ฟัง ‘จีโน่ ชูทส์’ กรณี ‘เชสเตอร์’ เสียงสะท้อนจากอดีตดาราผู้เป็นโรคซึมเศร้าเช่นกัน

22.07.17 | 12:21 น.

‘วันนี้อยากจะพูดเรื่องพี่เชสเตอร์กับเรื่องโรคซึมเศร้าหน่อย’ จีโน่ ชูทส์ อดีตดาราเด็กคนดังที่ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ เริ่มต้นข้อเขียนไว้อย่างนี้ในเฟซบุ๊ก Jino Schütz

แล้วว่า

‘อย่างแรกที่ผมอยากบอกคือ ผมก็ไม่ได้ทราบสาเหตุของการฆ่าตัวตายของเค้า แต่ผมคนนึงก็เป็นโรคซึมเศร้า ต้องทานยาให้ถูกเวลา ต้องไปพบหมอบ่อยๆ ผมเลยอาจจะเข้าใจอาการและอะไรหลายๆ อย่างของการจบชีวิตลงครั้งนี้ (ผมไม่ได้รู้ แต่ผมเข้าใจ อ่านดีๆ นะ)

การเป็นโรคซึมเศร้า เคยเล่นยา และมีอดีตที่ไม่ดี มันมีอะไรที่เชื่อมโยงกันหลายอย่าง

ผมไม่ใช่หมอนะ แต่ผมขอยกตัวผมเป็นตัวอย่างหน่อย

Advertisement

ผมมีอดีตตอนเด็กๆ ที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ผมว่าสิ่งสิ่งนี้มันไปกระตุ้นอาการซึมเศร้าของผมตอนเด็กๆ ทำให้วิ่งไปหายา ผมตอนเลิกยาไปรอบนึง ก็กลับมากินยาแก้โรคซึมเศร้า พอเริ่มดีขึ้น (ตอนนั้น) ก็ทะลึ่งเลิกกินยา กลับมาซึมเศร้าโอดครวญกับชีวิตในอดีต อยู่คนเดียวซึม กลับไปเล่นยา (ที่ไม่กินยาแก้โรคนั้นต่อ เพราะคิดว่าตัวเองแค่เศร้าเฉยๆ คิดว่าตัวเองหายขาด) คือมันก็จะวนกันไปแบบนี้เรื่อยๆ

อ่ะ..พูดเรื่องตัวเองมาคร่าวๆ ละ

ถ้าใน “มุมมอง” ของผมนะ ผมว่าเชสเตอร์คงต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองมานานพอสมควร ต่อสู้อดีตที่หลอกหลอนเค้ามาตลอด และการที่คนเราเป็นโรคนี้นะ มันจะชอบดึงเหตุการณ์ที่เจ็บปวดในชีวิตกลับมาหาเราเสมอ จากช่วงแรกๆ ที่เราเกลียดตัวเอง เกลียดสิ่งที่เกิดขึ้น มันจะกลายเป็นคำถามที่ว่า ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดขึ้นกับเรา ทำไมเราต้อง “เกิดมา” โดนอะไรแบบนี้ หลังจากนั้นพอเราโตขึ้น เราก็คิดหาเหตุผลได้ว่า เรื่องมันเป็นแบบนี้ เพราะอย่างนี้ คือวุฒิภาวะเราสูงขึ้น

แต่ถ้าโรคนี้มันกำเริบขึ้นมา วุฒิภาวะจะไม่ช่วยอะไรเลยครับ คุณจะหาเหตุผลเพื่อที่จะดึงตัวเองให้มันดิ่งลงไปในความทุกข์

หลายๆ คนถามว่า ผู้ชายคนนี้ มีหลายๆ อย่างที่คนอื่นไม่มี เค้าไม่ต้องต่อสู้กับความหิวโหย เค้ามีเงินใช้มากกว่าคนหลายคน เค้าไม่ต้องสู้กับอะไรที่คนธรรมดาเค้าสู้กัน

แต่คุณอย่าลืมว่าเค้ากำลังสู้กับ “ตัวเอง” อยู่ และสู้มาโดย “ตลอด”

มีบางคนที่ผมอ่านเจอ บอกว่าเค้าทิ้งลูก ทิ้งเมีย ทิ้งวง ทิ้งหลายๆ อย่าง เค้าดูเป็นคนเห็นแก่ตัว

แต่พวกคุณรู้อะไรไหม เค้าอาจจะไม่ได้เห็นแก่ตัว และหนีทุกอย่าง เค้าอาจจะคิดว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีเค้าอยู่แล้ว อาจจะดีกว่า ทุกคนจะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องเค้า ทุกคนจะได้ไม่ต้องมารับกับคนที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวร้าย เพราะอาการของเค้าอาจจะทำให้หลายๆ คนต้องลำบาก

ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่เค้าอาจจะจบชีวิตเค้าลง น่าจะเกี่ยวกับเพื่อนสนิทของเค้า คริส คอเนลล์ คนที่เป็นเหมือนเค้า ต่อสู้แบบเดียวกับเค้า ต่างคนต่างอาจจะให้กำลังใจกันมาตลอด แต่คนนึงได้จากอีกคนนึงไปก่อนแล้ว

การที่เราเป็นอาการนี้แล้วไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความคิดฆ่าตัวตายแบบรวดเร็ว มันไม่ใช่ความคิดของเมื่อวาน ของอาทิตย์ที่แล้ว หรือของเดือนที่แล้ว มันเป็นความคิดที่สะสมมาตลอด และเมื่อถึงจุดจุดนึงที่สภาพจิตใจไม่เหลืออะไรแล้ว….ก็อย่างที่เห็นกันหลายๆ คนครับ

สิ่งสุดท้ายที่อยากบอกคือ อย่าไปตั้งคำถามอะไรเยอะแยะ จะตั้งอีกร้อย อีกกี่พันคำถาม เค้าก็ไม่กลับมา คิดถึงเค้าก็ขอให้ฟังเพลงของเค้า

ทุกอย่างคือมุมมองของผม มุมมองของแฟนเพลง มุมมองของคนที่เป็นโรคเดียวกัน ไม่มีบ้านติดกับเค้า ไม่เคยนั่ง ดื่มเบียร์ด้วยกัน จะผิด จะถูก เค้าก็จากไปแล้ว สิ่งที่ผมเขียนตอนนี้อาจจะทำให้คนที่อ่านได้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นโรคนี้

แต่ไม่ว่าเค้าจะจากไปด้วยเหตุผลไหน….การต่อสู้ของเค้าได้จบลงแล้ว

I’ll face myself to cross out what I’ve become
Erase myself
And let go of what I’ve done

ป.ล.ส่วนตัวผมแล้ว ผมก็ยังสู้อยู่ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง การที่ผมบำบัดมา ไม่ใช่ว่าปัจจุบันทุกๆ อย่างมันจะดีเสมอไป ก็ต้องสู้กับอาการแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยาต้องกินตลอด (ยอมรับเลยว่าเพิ่งกลับมากิน ตอนไปไทยหยุดกิน เพิ่งจะมารู้สึกดิ่งลงเมื่อ 6 อาทิตย์ที่ผ่านมา)

มันจะมีช่วงที่ผมเล่นเฟสบ่อยๆ กับหายๆ ไปๆ คือทะเลาะกับตัวเองอยู่

ก็สู้กันต่อไป’

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Jino Schütz