ทีเจเผยเหตุตอกกลับคนวิจารณ์ บอกเป็นโรคซึมเศร้า เซ็นซิทีฟ จนจิตแพทย์เตือน อย่าอ่านคอมเมนต์

27.07.17 | 19:58 น.

หลังเกิดเหตุการณ์โดนคนวิจารณ์ในเชิงโชว์ของแบบไม่มีสไตล์ หลังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและสะพายกระเป๋าแบรนด์ดังขึ้นเวที เป็นเหตุให้ทีเจ-จิรายุทธ ผโลประการ โมโหหนัก และเลือกตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำไม่สุภาพนั้น วันนี้ (27 กรกฎาคม) เจ้าตัวที่มาร่วมงาน Urban Decay ณ สยามสแควร์วัน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองเป็นโรคซึมเศร้า และเซ็นซิทีฟมากเมื่อถูกวิจารณ์ในเรื่องต่างๆ ดังนั้น พอเห็นคำวิจารณ์ดังกล่าวจึงโมโหมาก

“วินาทีนั้นผมโกรธ เพราะเป็นคนขี้โมโห เลยพิมพ์ตอบโต้ไป แล้วเขาก็ไม่หยุด สักพักผมก็คิดได้ว่าเราจะตอบทำไม ก็เลยจบนะ แล้วลบทั้งหมดทิ้ง บล็อกเขาหมดทุกช่องทาง”

อย่างไรก็ตาม ทีเจยอมรับว่าการสวมเสื้อผ้าและสะพายกระเป๋าแบรนด์ดังดังกล่าวขึ้นเวทีก็เพราะอยากอวด ตามประสาคนชอบแต่งตัว

“ปกติคอนเสิร์ตอื่นผมก็มีสะพายกระเป๋าขึ้นไปเล่นบ้าง ก็ไม่ได้มีกระแสอะไร แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หลุยส์ ซูพรีมกำลังมา แล้วทุกคนกำลังพูดถึง เลยเป็นกระแส”

“เรามีโอกาสได้ซื้อ มีโอกาสได้ใส่ แล้วมันก็เป็นงานคอนเสิร์ตที่เราชอบแต่งตัวแค่นั้นเอง” ทีเจบอก

Advertisement

เล่าอีกว่า ตอนที่รู้สึกโมโห อยากจะตามไปถึงบ้านคนที่โพสต์ด้วยซ้ำ แต่มีคนเตือนให้ใจเย็นๆ

“วินาทีนั้นผมจะตามไปถึงที่บ้านเลยนะว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน ผมเป็นคนโมโหง่ายด้วย จริงๆ ผมเป็นโรคซึมเศร้าหาหมอมา 2 ปีแล้วยังไม่หาย อะไรที่มันกระทบจิตใจนิดเดียว ผมจะแบบมีอารมณ์ได้ง่ายมาก” ทีเจซึ่งไปหาหมอทุกเดือนและกินยาตามที่หมอสั่งทุกวันบอก

เล่าอีกว่า มีบางช่วงที่พอรู้สึกว่ามีความสุขก็จะมีความสุขมาก แต่พอรู้สึกแย่ก็จะเหมือนดำดิ่ง อย่างไรก็ดี ตอนนี้รู้สึกดีขึ้น

“ผมจะพยายามอยู่กับคนที่เข้าใจเรา แล้วจะไม่อยู่คนเดียวเด็ดขาด เพราะมันอันตรายมากสำหรับผม ก็โชคดีมากที่มีเพื่อนคอยอยู่ด้วย ส่วนครอบครัวผมแยกทางกันตั้งแต่เด็ก แม่ก็อยู่ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว”

บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยคิดสั้น แต่ก็ยังรอดชีวิตมาได้

“หลังจากนั้นผมก็รู้สึกตัวว่าโรคนี้มันร้ายแรงมาก ผมต้องเอาตัวเองไปหาหมอแล้ว เมื่อก่อนผมคิดว่าการไปหาจิตแพทย์เป็นอะไรที่ประหลาดมาก ดูเป็นโรคจิต แต่พอไปหาก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ”

“หลังๆ ผมปรึกษาจิตแพทย์ ว่าผมเป็นคนเซ็นซิทีฟกับคอมเมนต์มาก ผมควรทำไงดี เขาก็บอกว่าอย่าไปอ่านดีกว่า ผมก็ลงรูปเป็นตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เข้าไปอ่านคอมเมนต์” เขากล่าวในที่สุด