‘หนุ่ม กรรชัย’ แจงไม่มีกั๊กแม่น้องบีม ยันเป็นเรื่องเข้าใจผิด บอกข่าวเพี้ยนไปหมด!!

เป็นกระแสตั้งแต่เมื่อคืน จากกรณีนางพรทิพย์ จันทรัตน์ และ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ซึ่งประสบอุบัติเหตุชนกับรถพ่วง เมื่อปี 2548 และคู่กรณีจ่ายเงินค่าเสียหาย 5 ล้านบาทผ่านทางทนายความ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้รับเงิน ซึ่งสื่อมวลชนหลายแขนงพากันไปทำข่าว แต่ก็กลับเป็นเรื่องเมื่อรายการ ‘เป็นเรื่องเป็นข่าว’ ทางช่อง PPTVHD36 ออกมาระบุว่า นางพรทิพย์ไม่สามารถมาร่วมรายการได้ เนื่องจากมีคนบางกลุ่มปิดกั้น ขณะที่จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ พิธีกรรายการ ‘ถามตรงๆ กับจอมขวัญ’ ทางไทยรัฐทีวี ก็บอกว่า นางพรทิพย์ถูกยึดโทรศัพท์ไว้จนต้องใช้โทรศัพท์ของนักข่าวของไทยรัฐติดต่อแทน โดย ‘คนบางกลุ่ม’ กับคนที่ยึดโทรศัพท์ไว้ซึ่งถูกอ้างถึงนั้น หลายคนตีความว่าคือรายการ ‘โหนกระแส’ ของหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่แพร่ภาพทางช่อง 3  SD 28

เกี่ยวกับเรื่องนี้กรรชัยให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นความเข้าใจผิด

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคิด” กรรชัยบอก ก่อนให้รายละเอียดว่า ความจริงคือหลังถ่ายรายการของตนเสร็จ ก็มีคนอ้างว่าเป็นนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง จะพานางพรทิพย์และน้องบีมไปออกรายการ แต่นางพรทิพย์บอกว่าไม่อยากไปแล้ว เพราะเหนื่อยจึงปฏิเสธไป จากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นรถของกาชาด ซึ่งเป็นคันที่นำทั้ง 2 คนมาจากต่างจังหวัดออกไป เพื่อไปทานข้าวกับทีมงาน

“ไม่ใช่รถของทีมงานนะ แต่เขามาอัดรายการกับเราตั้งแต่บ่ายโมงยันเย็น ไม่ได้กินข้าว เราเลยให้ทีมของเราพาไปกินข้าว แต่สุดท้ายแม่กับน้องไม่อยากกิน เลยกลับบ้าน”

กรรชัยเล่าอีกว่า หลังจากนั้นตนได้รับแจ้งจากทีมว่ามีผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์จะขอโฟนอิน ซึ่งนางพรทิพย์ก็ตกลง

เมื่อเป็นอย่างนั้นทางโปรดิวเซอร์ของตนจึงเกรงว่านางพรทิพย์จะหลุดประเด็นที่คุยกับโหนกระแสไปหมด จึงอยากจะขอให้เก็บประเด็นไว้ให้รายการซึ่งออกอากาศทีหลังไว้บ้าง

“น้องทีมงานเลยเอาโทรศัพท์ของโปรดิวเซอร์ไปยื่นให้แม่ ตอนนั้นแม่กำลังถือโทรศัพท์คาหูอยู่ เชื่อว่าน่าจะกำลังโฟนอิน” กรรชัยบอก และว่าเมื่อเห็นเช่นนั้นทีมงานของตนก็ถอยออกมา

“เรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดน่าจะเกิดจากตรงนี้”กรรชัยบอก เมื่อประกอบกับตอนโฟนอินนางพรทิพย์ก็อาจพูดจาอ้ำๆอึ้งๆ ทำให้พิธีกรอาจเข้าใจผิดคิดว่ามีการแทรกแซง

“เหมือนแม่โทรไปแล้วอ้ำๆอึ้งๆหรืออะไรสักอย่าง เราก็ไม่แน่ใจ ทำให้พิธีกรเข้าใจผิดคิดว่าน่าจะเป็นเหมือนการแทรกแซง กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้มาโฟนอินกับเขา ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ ตอนนี้คนก็เลยเข้าใจผิด เรื่องนี้ผมก็งง โทรไปถามทีมงานว่า เฮ้ย! ไปแทรกแซงเขาหรือเปล่า ไปเอาโทรศัพท์เขามาหรือเปล่า ไปบังคับไม่ให้เขาคุยโทรศัพท์หรือเปล่า เขาบอกไม่ใช่เลยพี่ ผมแค่จะเอาโทรศัพท์ของโปรดิวเซอร์ไปยื่นให้ แต่แม่เขาเขาโฟนอินแล้ว ผมก็เลยต้องถอยกลับมา แค่นั้นเอง”

กรรชัยยังบอกด้วยว่า เมื่อเกิดประเด็นอย่างนี้ขึ้นตนจึงโทรศัพท์ไปคุยกับนางพรทิพย์และก็ได้คำตอบว่า ที่อ้ำๆอึ้งๆเพราะไม่ได้ยินเสียงทางฝั่งโน้น เลยไม่เข้าใจว่าพูดอะไร

“ผมเชื่อว่าพิธีกรฝั่งนั้นน่าจะเกิดความเข้าใจผิด คือเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่พอเป็นข่าวออกมา เลยต้องไปหาคนผิดว่าใครผิดใครถูก ซึ่งจริงๆแล้วปัญหามันไม่มีใครผิดใครถูกหรอก มันเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกสถานี เพราะรายการแบบนี้มีอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นต่างคนต่างต้องทำงานของตัวเอง แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้มีการกักกัน หรือไม่ให้เขามีอิสรภาพในการคุย อันนี้ถามตัวแม่เองได้”

“โดยสุดท้ายผมขอบอกเลยว่าตัวผมเอง กับไทยรัฐทีวี กับทางช่อง 3 ก็รักกันดีไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แม้แต่ตัวผมกับพิธีกร (จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์) ก็เจอกันอยู่ จอมขวัญเขาก็รักลูกสาวผมน้องมายู (ภูรดา กำเนิดพลอย) ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า”

อย่างไรก็ตามกรรชัยกล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากทีมงานของตนไปทำให้ขุ่นข้อง หรือทำให้เข้าใจผิดก็ต้องขอโทษด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวแน่นอน ซึ่งมีพยานยืนยันได้หลายคน

“ตอนนี้ข่าวออกมาผิดเพี้ยนไปหมด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้ แต่อยากให้ฟังแม่เท่านั้นเอง”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon