เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เปลี่ยนโลกได้จริงหรือ?

5.03.16 | 18:00 น.

‘เซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์’ แพทย์และนักประพันธ์ชาวสกอตแลนด์ผู้ให้กำเนิดนักสืบชื่อก้องโลก ‘เชอร์ล็อค โฮล์มส์’ ผู้ซึ่งในปี 2436 ต้องการทุ่มเทให้กับงานเขียนด้านอื่น เขาจึงตัดสินใจเขียนเรื่องสั้นตอน ‘ปัจฉิมปัญหา’ (The Final Problem) ให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์พ่ายแพ้ให้กับศาตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ คู่ปรับคนสำคัญ โดยให้ทั้งคู่พลัดตกเหวเพื่อปิดฉากยอดนักสืบชื่อดัง

แต่สำนักข่าวบีบีซีมีรายงานว่าดูเหมือนว่าการตายของยอดนักสืบคนนี้จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะผู้อ่านจำนวนมากไม่พอใจกับการปิดฉากตัวละครในดวงใจของพวกเขา มีการเขียนจดหมายมาถึงโคนัน ดอยล์ ผู้ประพันธ์ว่าโฮล์มส์ตายแล้วจริงหรือเปล่า และสมาชิกนิตยสารแสตรนด์ผู้ตีพิมพ์เรื่องสั้นเรื่องนี้กว่า 20,000 คนประกาศยกเลิกการเป็นสมาชิกเนื่องจากไม่พอใจกับจุดจบของโฮล์มส์

มีการกล่าวขานว่า ชายวัยรุ่นหลายคนทั่วลอนดอนต่างติดผ้าสีดำไว้ทุกข์ที่หมวก หรือผูกแขนไว้ในเดือนที่โฮล์มส์เสียชีวิต แม้ว่าจะมีการตั้งคำถามต่อเรื่องราวนี้ ซึ่งผู้ชื่นชอบโฮล์มส์มองว่าอาจเป็นเรื่องราวที่ลูกชายของเซอร์ โคนัน ดอยล์กล่าวเกินจริงในบทสัมภาษณ์

ผู้อ่านที่โกรธเคืองเขียนถึงนิตยสารเพื่อประท้วง หนึ่งในจดหมายที่ผู้เขียนโฮล์มส์ได้รับขึ้นต้นด้วยคำว่า “คุณมันอำมหิต” ขณะที่ชาวอเมริกันหลายคนเริ่มตั้งกลุ่ม “ช่วยให้โฮมส์มีชีวิตรอด” อย่างไรก็ตาม เซอร์ โคนัน ดอยล์ยังคงยืนกรานชนิดหัวชนฝาต่อการประท้วงดังกล่าว พร้อมมองว่าการตายนี้เป็นการฆาตกรรมอันสมควรแล้ว (Justifiable homicide )ซึ่งอาจเป็นการกล่าวถึงความเหมะสมในมุมมองของเขา ไม่ใช่โมริอาตี้ (ตัวร้ายผู้ตกลงหน้าผาพร้อมกับโฮมส์)

เรื่องราวนี้ฟังดูเหมือนวันทั่ว ๆ ไปบนโลกอินเตอร์เน็ตในปี 2558 แต่ในห้วงเวลานั้น เซอร์ โคนัน ดอยล์มีเหตุผลทุกประการที่จะรู้สึกตื่นตระหนกต่อกระแสการวิจารณ์นี้ บรรดาแฟนไม่เคยทำเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน (ในยุคนั้นยังไม่มีคำว่า ‘แฟน’ ซึ่งเป็นคำที่ย่อมาจาก ‘แฟแนติก’ และเริ่มนำมาใช้กันแพร่หลายเมื่อกล่าวถึงผู้ชื่นชอบเบสบอลในอเมริกา) เมื่อสมัยที่ผู้อ่านยุคนั้นยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหนังสือเล่มโปรด และก้าวต่อไป แต่เดี๋ยวนี้ผู้อ่านเริ่มที่จะคิดกับวัฒนธรรมสมัยนิยมอย่างจริงจังและเป็นส่วนตัวมากขึ้น และคาดหวังให้ผลงานที่เขาชื่นชอบต้องสอดรับกับสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง และยิ่งดูเหมือนว่าพวกเขาคาดหวังจริงๆว่าจะมีความสัมพันธ์เชิงโต้ตอบกับผลงานที่พวกเขารัก

Advertisement

นักอ่านโฮล์มส์ตัวยงทั้งหลายต่างมีส่วนช่วยในการสร้าง “การปฏิบัติของเหล่าแฟนงานสมัยใหม่” เป็นเรื่องน่าสนใจที่ความชื่นชอบโฮล์มส์ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ สร้างเสริมจินตนาการใหม่อย่างไม่รู้จบ เช่นละครชุดแนวอาชญากรรมของสหรัฐฯอย่างเอเลเมนทารี่ และละครชุดจากแดนต้นตำรับโฮมส์ อย่างเชอร์ล็อก

โฮล์มส์ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปี 2430 ในนิยายแรงพยาบาท เขาได้รับความนิยมอย่างมากแต่เริ่มต้น ดังมากเสียจนผู้เขียนเสียใจที่สร้างตัวละครนี้ขึ้นมา เนื่องด้วยเรื่องราวของโฮล์มส์บดบังรัศมีของผลงานที่เซอร์ โคนัน ดอยล์มองว่าเป็นผลงานที่จริงจัง อย่างเช่น มิคาห์ คลาร์ก นิยายเชิงประวัติศาสตร์ของเขา ผู้คนต่างต่อแถวที่ร้านขายหนังสือพิมพ์เพื่อรอดูว่านิตยสารเดอะ แสตรนด์จะตีพิมพ์ตอนใหม่ของโฮล์มส์หรือไม่ จนนักประวัติศาสตร์รายหนึ่งเขียนว่า ทุกคนต่างรู้จักโคนัน ดอยล์เช่นเดียวกับรู้จักพระราชินีวิกตอเรีย

บรรดาแฟนของโฮล์มส์นับเป็นชนชั้นกลางที่เกิดขึ้นใหม่อย่างแท้จริง พวกเขาเป็นกลุ่มที่ต้องรอซื้อหนังสือนิยายชื่อดังในราคาที่ถูกลง นายเดวิด เพย์น นักประวัติศาสตร์ บรรยายถึงพวกเขาว่า “ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางล่าง และชนชั้นกลางของเมือง กลุ่มคนที่ไม่ผ่านการศึกษา ใช้แรงงาน โดยถือเป็น มวลชนสมัยใหม่ชุดแรกอย่างแท้จริง

เดอะ แสตรนด์มองพวกเขาในฐานะเป้าหมาย เพราะความต้องการเรื่องราวของโฮล์มส์ที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เดอะ แสตรนด์ยินดีจ่ายเงินมหาศาลให้เซอร์โคนัน ดอยล์ เพื่อแลกกับอะไรก็ตามที่เขายอมเขียนให้ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้ทั้งชีวิตในการสร้างและแก้อาชญากรรมในนิยาย เขาตั้งใจที่จะหาเงินเพื่อสนับสนุนงานศิลป์ที่แท้จริงของเขา นิยายที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เขามองว่ามีความคิดอันสำคัญ และเกี่ยวกับการเมือง

เมื่อปี 2436 โคนัน ดอยล์ในวัย 34 ปี รู้สึกว่าเขาพอแล้ว และเขาอยากเป็นเหมือนดังเซอร์ วอลเตอร์ สก็อตต์ นักเขียนนิยายเชิงประวัติศาสตร์ เขาตัดสินใจให้ศาสตราจารย์ โมริอาตี้ ผลักโฮมส์ตกหน้าผา ผ่านไป 8 ปี แรงกดดันจากสาธารณชนสูงขึ้นมากเสียจนเซอร์ อาเธอร์ตัดสินใจเขียนตอนใหม่หมาผลาญตระกูล ที่เขียนถึงโฮมส์ก่อนตกหน้าผา และในปี 2446 ผู้ให้กำเนิดนิยายตัดสินใจชุบชีวิตตัวละครชื่อดังนี้กลับมาอีกครั้ง โดยอธิบายว่ามีเพียงโมริอาตี้เท่านั้นที่ตาย ในขณะที่โฮล์มส์แกล้งตายเท่านั้น พาให้แฟน ๆ รู้สึกต่างยินดีต่อเรื่องราวนี้

แฟนโฮล์มส์ต่างยิ่งมีความรู้สึกติดตาม หมกหมุ่นมากขึ้น หลังจากนั้น ซึ่งความแตกต่างเพียงอย่างเดียวนั้นคือ ในปัจจุบันเราคุ้นเคยกับแฟนตัวยง แม้กระทั่งกองถ่ายละครชุด ‘เชอร์ล็อก’ เองยังประสบกับเหตุเดียวกันในบางครั้ง

แฟนละครต่างชื่นชอบไปเยี่ยมชมร้าน ‘สปีดดี้ส์ คาเฟ่’ ขายแซนวิชที่กองถ่ายใช้ถ่ายทำ นอกจากนี้ แฟนละครมักมุงดูการถ่ายทำที่โกวเออร์สตรีท ซึ่งใช้ถ่ายทำเป็นถนนเบเกอร์สตรีท ทำให้กองถ่ายได้รับผลกระทบระหว่างถ่ายทำหลายอย่าง

นายมาร์ค แก็ตติส ผู้อำนวยการสร้างร่วมเชอร์ล็อก และยังเล่นบทบาท ‘มายครอฟท์ โฮล์มส์’ พี่ชายของยอดนักสืบด้วย ชี้ว่า โฮล์มส์ถือเป็นหนึ่งในต้นตำรับนวนิยายสืบสวนสอบสวน นิยายไขคดีหลายเล่มที่ถูกสร้างภายหลังมักลอกเลียนแบบจากโคนัน ดอยล์ ขณะที่นายสตีเว่น มอฟแฟต ผู้อำนวยการสร้างร่วม ชี้ชวนให้มองตัวละครในโทรทัศน์ยุคปัจจุบันหลายใช้รูปแบบ ‘ฉลาดแต่ผิดปกติ’ ซึ่งเขามองว่าเซอร์โคนัน ดอยล์เป็นผู้ริเริ่มความคิดว่าความฉลาดเกินมนุษย์มักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย อย่างเช่น ความผิดปกติในการเข้าสังคม ซึ่งมอฟแฟตกล่าวว่า ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริงบ่อยแค่ไหน แต่มันเกิดขึ้นบ่อยในโลกนิยาย

อีกนัยหนึ่ง การผลักเชอร์ล็อก โฮล์มส์ให้ตกหน้าผานั้นไม่สามารถฆ่าเขาได้เลย เขาจะกลับมาเสมอไม่ว่าชั่วชีวิตหรือชาติหน้า บรรดาแฟนๆผู้ติดตามผลงานจะเป็นคนจัดการเอง