ไม่โสดแล้ว ‘เด่นคุณ’ เปิดใจรักครั้งใหม่ ซุ่มคบ จีนส์ ลูกสาว นก จริยา 7 เดือน ชมฝ่ายหญิงอ่อนหวาน-น่ารัก
เรียกว่าสถานะหัวใจตอนนี้ไม่โสดแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม เด่นคุณ งามเนตร ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจยอมรับว่าตอนนี้กำลังศึกษาดูใจกับ จีนส์ ลูกสาวคนเล็กของ นก จริยา ในงานกาล่า ภ.กะเทยไทบ้าน ตอนไวรัสล้างโลก ที่สยามพารากอน โดยพระเอกหนุ่มยอมรับว่าเป็นฝ่ายประทับใจและเดินหน้าจีบเอง ชอบในความอ่อนโยนและน่ารักของฝ่ายหญิง เผยไลฟ์สไตล์และวิธีคิดเข้ากันได้ดี คุยกันได้ไม่มีเบื่อ พร้อมยืนยันจริงจังกับความสัมพันธ์ในทุกๆ วัน แต่ยังขอรักษาพื้นที่ส่วนตัวของฝ่ายหญิงไว้ก่อน
ยังไงหัวใจเป็นสีอะไรตอนนี้?
“หัวใจผมก็เหมือนสีคนทั่วไปแหละ เป็นสีแดง ยังเต้นอยู่เหมือนเดิม”
อันนี้คือชัวร์แล้วใช่ไหม เปิดตัวเลย?
“ก็จริงๆ เราเคยสัมภาษณ์มาหลายครั้งมากตั้งแต่ประมาณต้นปีครั้งที่แล้ว ว่าเราคุยกับคนคนหนึ่งตั้งแต่มกรา กุมภา มีนา เมษา เริ่มคบหาประมาณเมษา-พฤษภา เราก็พูดมาตลอด เราก็อยากดูๆ กันไปก่อน แล้วตอนนี้มันผ่านมาประมาณหกถึงเจ็ดเดือนแล้ว ในความรู้สึกของเรา เราก็รู้สึกว่าอยากจะดูไปเรื่อยๆ ให้มันละเอียดก่อน เพราะรู้สึกว่าการมาพูดอะไรแบบนี้มันอยากให้พร้อมทั้งหมด มันก็จะประมาณหกเจ็ดเดือน ทีนี้ผมก็เลยกลับไปถามเขาว่าพูดได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว เราก็ปรึกษาเขา เขาก็บอกโอเคแล้วแหละ”
เราเข้าไปจีบเขาก่อนใช่ไหม?
“เราเจอกันตั้งแต่งานปีที่แล้วแล้วครับ ผมไปเจอเขาผมก็มาประทับใจ รู้สึกว่าผมโดนสะกด ก็ไม่ได้มีพ่อสื่อแม่สื่อไม่ได้มีอะไร คือเราชอบเอง แล้วเราก็จีบเองคุยเองทักเอง แต่ว่าตอนนั้นก็ยังไม่ได้แบบจีบ แต่แค่รู้สึกว่าประทับใจเฉยๆ มันมาเริ่มอีกทีประมาณมีนา-เมษา”
อาการเหมือนโดนสะกดมันเป็นยังไง?
“คือผมก็พูดไปเรื่อยตามสไตล์ผม เพราะรู้สึกประทับใจ รู้สึกชอบ ชอบในความอ่อนโยน ความน่ารัก เราชอบ แล้วพอเราได้คุยกันก็รู้สึกว่า มันแปลกที่ไลฟ์สไตล์เราค่อนข้างตรงกัน คุยภาษาเดียวกัน แล้วไม่มีเรื่องที่ทำให้เราต้องรู้สึกขัดแย้งกัน เป็นที่ปรึกษากันได้ดี”

ไม่กลัวพ่อแม่เขา?
“คนชอบกัน เราก็ต้องเกรงใจเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใคร เราชอบเราก็ต้องจีบก่อน เราจะไปจีบพ่อแม่เขาก่อนไหม (หัวเราะ) เราต้องแสดงความบริสุทธิ์ความจริงใจให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เล่นนะ ไม่ได้ตลกนะ เราก็จริงจัง”
เจอคุณพ่อคุณแม่เขาบ่อยไหม?
“อันนี้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวในครอบครัวเขาดีกว่า เอาเป็นว่าผมชอบน้องเขาก็พอ”
ตอนนี้ยังเป็นคนคุยหรือว่าเป็นแฟนแล้ว?
“ผมว่าจริงๆ คนเราก็ต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต ศึกษาไปทั้งชีวิต ถ้าอยากจะมองเป็นแฟนได้ ถ้าอยากจะมองเป็นแบบไหนก็ได้ แต่เราก็ต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต ประทับใจและชอบมากที่สุดไหมก็ใช่ครับ”
แล้วมันเปลี่ยนตัวตนของเราไหม ต้องโตขึ้นไหม ดูจริงจังขึ้นไหมสำหรับเขา?
“ไม่ครับ ผมก็เหมือนเดิมนี่แหละ แต่ว่าบางทีเราไม่ได้แสดงตัวตนของเราให้กับคนอื่นเห็นในมุมมองของคนอื่นในตัวตนของเราจริงๆ แต่ในตัวตนจริงๆ ของเรากับตัวตนจริงๆ ของเขา โอเคมันคลิกกัน เราก็เลยตัดสินใจลองคุยกันเล่นๆ ตอนแรกๆ ก็ยังไม่ได้อะไรมาก แต่พอคุยกันเราชอบอะไรเหมือนกัน เราทำอะไรคล้ายๆ กัน วิธีคิดความชอบที่คุยกันได้ เราคุยกันได้ยาวมากๆ คุยได้เรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด เราไม่รู้สึกที่คุยกันแล้วรู้สึกเบื่อ ไม่ได้รู้สึกแย่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มามันกลับมีเรื่องอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นเต้นด้วยกันได้เสมอ ไม่เคยมีความรู้สึกว่าคุยเรื่องเดิม ความชอบของเรามันค่อนข้างเอนไปในทิศทางเดียวกัน แล้วในมุมของเขาก็คอยเตือนเรา บางอย่างเราก็คอยบอกเขาได้ในบางเรื่องที่เราอาจจะถนัด แต่เขาอาจจะไม่ถนัด เราก็มีมุมมองและแชร์กันมากมายมันก็ไปกันได้”
มีอะไรที่ทำให้เราเกร็งไหมในความสัมพันธ์นี้?
“ไม่หรอก มันก็รู้สึกว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เราก็ไม่รู้ว่าการที่เราออกสื่อมวลชนมันจะเป็นแบบไหน แต่ในมู้ดที่เราอยู่ด้วยกัน เรารู้สึกว่ามันอบอุ่นมากๆ เลย แล้วเรารู้สึกว่าการแสดงออกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกสถานะมันก็เหมือนกับการแสดงความจริงใจด้วย”
แล้วฟีดแบ๊กทางเขาว่ายังไงบ้าง?
“เขาก็ชอบ แต่เราก็ยังอยากเซฟพื้นที่ส่วนตัวของเขา แล้วก็เซฟพื้นที่ส่วนตัวของใครหลายๆ คน”
เขาได้บอกไหมว่าเขาชอบอะไรในความเป็นเรา?
“เยอะมาก ในสิ่งที่เขาชอบในตัวเรา มันหลายอย่างที่เขาประทับใจ”

เราฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง?
“เราก็รู้สึกประทับใจสิครับ เรามีมุมมองคล้ายกัน สิ่งที่เขาประทับใจเรามันเป็นสิ่งที่เขาบอกกับเรา คือสิ่งนั้นมันเป็นตัวตนเราจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นความจริงใจ เขาจะชอบมาก ส่วนผมก็จะชอบที่เขาเป็นคนหวานๆ อ่อนๆ อ่อนหวาน เรารู้สึกว่า เราจะไปทำอะไรให้เขาเสียใจได้ยากมากๆ”
ได้มีโอกาสเปิดตัวชัดเจน?
“แน่นอน เนื่องในโอกาสสำคัญ เช่นในวันที่เราไปเที่ยวด้วยกันหรืออะไรแบบนี้ อาจจะเกิดขึ้นไม่นาน เพียงแต่ว่าช่วงนี้เราทำงานกันเยอะมาก น้องเขาก็เก่งมากๆ อย่างที่ผมให้สัมภาษณ์ครั้งที่แล้วเขากำลังทำงาน เขากำลังฝึกในสายงานของเขา ซึ่งเขาเก่งมากๆ มากจนผมตกใจ ผมไปนั่งดูเขาทำงานหลายๆ ครั้ง เขามีความเป็นมืออาชีพสูง ตรงนี้ก็อาจจะทำให้ผมชอบเขาด้วยเหมือนกันครับ”
เราได้แนะนำอะไรเขาไหมในเรื่องของการทำงาน?
“ผมเชื่อว่าเขารู้อยู่แล้ว เขาเป็นคนเก่ง เขาได้ประสบการณ์ต่างๆ มาจากการเรียนรู้ของเขา การที่เขาดูสื่อต่างประเทศในการทำงาน เขาดูการทำงานของต่างประเทศเอาวิธีมาใช้ วิธีคิดของคนต่างชาติเขาคิดยังไง เขาไม่ได้มองว่าทำแบบนี้ต้องก๊อป แต่เขาดูวิธีคิดของแต่ละคน เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ มากที่สุด”
ตอนนี้ก็เหมือนรอเวลาในการที่จะเปิดตัวหรือลงรูป?
“ไม่ได้รอเวลาหรอกครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผมไม่มีโอกาสเพราะผมต้องทำงาน น้องก็ทำงาน ตอนนี้ก็ติดถ่ายอะไรเยอะเลย”
แบบนี้ก็มีกำลังใจในการทำงานเนาะ?
“มีกำลังใจในการทำงาน และมีกำลังใจจากพวกคุณด้วย ผมเห็นหน้าตาพวกคุณทีไรเวลาสัมภาษณ์ผม ผมรู้สึกอบอุ่นมากๆ เลย ผมชอบมากๆ เลย จริงใจสาบาน”
เห็นมีความรักทีก็หล่อ?
“ทุกคนฉีดยากันจริงๆ เลย”
พอมีข่าวออกไปแล้วน้องว่าไงบ้าง?
“เขาก็ส่งมา แต่จริงๆ ข่าวไม่ตรงปก ที่ผมพูดครั้งที่แล้วผมไม่ได้พูดเยอะขนาดนั้น เขาอาจจะไม่ได้แต่งเติมหรอกแต่เขาอาจจะรู้มากกว่านั้น แต่เราไม่ได้พูดมากขนาดนั้น ก็อยากเซฟเขาด้วย”

วันนี้เขามาไหม?
“ไม่ได้มาครับ มีติดธุระนิดหน่อย”
แล้วมีการส่งกำลังใจไหม?
“ก็ส่งกำลังใจให้กันทุกวันอยู่แล้วครับ (ไม่ส่งดอกไม้มาเหรอ?) ดอกไม้ก็เคยได้แล้ว ล้อเล่นไม่ใช่ ก็ไม่เป็นไรเราก็บอกเขาแล้วว่าพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยเยอะ วันนี้เขาก็ไม่สบายเล็กน้อย”
ครั้งนี้เราจริงจังหรือยังไงบ้าง เรามองอนาคตไกลขนาดไหน?
“จริงจังในทุกๆ วัน (อยากให้ความสัมพันธ์ดูแลกันไป?) ใช่ครับ”



