ยิ่งใหญ่สมเป็นทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกกับ G-Dragon (ควอน จี ยง) หัวหน้าวง BIGBANG ที่ครั้งนี้เปิดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ในฐานะศิลปินเดี่ยวเป็นครั้งที่ 2 โดยเป็นการทัวร์ตั้งแต่ประเทศเกาหลี สิงคโปร์ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฯลฯ และในประเทศไทยเมื่อวันที่ 7-8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
และก็สมแล้วที่ G-Dragon ได้รับการขนานนามว่าเป็นทั้งไอคอน แฟชั่นนิสต้า และผู้นำวงการเค-ป๊อป ที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการร้อง เต้น แต่งเพลง และทำงานเบื้องหลัง เพราะคอนเสิร์ตที่เขาจัดนั้นนอกจากความมันส์ที่ตั้งใจมามอบให้แฟนคลับแล้ว ยังมีคอนเซ็ปต์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เปิดงานมาด้วยเอ็มวีเพลง untitled, 2014 หนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม Kwon Ji Yong ที่เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ก่อนจะเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่าในตอนแรก G-Dragon จะยังไม่เปิดตัวออกมาก็ตาม แต่แค่มิวสิกวิดีโอนี้ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างสนั่นหวั่นไหวทั้งอารีน่าแล้ว คงไม่ต้องพูดถึงว่าตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นบนเวที แฟนคลับทั้งฮอลล์จะเป็นอย่างไร

คอนเสิร์ตในครั้งนี้มีชื่อว่า ACT III M.O.T.T.E. (ย่อมาจาก Moment of truth the end) เพลงที่นำมาร้องมีทั้งหมด 24 เพลง ซึ่งคราวนี้มีความพิเศษมากตรงที่เป็นการจัดคอนเสิร์ตที่เปิดใจและเปิดเผยความรู้สึกข้างในของศิลปิน โดยจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ ACT I, ACT II และ ACT III ใช้วิดีโอเป็นตัวคั่นแต่ละช่วงเพลง ไล่จากเพลงแรกๆ ของเขาในการเป็นศิลปินเดี่ยว เพื่อเล่าถึงเรื่องราวที่ G-Dragon พบเจอ ทั้งความสุข ความสำเร็จ ความยากลำบาก ความโดดเดี่ยว การดิ้นรน ความสับสน เป็นการเผยชีวิตของศิลปินที่ชีวิตไม่ได้ดีสวยหรูทุกอย่างอย่างที่เราเห็น เพราะชื่อเสียงที่ได้มาก็ต้องแลกกับชีวิตอีกด้านและความเป็นส่วนตัวที่ไม่อาจได้กลับคืนมาอีก
เรื่องราวในแอ๊คต่างๆนั้น ข้อมูลจาก Korea.com ระบุว่า “ACT I : G-Dragon” นั้นเล่าถึงช่วงแรกที่เขาเริ่มเข้ามาเป็นศิลปิน เทคนิคการทำวิดีโอนำเสนอยังคงเป็นที่โดดเด่นและน่าดึงดูด เพราะใช้ภาพเคลื่อนไหวที่แปลกตาไปจากสิ่งที่เราคุ้นเคย อย่างการใช้ภาพเซลล์สมอง ดีเอ็นเอ และคลื่นวัดระดับหัวใจ ภาพต่างๆ เหล่านี้ซ้อนคู่ขนานไปกับการเข้าสู่วงการและการเติบโตของ G-Dragon ซึ่งจังหวะชีพจรในตอนท้ายได้หยุดลง และกลับเต้นขึ้นมาอีกรอบ มีแฟนคลับนักวิจารณ์กล่าวว่านี่อาจเป็นการเปรียบได้ว่า ควอน จี ยง ได้ตายไป ทำให้ G-Dragon ถือกำเนิดขึ้น
“ACT II : G-Dragon vs Kwon Ji Yong” เริ่มต้นด้วยวิดีโอที่เป็นภาพเกี่ยวกับทางการแพทย์ จะเห็นได้ว่ามีคนที่ถูกมัด ถูกฉีดยา ถูกกระทำให้ทรมานกับอะไรบางอย่าง และถูกขังไว้ในที่สุญญากาศมีเพียงปากที่ต่อท่อไว้หายใจ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เชื่อว่าคนดูหลายคนดูแล้วคงอึดอัด หายใจเข้าออกไม่ค่อยเต็มปอด เพราะด้วยภาพและจังหวะเพลงประกอบนั้นค่อนข้างบีบคั้น ซึ่งในตอนหลังได้มีการเฉลยว่าคนที่ถูกกระทำที่เราเห็นมาทั้งหมด คนนั้นก็คือตัวเขานั่นเอง

ซึ่งนี่คงเป็นการเล่าเรื่องราวความเจ็บปวด ความอึดอัด ความไม่มีอิสระของชีวิตศิลปินผู้โด่งดังคนนี้ ผ่านภาพส่งให้แฟนๆ รับรู้ถึงความรู้สึกที่ศิลปินต้องต้องเก็บงำเอาไว้ตลอดมา แต่หลังจากภาพที่บีบรัดบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมนี้จบไป ก็เป็นการสัมภาษณ์คนใกล้ชิดกับ G-Dragon อย่างเช่น พ่อ แม่ พี่สาว เพื่อนจากบิ๊กแบง เพื่อนร่วมงาน ผู้จัดการ ฯลฯ โดยทุกคนจะถูกถามด้วยคำถามเดียวกันทั้งหมด 2 คำถาม คือ “สำหรับคุณ G-Dragon คือใคร” และ “สำหรับคุณ ควอน จี ยง คือใคร” ซึ่งคำตอบของแต่ละคนก็มีทั้งเรียกเสียงหัวเราะ และเสียงร้องจากความน่ารักความอบอุ่นของตัวศิลปินผ่านการเล่าของคนใกล้ชิด
ในช่วงสุดท้าย “ACT III : Kwon Ji Yong” เปิดด้วยวิดีโอที่ G-Dragon แนะนำตัวเองว่าเขาคือ “ควอน จี ยง” ที่มีบทบาทหลายๆ อย่างในชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป เป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นเพื่อน เป็นคนรัก และเป็นดาราที่หลายคนชื่นชอบ และคราวนี้ตัวเขาเองก็ออกมาพูดถึงการดิ้นรน ความสับสน ความโดดเดี่ยว การสูญเสีย ในการเป็นศิลปินดังที่มีชื่อว่า G-Dragon เขายังพูดถึงเพลง Divina Commedia อีกด้วยว่าเป็นเพลงที่แทนเรื่องราวในชีวิตของเขา

นอกจากแนวคิดที่มีความหมายดีๆ ที่ศิลปินจัดให้เหล่าแฟนคลับล่วงรู้ไปถึงความในใจของเขาหลายต่อหลายอย่างแล้ว แน่นอน ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนเสิร์ต ความสนุกสนานเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ต่อให้การจัดงานจะคิดเนื้อหาและธีมได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าคอนเสิร์ตไม่สนุกก็คงหมายถึงความล้มเหลวของศิลปินและค่าย ซึ่ง G-Dragon ไม่ทำให้แฟนผิดหวังในการรอคอยการกลับมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทยเลย เพราะเสียงกรี๊ดในตอนแรกที่เปิดงานมาดังเท่าไหร่ จนเพลงสุดท้ายก็ยังเรียกแฟนคลับร้องเสียงหลงได้เหมือนเดิม
ความสามารถอันล้นเหลือ บวกกับพรสวรรค์และพรแสวง ทำให้ G-Dragon ประสบความสำเร็จเป็นไอดอลที่ผู้คนชื่นชอบอย่างท่วมท้นอยู่แล้ว และยังประกอบกับนิสัย ท่าทางน่ารักๆ และสปิริตความเต็มที่ในการทำงานของเขา ทำให้แฟนๆ ยิ่งหลงใหลในตัวศิลปินไปมากกว่าเดิม
ก่อนถึงช่วงสุดท้าย (En CORE) G-Dragon ได้ออกมาพูดคุยกับคนทั้งฮอลล์ ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้แทบจะทุกวินาทีเลย เริ่มจากการกล่าวทักทายสวัสดีแฟนๆ เป็นภาษาไทย และพูดคุยถามแฟนคลับว่าคิดถึงเขาบ้างไหม ก่อนจะกล่าวขอบคุณเพราะที่เขามาถึงจุดนี้ได้ก็เป็นเพราะแฟนๆ ทุกคน และ “ขอบคุณครับ ผมรักแฟนชาวไทยมั่กๆ ค้าบ” ทำให้แฟนคลับกรี๊ดลั่นทั้งฮอลล์เลยทีเดียว
คอนเสิร์ตนี้ปิดตัวลงด้วยเพลง untitled, 2014 ที่ ควอน จี ยง เซอร์ไพร์สแฟนเพลงสุดสุด เพราะเขาลงมาร้องเพลงข้างล่างเวที เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับแฟนเพลง แถมยังเข้าใกล้แฟนคลับให้ได้จับมือเขาและหยุดให้ถ่ายรูปอีกด้วย ทำเอาแฟนเพลงที่นั่งอยู่ไกลๆ อิจฉาตาร้อนโซนด้านหน้าไม่น้อย

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ครบรส ทั้งสนุก ดูเพลิน ลึกซึ้งถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ และเปิดโอกาสให้เราได้เห็นภาพชีวิตที่ไม่ได้สวยงามทุกชั่วขณะของศิลปินคนนี้ ส่วนการจัดงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอฟเฟ็กต์ แสง เสียง และฉาก ต่างก็มีคุณภาพคับอารีน่าแห่งนี้ สมกับที่เขาเป็นไอดอลที่น่าชื่นชมยกย่องคนหนึ่งของเกาหลีใต้

