54 Entertainment-วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล เดินหน้ายกระดับคอนเสิร์ตคลาสสิก-ออร์เคสตราไทยสู่เวทีนานาชาติ
54 Entertainment ผู้จัดคอนเสิร์ตซึ่งเชี่ยวชาญด้านคอนเสิร์ตคลาสสิก ซาวด์แทร็กอนิเมะ เกม และแฟนตาซี ร่วมกับวงออร์เคสตราระดับโลก เปิดเผยถึงความร่วมมืออันยาวนานกับคณะผู้บริหารและศิลปินของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ร่วมกันสร้างสรรค์โปรดักชันคอนเสิร์ตมาแล้วมากมายหลายงาน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันในฐานะพันธมิตรด้านศิลปะการแสดงและการผลิตคอนเสิร์ต โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการจัดคอนเสิร์ตระดับภูมิภาคของ 54 Entertainment เข้ากับความเป็นเลิศทางวิชาการ บุคลากร และทรัพยากรด้านการแสดงดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันดนตรีชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวง Thailand Philharmonic Orchestra และหอแสดงดนตรี Prince Mahidol Hall
โดยมีผลงานความร่วมมือที่ผ่านมา โปรดักชันที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน ครอบคลุมทั้งคอนเสิร์ตคลาสสิกระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตออร์เคสตราร่วมสมัย อาทิ
• Ray Chen Plays Tchaikovsky-คอนเสิร์ตไวโอลินร่วมกับวงออร์เคสตรา โดยหนึ่งในนักไวโอลินที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของโลก
• Ray Chen Violin Recital 2026-ทัวร์เดี่ยวไวโอลินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 4 ประเทศ เปิดทัวร์ที่ Prince Mahidol Hall กรุงเทพฯ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ต่อด้วย Proscenium at Rockwell กรุงมะนิลา (10 มิถุนายน), Aula Simfonia กรุงจาการ์ตา (18 มิถุนายน) และ [เมือง/สถานที่] (20 มิถุนายน)
• Seong-Jin Cho Piano Recital-การแสดงเปียโนเดี่ยวโดยศิลปินผู้ชนะการแข่งขัน International Chopin Piano Competition
• The Legendary Piano Concert-คอนเสิร์ตเปียโนร่วมกับ [ชื่อศิลปิน] หลานชายของ Martha Argerich ตำนานเปียโนระดับโลก
• TwoSet Violin Orchestra Concert-คอนเสิร์ตออร์เคสตราร่วมกับดูโอนักไวโอลินผู้มีผู้ติดตามทั่วโลกหลายล้านคน
• คอนเสิร์ตซาวด์แทร็กอนิเมะ เกม และแฟนตาซี- ร่วมกับวงออร์เคสตราและศิลปินระดับนานาชาติ
รวมถึงโปรดักชันอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ปรากฏบนเว็บไซต์ 54entertainment.co

ผู้บริหารและศิลปินผู้ร่วมงาน ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
นักประพันธ์เพลงร่วมสมัยระดับนานาชาติ ผลงานล่าสุดที่สร้างชื่อคือการคว้ารางวัล Ernst von Siemens Ensemble Prize ปี 2025 รางวัลที่วงการยกให้เทียบเท่า “โนเบลสาขาดนตรีร่วมสมัย” ร่วมกับวง Tacet(i) Ensemble ที่เขาก่อตั้งเอง โดยขึ้นรับรางวัลที่นครมิวนิกร่วมเวทีกับ Sir Simon Rattle
นอกจากนี้ยังได้รับ commission ในวาระฉลอง 100 ปี Pierre Boulez ให้ประพันธ์เพลงแก่ Lucerne Festival Orchestra ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึง commission จาก Münchener Biennale และ Donaueschinger Musiktage เทศกาลดนตรีใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมัน อีกทั้งเคยได้รับ Fromm Foundation Commission จาก Harvard ถึง 2 สมัย และได้รับเลือกจาก CNN ให้สัมภาษณ์ในซีรีส์ “Young and Gifted”
ทุกวันนี้ผลงานของเขาถูกนำไปแสดงในกว่า 30 ประเทศทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ร่วมงานกับวงระดับโลกอย่าง Arditti Quartet, Berlin Philharmonic Horn Section และ Lucerne Festival Orchestra สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโทจาก Royal College of Music กรุงลอนดอน และปริญญาเอกจาก Cornell University รัฐนิวยอร์ก
นพกร เอื้อศิรินุเคราะห์ อาจารย์ประจำภาควิชากีตาร์คลาสสิก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล / ผู้ช่วยผู้จัดการวง Thailand Philharmonic Orchestra / ผู้อำนวยการวง Tacet(i) Ensemble นักกีตาร์คลาสสิกและศิลปินดนตรีร่วมสมัยระดับนานาชาติ ในฐานะผู้อำนวยการวง Tacet(i) Ensemble เขาเป็นหนึ่งในผู้ชนะรางวัล Ernst von Siemens “Ensemble Prize 2025” ตลอดอาชีพการแสดง เขาได้บรรเลงรอบปฐมทัศน์โลกของผลงานประพันธ์ใหม่มากกว่า 300 ชิ้น จากนักประพันธ์ทั่วโลก บนเวทีและเทศกาลสำคัญอย่าง Beethovenfest 2025, Cornell Biennials, และ China-ASEAN Music Festival สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการแสดงกีตาร์คลาสสิกด้วยเกียรตินิยมสูงสุดจาก Koninklijk Conservatorium ประเทศเนเธอร์แลนด์

ดร.บุญฤทธิ์ กิจทวีพิทักษ์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและกิจการนักศึกษา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล / ผู้จัดการทั่วไปวง Thailand Philharmonic Orchestra ในฐานะ Besson Performing Artist เขาได้รับเชิญให้แสดงเดี่ยวและจัดมาสเตอร์คลาสทั่วโลก ทั้งสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน พร้อมบทบาทผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการวง Mahidol Brass Band สำเร็จการศึกษาระดับ Doctor of Musical Arts จาก University of North Texas
ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ, คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “เราใช้ดนตรีและศิลปะเพื่อสร้างคน สร้างสังคม และสร้างอนาคตของประเทศวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คือพื้นที่ใหม่ที่ศิลปินจากทั่วโลกมาร่วมสร้างอนาคตของดนตรี จากประเทศไทยไปด้วยกัน The World is Here…at Mahidol.”




