ก่อนหน้านี้หมาก ปริญ สุภารัตน์ เคยเขียนเล่าถึงการเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งอ่านเพลินจนมีคนโพสต์บอกว่า อยากให้เขียนบ่อยๆ
ล่าสุดเจ้าตัวก็เขียนยาวๆอีกครั้ง คราวนี้เล่าเรื่องการพาหวานใจ คิมเบอร์ลี่ แอนด์ เทียมศิริ ไปเดินป่า
เริ่มต้นจาก

‘รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายตอนนั่งรถลงมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นางเป็นคนถ่ายเอง ครั้งแรกกับการพานางมาเดินป่า แบบไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่รู้จะชอบหรือจะเข็ด ขอเก็บภาพนี้ไว้ .. ว่านี่คือ ครั้งแรก ของนาง น้ำไม่ได้อาบ เลอะเทอะ เหงื่อออก ห้ามฉีดน้ำหอม หุหุ ?’
แล้วรายละเอียดอื่นๆก็ตามมา

‘กาแฟแก้วแรกของวัน ก่อนจะไปลุยกันบนเขาใหญ่ นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ 10โมง ชื่อลุงพักตร์ พอไปถึงก็ทักทายสวัสดี แล้วแนะนำน้องให้ได้รู้จัก ผมกับลุงเคยเจอกันมาก่อนแล้ว เมื่อวาน เพราะระหว่างรอน้องถ่ายละคร ก็แอบมาเดินเล่นๆก่อน .. เปลี่ยนรองเท้า ใส่ถุงเท้ากันทาก ระหว่างที่นางกำลังเปลี่ยนรองเท้าถุงเท้าอยู่ในรถนั้น ผมกับลุงซึ่งยืนอยู่หลังรถ เปิดท้ายไว้ ลุงก็ถามว่า วันนี้ไปที่เส้นไหนดี เหมือนเมื่อวานมั้ย สบายๆ ผมทำปากจุ๊ๆ กระซิบว่า เอาเลยลุง ไปเลย เอาแบบเต็มที่ ไม่ต้องกลัว เป็นอะไรไป ผมดูเอง ด้วยความที่ผมกับลุงค่อนข้างสนิทกันแล้ว ลุงก็รับปาก โอเค แถมขยิบตาให้ผม1ที น้องเปลี่ยนชุดเสร็จพอดี ป่ะ .. เริ่มเดิน ?’

‘ระหว่างที่เดินแรกๆ ลุงก็พูดแนะนำตัวเองให้น้องฟังอีกรอบ ถึงการมาอยู่ที่นี่ของลุง ลุงบอกลุงมาตั้งแต่ 2503 ตอนผมได้ยินทีแรกก็อุทานว่า โหลุง!! ผมยังเป็นอารมณ์อยู่เลย นานมาก และตอนนี้แกก็ยังดูแข็งแรงมากๆ น้องก็ถามโน่นนี่ ทางเป็นยังไง ยากมั้ย กี่กิโล ผมก็ตอบแทนลุงไป ว่า ดูลุงดิ่ ลุงเดินไหว อ้วนก็ต้องเดินไหว นางได้ยินก็คงคิดในใจว่า เออ ก็จริง (เราก็ยิ้มมุมปาก) เดินนิดเดียว มีเจ้า3ตัวมารอต้อนรับก่อนจะเดินเข้าไปในป่าทึบ กวาง3ตัว เราก็ขอถ่ายรูปด้วยซะหน่อย ลุงถ่ายติดมา1 ? โอเค เดินต่อ .. ก่อนจะเข้าป่าจริงจัง ผมก็ได้เล่าให้น้องฟังก่อนหน้าแล้ว ว่าลุงเนี่ย เก่งมาก เวลาเดิน หู ตา จมูก ไวมาก ไม่เชื่อลองเดินตาม ผมให้ลุงนำ น้องคนที่2 และผมปิดท้าย ปล.ในรูปคือตอนเดินเข้าไปแรกๆ ใส่แขนยาวจ้า รองเท้าใหม่เอี่ยม ใส่หมวกด้วย แว่นพร้อม หึหึ!!’

‘เมื่อวานผมเล่าให้น้องฟังว่า ระหว่างที่ผมเดิน เจออะไรบ้าง ผมเจอ ชะนี รอยหมูป่า รอยช้าง รอยกระทิง รอยหมี เจอนกเงือก เจอลิง เจอพญากระรอก ไม่รู้ว่าวันนี้ จะเจออะไรบ้าง .. เดินไม่นาน ลุงก็หยุดให้ดูรอยหมูป่า ก็ก้มๆเงยๆดูกันอยู่สักพัก แล้วไปต่อ ระหว่างที่เดินน้องก็โดนตัวทากเกาะนิ้ว ไม่รู้ว่าโดนกัดหรือยัง น้องก็ร้องพร้อมสบัดออก ตกใจสักพักก็เดินต่อ ท่าทางก้มหน้า ดูแต่ทาง เพราะกลัวลื่น เมื่อคืนฝนตก พื้นก็เลยแฉะเดินลำบาก ไอ่เราเห็นก็สงสาร ไม่น่าเลย แต่ไหนๆก็เข้ามาแล้ว ก็เอา อยากให้นางได้ลองให้สุด .. ท่าทางเดินกลัวล้ม กลัวเปื้อนค่อยๆหายไป เดินคล่องขึ้น รองเท้าใหม่ๆก็ไม่สน เลอะขึ้นไปถึงกางเกง เสื้อแขนยาว ถอดออก หมวกเริ่มเอามาพัดๆใส่ๆ เหมือนเริ่มรำคาญ .. เดินไปสักพักก็เกิดอาการสงสัย จากเมื่อวานฝูงลิง ชะนี นก ร้องกันจนป่าลั่น แต่มาวันนี้กลับเงียบกันหมด!! อ๋อ!! พญาชะนีมา!! ?’
แซวซะคนอ่านเข้ามาขำ ทั้งยังว่า กล้ามาก!!!
5555
ก่อนที่หมากจะเปลี่ยนโหมด โดยว่า…
‘เสียงหายใจแรง ใบหน้าอาบไปด้วยเหงื่อ นานๆเอามือยกขึ้นมาปาดที ระหว่างเดินไป ลุงพักตร์ก็พูดไป ถึงชนิดของต้นไม้ต่างๆ แล้วก็มาหยุดอยู่ที่ตอไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มหักอยู่ จำชื่อไม่ได้ว่าต้นอะไร ลุงบอกวันนี้ลุงไม่ได้เอามีดมา ลุงจะขูดไม้ให้ดม พอได้ยินผมก็ก้มมองหาก้อนหินเล็ก จะเอามาขูด แต่ปรากฏว่าบริเวณนั้น ไม่มีหินสักก้อน!! มือผมเริ่มจับไปที่กางเกง พบว่ามีอาวุธ1ชนิดถ้วนที่ติดตัวมาด้วย นั่นคือ กุญแจรถ ก็รีบล้วงออกมาแล้วเอามาขูด ขูดแล้วก็ให้น้องดมก่อน น้องก้มหน้าลงไปดมสัก2-3วินาทีได้ เงยหน้าขึ้นมาแล้วบอกว่าหอมมาก แล้วผมก็ก้มลงไปดม เป็นกลิ่นสมุนไพรอย่างไรบอกไม่ถูก อยากเก็บไปทำเป็นเชื้อน้ำหอมใส่บ้าน แต่ลุงบอกว่า ทำไม่ได้ เวลาเอาต้นนี้ไปสกัด มันก็จะไม่ได้ความหอมแบบนี้ 2คนหน้าหงอยแล้วก็เดินผละออกมา ระหว่างทางก็จะคอยมีต้นไม้เล็กใหญ่ขึ้นสลับกันไป บางต้นก็เหมือนมีใครเอามอสเอาใบไม้ มาติดประดับไว้ เหมือนตั้งใจตกแต่ง ข้างทางบางครั้งเป็นลำธารเล็กๆ หินบางก้อนก็วางอยู่ในที่ของมัน ไม่มีใครเอามาวางไว้ มันสวยในแบบธรรมชาติของมัน เหมือนผู้หญิงที่เดินนำหน้าผมอยู่ ในขณะนี้ ..’

‘ระยะหลัง ต้องเดินขึ้นไต่ระดับ ทางเริ่มชัน ได้แต่ก้มดูพื้นตรงที่จะเหยียบลงไป ต้องเล็งที่รากต้นไม้เพื่อให้ไม่ลื่นแล้วยันตัวก้าวขึ้น ระยะทางประมาน 200เมตร ผ่านไปได้ด้วยดีสำหรับการฝึกกำลังขา ลุงพักตร์ที่เดินน้ำหน้า อยู่ๆก็เดินเข้าข้างทาง ปัดๆต้นไม้ที่เกาะติดอยู่กับเถาวัลย์ แล้วก็นั่งลงบนเถาวัลย์อันหนึ่งที่เป็นสภาพเหมือนเก้าอี้ มีที่รองก้น มีพนักพิง ลุงนั่งลงให้ดูแล้วก็ให้น้องมานั่งแทนที่ ลุงบอกว่า ให้พักก่อน นี่ก็จะสุดทางแล้ว ธรรมชาติเค้าสร้างมาไว้ให้เรานั่ง ก็นั่งให้เค้าหน่อยแล้วกันนะ หายเหนื่อยก็ไปต่อ เดินไม่นานเราก็ทะลุออกมาข้างนอก ที่เป็นที่โล่ง มีอ่างเก็บน้ำอยู่ข้างๆ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในป่านั้น ร่างกายแทบไม่ได้โดนลม พอออกมาเท่านั้นแหละ ลมพัดสัมผัสถูกเนื้อตัวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำให้เย็น สบาย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งจากการเดินทั้งหมด เราก็พูดคุยกันถึงเรื่องกวาง เรื่องเสือ เรื่องหมี เรื่องต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม ว่าเราน่าจะเก็บใส่กระเป๋ากางเกงมาเนอะ แต่ผมก็บอกกับน้องไปว่า ตอนนั้นนึกในใจว่าจะเก็บมาแล้ว แต่นึกอีกทีว่า อย่าเอาอะไรไปเลย ให้เค้าอยู่ในที่ของเค้า ที่ที่เค้าควรอยู่นั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว ถ้าอยากดมอีก ค่อยกลับมา น้องก็ตอบ “อื้ม” อมยิ้ม แล้วบอก “อุ้มหน่อย” ห๊ะ!! ปล. ขอบคุณลุงพักตร์ ที่นำผมเดินใน2วัน แล้วก็เล่าเรื่องราวต่างๆที่ลุงผ่านมาให้ผมฟังนะครับ แล้วเจอกันครับ “ลุง”‘
ถ่ายภาพก็ได้ เขียนเรื่องก็น่าอ่านอย่างนี้ ชักเห็นด้วยเสียงเชียร์ ออกหนังสือสักเล่มดีไหม?
ขอบคุณ @mark_prin

