังไงกันบ้าง?
“เขาหงุดหงิดนะคะ เพราะแอนสตาร์ตรถเขาก็กระโดดขึ้นรถไม่รอแอนเรียกเลย เขาเป็นเด็กที่ถ้าเราไม่อนุญาตเขาจะไม่ขึ้น แต่คราวนี้เราเปิดประตูรถปุ๊บเขาพรวดขึ้นมาเลย เพราะเขาน่าจะติดอยู่หลายวัน ก่อนที่ฝนจะตกแล้วแอนไม่อยู่ เขาก็จะไม่มีกิจกรรม มันก็เลยอัดอั้นมาเป็น 10 วัน”

มีวิธีสื่อสารกับเขายังไงบ้าง?
“หมามันเครียดนะคะ แล้วไม่ได้อึด้วย เราก็ต้องหลอกล่ออุ้มเขาไปอึในที่ที่น้ำมันไม่แฉะ พยายามโยนบอลเบี่ยงความสนใจให้เขารู้สึกออกกำลังกายอยู่กับที่ได้ ก็หาวิธีไป แต่อย่างที่บอกในบ้านใช้ชีวิตได้ แต่แค่ข้างนอกมันออกไปไม่ได้เท่านั้นเอง และยังโชคดีที่ว่าเราเป็นคนตุนอาหาร ก็เลยมีผักที่ปลูกไว้ก็ยังได้อยู่ เก็บกินได้ เนื้อสัตว์ก็ยังแช่ไว้ มีไข่ แล้วเราทำได้อยู่แล้ว”

มีโครงการอยากให้หลาน (พบรัก) ลดน้ำหนักไหม?
“แอนว่ามันเป็นคาแรกเตอร์เขานะ ที่จริงคิ้วเขาไม่ได้ขมวดนะ มันมาเอง แอนคิดว่าทรงเขาแบบนี้มันเหมือนเมตตามหานิยมมาก เหมือนในซอสซีอิ๊วตราเด็กสมบูรณ์ที่นั่งอยู่ เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กที่มีมวลความสมบูรณ์ โหงวเฮ้งดี เพราะฉะนั้นอย่าผอมเลย อย่างนี้แหละ (หัวเราะ)”

หรือว่าเขาฟิตหุ่นมาทั้งชีวิตเพื่อจะมีวันนี้?
“พ่อเขาเอาอยู่ พ่อเขาแบกถุงทราย ลูกแค่ 20 โลเขาก็ยกได้”

ไหวไหม?
“ยกได้แป๊บเดียว (หัวเราะ) ต้องยกนั่งตัก ยกเดินไม่ได้เพราะเขาตัวใหญ่มาก”

เรามีวิธีเข้าหาเขาไหมขนาด Ink Waruntorn ยังเชิดเลย ใครร้องเขาก็ไม่ชอบ?

“พี่ร้องเพลงไม่เพราะไงก็เลยไม่ร้อง เขาชอบผู้หญิงน่าจะที่ไม่คุกคามเขาเยอะ ใครเห็นเขาก็หมุบหมับใส่เขา เราค่อยๆ จิ้ม ค่อยๆ เล่น ค่อยๆ เขี่ย แล้วเขาจะสนใจเรา เราต้องปล่อยให้เขาสนใจเราเอง”

แต่ไม่มีโครงการลดน้ำหนักให้หลาน?
“ไม่อยากให้ลดเลย ให้ลดเหรอ แม่เขาบอกว่าเกินเหรอ คือแม่เขาเอาชนเพดานทุกเรื่องอยู่แล้ว เวลาหมอให้น้ำหนักเท่านี้เขาก็ชนเท่านี้เลยไม่ยั้ง แล้วทรงของเขามันกลมไปหมดมันก็เลยดูตัวใหญ่ แต่จริงๆ ถ้าเราดูจากตัวจริงเขา สัดส่วนมันก็ดูเหมาะสม ดูสมส่วน ดูใหญ่ๆ แล้วแก้มมากอง หัวใหญ่ แก้มใหญ่ไปหมด แล้วพ่อเขาก็หน้าเล็กหัวเล็ก ลูกก็เลยดูใหญ่ไปหมด จริงๆ ผิดที่พ่อ สัดส่วนพ่อค่ะ”

ภูมิใจไหมกับหลานคนนี้ที่ใครเห็นก็รัก?
“แอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดของความเป็นมนุษย์ เราต้องได้รับความรักจากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เขาเกิดมาเขาได้รับความรักแล้ว มีแต่คนเมตตา ยิ้มแย้มใส่เขา เป็นอะไรที่พี่ดีใจกับเจมส์ โฟม เขาเลี้ยงลูกได้น่ารักมาก เขาเลี้ยงดีตรงที่ว่า เขาไม่หวงลูก เวลาใครมาเขาก็ให้จับให้เล่น มันก็เลยเป็นว่าเด็กไม่กลัวใคร เจอสังคมได้รับได้ จับตั้งได้ ร้อนแค่ไหนเขาก็นั่งได้ เขาไม่บ่น”

โฟมเขาโอเคไหม?
“คนนี้เขาเก่ง วีรสตรีเป็นหญิงเหล็ก ขอเป็นวีรสตรีเลยตั้งแต่ก่อนที่จะมีลูกแล้ว (ก่อนคบกับเจมส์เขาก็โดนนู่นนี่นั่น?) ใช่ แต่คนก็รักลูกเขามาก แอนว่าเขาคงดีใจแหละ และเขาสตรอง ยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองทำ อะไรก็โค่นเขาไม่ได้ เขาค่อนข้างแข็งแกร่งในวิธีการของเขา ปล่อยให้เป็นชีวิตเขา เป็นในแบบของเขา เราก็เป็นคนที่มองเข้าไปเวลามีเรื่องราวที่ดีเราก็ซัปพอร์ต หรือช่วงไหนที่รู้สึกโซเซเราก็ซัปพอร์ต ชีวิตก็แบบนี้แหละค่ะ แอนว่าเขาเป็นแม่ที่ดีและเป็นภรรยาที่ดี โชคดีที่มีเขานะ ไม่ใช่โชคดีที่เขามีเจมส์นะ (หัวเราะ) เจมส์น่ะโชคดี”