หน้าแรก บันเทิง เจษ เจษฎ์พิพั...

เจษ เจษฎ์พิพัฒ ขอโทษจากใจ น้อมรับดราม่าเล่นมือถือช่วงไลฟ์ เตือนสติชาวเน็ตปล่อยพลังลบเกินไป

24.10.26 | 12:02 น.

 

เจษ เจษฎ์พิพัฒ ขอโทษจากใจ น้อมรับดราม่าเล่นมือถือช่วงไลฟ์ เตือนสติชาวเน็ตปล่อยพลังลบเกินไป


สำหรับนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ “เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์” ที่มาร่วมงาน GALA PREMIERE ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ “TAME เลี้ยงไม่เชื่อง” จัดโดย BrandThink Cinema ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น 6 ถึงประเด็นดราม่าจากกรณีการไลฟ์สดโปรโมืภาพยนตร์ที่เจ้าตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นกำลังพูดอยู่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล

โดย เจษ เจษฎ์พิพัฒ ได้ออกมาน้อมรับทุกคำติชม พร้อมชี้แจงด้วยความจริงใจถึงบริบทการทำงานในวันดังกล่าว ยอมรับเป็นบทเรียนใหม่ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมฝากข้อคิดถึงการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ที่มากเกินไป ทั้งเป็นการปล่อยพลังลบและอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อื่น

กับเรื่องที่เกิดขึ้น?
“ผมว่าเป็นเรื่องเล็กครั้บ แต่ว่าเราเข้าใจบริบทของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เราอยู่กับตรงนั้น คนตรงนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่โอเคหรือน่ารำคาญอะไร บรรยากาศก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่พอเราย้อนดูเอาก็รู้สึกว่ามันเป็นการรบกวน เราเข้าใจบริบท เราก็ขอโทษในส่วนที่เรารู้สึกว่าคนดูทางบ้านรู้สึกว่าน่ารำคาญเราก็ขอโทษตรงนั้น แต่ถ้าตรงไหนที่ที่เรารูสึกว่ามันเป็นการว่ากันแรงเกินไปหรือเข้าใจผิดกันก็จะอธิบายครับ”

Advertisement

คอมเมนต์สร้างความจุกจิกใจ?
“ผมแค่รู้สึกว่าเราต้องเคลียร์ ตรงไหนที่ควรเราก็ขอโทษ แต่ถ้าตรงไหนไม่สมควรว่าเราก็ชี้แจง เอามือถือมาเล่นทำไม แต่เราก็ต้องใช้ทำงาน ก็อธิบายออกไป ไม่ได้โกรธครับ แต่ภาพที่ออกมาคนตีความไปได้ร้อยแปด แต่เราก็ชี้แจง”

ได้อธิบายแล้วสบายใจขึ้นใช่ไหม?
“ก็โอเคนะ ทุกคนดูเข้าใจมากขึ้น มันดีครับ คนเข้าใจคนรู้สึกว่าเราชี้แจงตรง เราไม่ได้แก้ตัว ตรงจุดทุดจุดครบถ้วน ถ้าอันไหนที่ผิดก็ขอโทษไปตรงๆ เลย”

กับเหตุการณ์นี้ ทำให้เราต้องระวังมากขึ้น?
“ก็ต้องเข้าใจระบบสมัยใหม่ครับ คือเอาจริงๆส่วนตัวผมไม่เคยไลฟ์แบบนี้ ผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็อยู่คนเดียว ไม่เคยไลฟ์แบบมีหลายๆ คนมาอยู่ด้วย บางไลฟ์มีไมค์อยู่หัวกล้อง บางไลฟ์มีไมค์ติดตัว เราก็เข้าใจว่าเป็นการคุยกันในห้องแล้วมีกล้องมาตั้ง ผมก็แค่กระซิบกัน แต่ว่าพอไปดูย้อนหลังเสียงมันแทรกมันน่ารำคาญจริงๆ เราก็ต้องทำตัวร่วมสมัยขึ้นหน่อย”

จะเกร็งไหม ต่อๆ ไป?
“ก็เป็นผมเหมือนเดิมนี่แหละ ก็อยากสบายใจกับทุกงานที่ทำ แต่ก็จะต้องดูมากขึ้น เรามีไมค์ติดตัวอยู่แล้วไม่มีใครคอบคุมไมค์ เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็คิดในมุมคนดูด้วย แน่นอนนี่เป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำ เราแค่เคยแต่ไปออกรายการ กองละคร แต่ครั้งนี้ก็เป็นความผิดพลาดที่เราไม่รู้ แล้วก็จะเรียนรู้มันครับ”

งงไหมกับดราม่านี้?
“ไม่งงครับ ผมเข้าใจยุคสมัยนี้ การออกมาแสดงความคิดเห็นกัน มันสามารถต่อยอดให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่อยากจะบอกตรงนี้ว่า อะไรที่มันเกินไป อะไรที่มันหลุดประเด็น หรือแค่อยากยกมันออกมาด่าเฉยๆ คือมันทำให้สังคมปล่อยพลังลบออกมาเยอะเกินไป มันน่าจะไม่ดีต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในประเทศไทยนะ ก็เตือนกันตามเห็นสมควรดีกว่า ผมว่าอะไรที่มันมากไป อะไรที่ว่ากันแรงๆ สมัยนี้ก็น่าสงสารนะ ก็คิดให้ดีกันก่อนพิมพ์อะไรออกมา มันเป็นคำที่สามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตได้เลยนะครับ”

Screenshot