คุยกับ ‘ตั้ว ศรัณยู’ เรื่องงาน ในวันที่ ‘เราไม่ใช่จุดขาย’

ห่างหายจากการแสดงไปนานพอควร ดังนั้นพอช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ประกาศว่า ซีรี่ย์ดังตอนใหม่ Club Friday The Series 9 ตอน รักที่ไม่มีจริง จะมี ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รวมอยู่ด้วย แฟนๆหลายคนเลยสนใจ

ขณะในฝั่งเจ้าตัวศรัณยู เขาก็ว่า

“ก่อนหน้านี้ใครถาม ก็จะพูดเสมอ ว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ผมมีความสุขมาก แต่วันเวลาเปลี่ยนไป เราไม่ได้อยู่ในกระแสที่คนให้ความสนใจ ไม่มีใครจ้าง ไม่ได้อยู่ในจุดที่ขายได้ในฐานะนักแสดง ก็เลยผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง”

กระทั่งฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ให้คนโทรมาชวน และเขาเห็นว่าน่าสนใจนั่นแหละ จึงได้กลับมาโลดแล่นทางหน้าจออีกครั้ง

บอกอีกว่าถ้าไม่นับซีรีส์ ‘ศรีอโยธยา’ โปรเจ็คต์ยักษ์ของหม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ที่ทำให้ทรู กับคลับฟรายเดย์เรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีใครติดต่องานแสดงมา

 “เราไม่ใช่จุดขาย อายุเกิน ชื่อเสียงชาติตระกูลก็ไม่ใช่จุดขาย” นักแสดงมากฝีมือให้รายละเอียดมาเป็นชุด

แล้วว่า “ละครสมัยนี้โฟกัสที่เรื่องของวัยรุ่นเป็นหลัก ความรักของหนุ่มสาว เราก็จะห่างเป็นธรรมดา ไมได้เปิดกว้างเหมือนเมืองนอก ที่จะมีเรื่องของผู้ใหญ่ คนแก่ พ่อที่ต้องทำงานเพื่อลูก ก็อาจจะมีชื่อเราในผลงานนั้นๆ แต่ในเมื่อบ้านเราไม่ได้เปิดกว้างขนาดนั้น แล้วจะให้ผมเล่นเป็นใครล่ะ” ศรัณยูในวัย 56 ปี ที่ระยะหลังผันตัวไปเป็นผู้จัดและผู้กำกับละครของ บริษัท สามัญการละคร จำกัด  บอก

และหากจะคิดว่า อาจจะเพราะงานเบื้องหลังหนัก เพราะทำมาแล้วทั้ง ‘สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย’ ‘หัวใจเถื่อน’ ‘หลังคาแดง’ จนคนไม่กล้าชวน เขาก็บอกเลย “แล้วแต่จะคิด”

“แต่ในมุมของเรา เรามองรวมๆว่าไม่มีอะไรจะขาย ชื่อไม่ได้อยู่ในจุดที่สปอนเซอร์จะซื้อ เราอยู่ในจุดที่ทำงาน งานอันไหนที่น่าสนใจ แล้วคิดว่าเราทำได้ เขาก็จ้าง”

“เข้าใจได้ว่าวงการบันเทิงต้องไปกับหลักการตลาด”

หากในมุมของเขา การรับงานต้องไปกับความน่าสนใจเช่นกัน

ดังนั้นก่อนจะรับแต่ละครั้ง ก็ต้อง “ดูว่าบทบาทตรงกับที่เราอยากเล่นไหม  เล่นแล้วมีความสุขหรือเปล่า ถ้าเล่นเป็นพ่อ ออกมานั่งยิ้มเฉยๆ ไม่มีจะเล่นให้เล่น จะมาจ้างเราทำไม”

ในส่วนงานเบื้องหลัง ศรัณยูก็ว่า นั่นเป็นอาชีพ

อีกทั้ง “ถ้าจะนั่งรอว่าเมื่อไหร่จะมีคนทำละครของคนวัยอย่างเรา แลวเรียกเราไปเล่น ก็คงรอไม่ไหว”

“ผมพูดเสมอว่า ผมมีความสุขกับการเป็นนักแสดง มีความสุขมากที่ได้ทำงานลงลึกในรายละเอียดของตัวละครตัวเดียว แต่งานเบื้องหลังก็เป็นความสุขอีกมุมหนึ่ง”

ซึ่ง “ถ้าเลือกได้ผมก็มีความสุขกับการรับผิดชอบตัวละครแค่ตัวเดียว”

เล่าอีกว่า ในส่วนของงานแสดงนั้น เขารับงานได้ของทุกที่ ภายใต้พื้นฐานของความน่าสนใจ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับในส่วนงานกำกับและผลิต


“จะรับจ้างอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เดียวคงไม่รอด” เขาบอกตรงๆ

กับช่อง 7 ที่ทำบ่อยจนหลายคนคิดว่าเขาเป็นคนในสังกัด ศรัณยูก็ยืนยันว่าไม่ใช่

“ช่วงเวลาหนึ่งเราก็คุยกัน ถ้าสมมุติว่าช่อง 7 มีงานต่อเนื่อง เราก็ไม่มีเวลาไปทำงานที่อื่นได้”

แต่เมื่อไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อเสนอเรื่องไป แล้วช่องไม่มีคิวให้ “ผมก็ต้องไปงานที่อื่นที่มีคนจ้าง”

อย่างช่อง 8 ที่กำลังจะมีงานละครพีเรียดเรื่อง ‘ดงผู้ดี’ ที่อีกไม่นานนี้จะเปิดกล้อง

ส่วนเรื่องข่าวที่ลือกันว่า พอก้าวออกมาอย่างนี้ เห็นทีจะกลับวิก 7 สีไม่ได้นั้น ศรัณยูบอกชัด “ข่าวก็คือข่าว”

“ผมไมได้กลัวที่จะเป็นข่าว ช่อง 7 เขาไม่ให้ทำ เพราะเขาไม่เห็นว่าเราเหมาะสม เป็นสิทธิของเขา เป็นเรื่องปกติ ว่ากันไม่ได้ จะมานั่งรอว่าเมื่อไหร่ช่อง 7 จะจ้างเราไม่ได้หรอก ต้องเดินไปที่ต่างๆที่เขามีพื้นที่ให้”

ในส่วนเรื่องรูปคู่กับแอม-เสาวลักษณ์ ลีละบุตร ที่สร้างความฮือฮาให้ และหลายๆคนเห็นแล้วบอกเลยว่า ‘ดีต่อใจ’ นั้น ศรัณยูบอกเลย “ผมไม่ตอบเรื่องนี้ดีกว่า”

“ผมยังมองไม่เห็นว่าคำตอบของผมจะเป็นประโยชน์กับใครตรงไหนเลย”

“ถ้าพูดไป คนก็จะตีความกันไปเป็นข่าวต่างๆนานา”

แต่ถ้ามองในมุมที่คนเห็นแล้ว เขาบอก “ก็ดีครับ”

“เห็นแล้วยิ้มก็ดี แค่นั้นพอแล้ว จะไปอธิบายอะไรให้ทุกคนฟังก็ไม่มีประโยชน์”

เรื่องที่อาจจะมีคนคุ้ยค้นไปถึงเรื่องเก่าๆ เขาก็ว่า “ก็เป็นเรื่องของเขา ผมไมได้ซีเรียส เพราะไม่ว่าจะตอบอะไรไปก็ไม่ได้มีประโยชน์กับใครเลย”

“มีหรือไม่มีรูปนี้ บางคนอาจจะได้รับการบอกเล่ามา ก็เป็นเรื่องปกติของสังคมทุกวันนี้”

“ข่าวพวกนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อความรู้สึกของผมเลย ไม่จำเป็นต้องอธิบายหรือเคลียร์อะไร”

 “ทุกอย่างสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่ประจักษ์อยู่ ไม่มีอะไรต้องพูด”

บทความก่อนหน้านี้หน้า1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2560
บทความถัดไปเช้านี้น้ำมันทุกชนิดปรับขึ้น50สต./ลิตร เว้นE85 ขึ้น30สต.