เรื่องชาตินิยมยังเป็นประเด็นถกเถียงอยู่เสมอ หากมีผู้นำหรือกลุ่มบุคคลใดในสังคมพยายามปลุกกระแสให้เกิดขึ้นมา เป้าหมายการอภิปรายย่อมอยู่ที่ว่า กระแสซึ่งอยากให้เกิดขึ้นนั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ใด
งานชิ้นสุดท้ายของปรมาจารย์หนังการ์ตูน ฮะะโอะ มิยะสะกิ ที่ผลิตให้โรงถ่าย จิบลิ อันโด่งดังในปี 2556 เรื่อง เดอะ วินด์ ไรส์ (The Wind Rises) อิงประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลก ซึ่งแม้เป็นงานที่นุ่มนวล หมดจด และถูกกล่าวขวัญชื่นชมอย่างมากว่า สมเป็นงานชิ้นสุดท้ายของฝีมือระดับตำนาน ก็ยังมีมุมให้วิพากษ์วิจารณ์ว่าบิดเบือนประวัติศาสตร์ และทรยศต่อชาติได้
งานซึ่งให้สีสันสดใสแสดงถึงชีวิตอันงดงามน่าหวงแหนเรื่องนี้ มีชื่อไทยว่า ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก เป็นเรื่องของดอคเตอร์ จิโร โฮะริโกะชิ เด็กหนุ่มต่างจังหวัดซึ่งฝันจะเป็นนักบิน แต่สายตาสั้นเกินจะไต่ไปถึงฝันได้ หากความคิดจากนิตยสารการบินเล่มหนึ่งได้เปลี่ยนองศาความฝันไป เมื่อพบว่า การออกแบบเครื่องบินนั้นยอดเยี่ยมกว่าการขึ้นขับเครื่องบินเสียอีก

จิโรทำงานในโรงงานมิตซูบิชิในกลุ่มวิศวกรเครื่องบินรบ และได้เดินทางไปเยอรมนีเพื่อดูงานอุตสาหกรรมการบินที่ขณะนั้นก้าวหน้าที่สุดในการสร้างเครื่องบินขนาดใหญ่จากโลหะ ยามที่ญี่ปุ่นต้องการมีเครื่องบินโลหะไว้ใช้เช่นเดียวกัน
ก่อนงานออกแบบจะลุล่วง ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง จิโรถูกฝ่ายสืบสวนตรวจสอบ จนต้องหลบๆซ่อนๆทำงาน ก่อนเครื่องที่ออกแบบจะขึ้นบินได้ในที่สุด
กระนั้นในฝันที่เป็นจริง ก็อาจมีการจากพรากที่ยิ่งใหญ่เกิดพร้อมกันไปด้วย

หนังเดินเรื่องด้วยภาพที่ใช้เส้นน้อย สีอ่อนหวาน แม้ตอนที่พระนางพบกันในเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวจากแผ่นดินไหว ก่อนจากไปโดยต่างมิได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ก็ใช้สีที่ไม่เข้มข้นเกินจำเป็น เพื่อสื่ออารมณ์ที่ผู้ชมควรต้องรู้สึกได้
ซึ่งแม้จะเป็นเพียงภาพเส้นลายสี ความรักความห่วงใยระหว่างตัวละคร ความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จ ฝันที่ไร้พรมแดนของชาติพันธุ์หรือการเมืองมาเป็นอุปสรรค ที่ไม่น่ายากจะเข้าใจ ก็สามารถเปล่งประสิทธิภาพได้ไม่น้อยกว่าภาพแสดงจริง
แต่เรื่องไม่น่ายากจะเข้าใจนั้น ก็ยังมีผู้คนที่เข้าใจความเหล่านั้นได้ยาก
การตอบรับของผู้ชมในตะวันตกเป็นบวก องค์กรวิจารณ์หลายแห่งซึ่งมีผู้ชมจำนวนมากร่วมกันให้คะแนน ล้วนมีเปอร์เซนต์สูงกว่าร้อยละ 80
กลับในประเทศญี่ปุ่นเอง งานชิ้นที่ได้รับรางวัลจากนานาชาตินี้ ซึ่งมีผู้ชมแห่แหนกันไปดูอย่างคับคั่งจนทำรายได้สูงกว่า 3,800 ล้านบาท ชีวิตของวิศวกรนักออกแบบเครื่องบิน ซึ่งปรารถนาจะทำงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด แม้เครื่องบินที่สร้างจะถูกนำไปใช้ในการรบ ก็ยังมีความคิดฝ่ายอนุรักษ์มองว่า เป็นงานซึ่งถูกครอบงำโดยความคิดทุนนิยมเพื่อใช้ประโยชน์ในสงคราม จึงเป็นภาพยนตร์ที่ดูทรยศต่อชาติ และทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์เขวไป
ขณะเดียวกัน ก็มีความคิดอีกด้านเสนอว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการกุมสติกระแสชาตินิยมในประเทศ เพราะการเสนอเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเนื้อหาปี 2466 นั้น ก็เช่นเดียวกับที่เกิดแผ่นดินไหวกับสึนามิในปี 2554 ที่เป็นเหตุให้เศรษฐกิจตกต่ำ อันเป็นโอกาสให้เกิดการปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมาชี้นำประชาชนได้
การอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ง่ายนักที่ความฝันของคนๆหนึ่ง จะแยกออกจากสายใยสัมพันธุ์อันซับซ้อน ซึ่งทบทับสะท้อนกันไปมาจากมุมหนึ่งไปอีกหลายๆมุม หากไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก
ปีกแห่งฝันในวันแห่งรักนั้น อาจมิได้โบยบินไปยังเป้าหมายที่เจ้าของฝันต้องการก็เป็นได้.
มติชม


