‘กันตพิชย์’เปิดใจตกเป็นผู้ต้องหาอุ้ม’เสี่ยเต็นท์รถ’ งัดหลักฐานเด็ดสู้ ยัน…ใครจริงใครหลอก

7.08.17 | 18:27 น.

“กันตพิชย์” เปิดใจตกเป็นผู้ต้องหาอุ้ม “เสี่ยเต็นท์รถ” งัดหลักฐานเด็ดสู้ ยัน…ใครจริงใครหลอก

“โหนกระแส” คืนนี้เป็นเรื่องราวของการอุ้มเสี่ยเต็นท์รถ ที่ถูกอุ้มไปปล้นทรัพย์จำนวนเกือบ 4 ล้านบาท แต่ยังมีมุมของคนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งวันนี้เขามีอีกมุมหนึ่งว่าตัวเองต่างหากที่เป็นผู้ถูกโกงเงินไป เรื่องราวจะเป็นยังไง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกร ซึ่งผลิตในนาม บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวัน จันทร์-พฤหัสฯ เวลา 20.30-21.00 น. ทางช่อง 28 จึงเชิญคุณกันตพิชย์ (มาร์ค) มาเปิดใจถึงเรื่องนี้

​คุณมาร์ค คือ คนที่ถูกล่าวหา แล้ววันนี้เป็นผู้ต้องหาด้วย ที่บอกว่าไปจ้างตำรวจอุ้มเขา สรุปเป็นตำรวจหรือเปล่า

​มาร์ค “ไม่ใช่ครับ เขาไม่ได้เสี่ยเต็นท์รถ เขาถ่ายรูปภาพตามเต็นท์รถในกรุงเทพฯ แล้วบอกว่าขายรถ รถผมเขายังถ่ายเลยครับ”

​เรื่องมันเกิดอะไรขึ้นคุณมาร์ค

Advertisement

​มาร์ค “เขาโกงรถผมไป 1 คันพร้อมกับเงินสด”

​คุณไปรู้จักเขาได้ยังไง

​มาร์ค “คือ ผมไปเที่ยว สถานที่เที่ยวแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ กำลังเข้าไปที่ร้าน เขาก็เดินเข้ามาว่าใช่มาร์คหรือเปล่า เราก็ถามว่าใครเหรอ เพราะเราก็ไม่รู้กันมาก่อน เขาก็แนะนำตัว คือกลุ่มรถเขาก็บอกกันว่าคนคนนี้เป็นยังไง แต่เราก็ยังไม่ได้ฟังความจากใคร เชื่อใครทั้งนั้น เขาก็เปิดประเด็นเลยว่าอย่าพึ่งเชื่อสิ่งที่ได้ยินมานะ ให้เขาได้พูดบ้างว่าเขาเป็นคนยังไง”

​หลังจากนั้น มีเรื่องซื้อรถกันได้ยังไง

​มาร์ค “เขาก็ให้นามบัตรเรามา และมีการได้แลกเบอร์กันวันนั้น จริงๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ จนมาถึงเดือนมกราคม 60 ผมจะขายรถเบนซ์ในราคา 1 ล้านบาท เขาบอกได้เลย เดี๋ยวขายให้เป็นรถคลาสสิกที่คนหา เขาก็บอกให้ทำเอกสาร เซ็นโอนลอยให้เรียบร้อย ผมก็เลยโอเค แต่ก็มีคุยกับน้องว่าจะดีเหรอ เขาก็บอกไม่เป็นไร ถ้าลูกค้าจบจะได้ขายเลย เขาเอารถไปก่อนพร้อมเอกสาร เป็นใบโอนลอย ส่วนเงินยังไม่ได้ คือ เขาอ้างว่า ถ้าลูกค้าจบเลยจะรีบรับเงิน เขาเหมือนพ่อค้าคนกลาง หลังจากนั้นผ่านไป 1 วัน เขามีรถนิสัน 350Z มาขายผม ไม่เกี่ยวกับรถเบนซ์คันที่ขายไป เราก็ถามว่ารถถูกต้องหรือเปล่า เพราะรถคันนี้ราคาเป็นล้าน เขาก็บอกว่าถูกต้องล้านเปอร์เซ็นต์ เราก็เลยว่างั้นโอเคขอดูรถเลย เขาก็เลยให้เราโอนเงินไป 4 แสน 6 รถยังไม่ได้เลย เขาอ้างว่าขอใช้รถคันนี้เพื่อไปจบคันเบนซ์ก่อน เหมือนยืมรถใช้ เล่มรถเขาก็ไม่ให้ เขาบอกเดี๋ยวเล่มตามมาพร้อมรถ ผมก็ยอม ยอมรับเลยว่าพลาดตรงนี้”

​แล้วยังไงต่อเมื่อเขาหายไปเลย

​มาร์ค “ผมก็เลยเข้าแจ้งความ ช่วงเดือนเมษาก็ออกหมายจับ ไปจับได้ที่คูคต ซึ่งมารู้ทีหลังอีกว่าเหตุที่จับที่นู้น เพราะมีคดีกับอีกคนหนึ่ง เอารถเบนซ์เขาไปเหมือนกัน ตำรวจเช็กว่ามีคดีเราอีกคดีก็เลยตามเรา เพื่อติดต่อว่าเขาโดนจับแล้วนะ เราก็รีบไปวันนั้นเลย เขาก็ร้องไห้ ยินดีสารภาพ และชดใช้ทั้งหมดภายในปีนี้ สุดท้ายเขาประกันตัวออกไป ซึ่งจบแล้วในเรื่องของหมายจับแรก แต่เงินผมก็ยังไม่ได้คืนอยู่ดี ยังมีเรื่องที่ค้างคากันอยู่”

​แล้วเรื่องเป็นมายังไงต่อ

​มาร์ค “หลังจากนั้นก็ไปขึ้นศาล ไกล่เกลี่ย แต่เขาก็ไม่ไป จนศาลก็ออกหมายจับอีกใบนึง”

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เขาอ้างว่าคุณเอาคนไปอุ้มเขา

​มาร์ค “ไม่จริงเลยครับ พอเราได้หมายจับอันนี้ เราก็โทรไปนัดเขา ไม่ได้คิดว่าเขาจะรับสาย แต่บังเอิญเขารับ ก็คุยกันเรื่องคดีว่าจะจบหรือจะหาทางออกยังไงดี เขาก็รับนัดนะ นัดเจอกัน 2 ทุ่ม ที่ เดอะสตีท ผมไปคนเดียวก่อน พอไปถึงผมก็เจอเขานั่งคุยกัน คุยไปคุยมา เขาก็เริ่มที่จะไม่ยอมรับ นี่เป็นเหตุที่ผมโทรไปหาคนดูแลของผม ซึ่งมาทั้งหมด 4 คน คือ พอดีผมทำเรื่องจิวเวลรี เวลาขนของตอนกลางคืน ก็ต้องใช้เขา ข่าวออกมาแบบนี้ ผมไม่เคยบอกเลยว่า เป็นตำรวจ เป็นทหาร แต่ผมโทรตามคนของผมมาจริง หลังจากนั้นเขาก็จะหนี แต่ผมบอกว่าผมมีหมาย ก็เลยล็อกตัวเขาไว้ด้วยการใส่กุญแจมือ เอาพาขึ้นรถ แล้วปลดกุญแจมือให้ บอกเขาว่าถ้าไม่เคลียร์จะส่งให้ตำรวจ เขาก็ร้องไห้ ไม่ส่งได้มั้ย เขากลัว เราก็บอกไม่ได้ ถ้าไม่เคลียร์วันนี้ก็ต้องส่ง เขาออกอุบายให้ไปเก็บของที่ย่านพหลโยธิน 66 ผมไปครับ อยู่บนรถปลดกุญแจมือเขาเรียบร้อย เขาเก็บกวาดห้องในห้องเขา ผมไม่ได้ทำอะไรเลย เขาเก็บนาฬิกา เก็บของใส่กระเป๋าใบใหญ่ ของในกระเป๋าผมไม่ได้เอา ถ้าผมเอาจริงผมคงเป็นคนถือเอง พอลงมาก็ขึ้นรถ เขาบอกเอาตรงนี้ไปได้มั้ย ผมบอกไม่เอา คือมีหลายคนบอกว่าของ ของเขาอาจจะไม่แท้ ผมก็เลยไม่เอา เพราะผมไม่ได้ประสงค์เอาอะไรอยู่แล้ว อยากให้ดำเนินคดี หลังจากนั้นเขาก็ออกอุบายให้เพชรเกษม 54 ไปเอารถลัมโบร์กีนี เขาอ้างว่าเป็นของพี่ชาย ผมก็ไป ไปถึงบ้าน ผมก็ลงจากรถมายืนรอ ซึ่งก็ไม่ได้ พอไปหน้าบ้านเขาก็เรียกชื่อคนคนหนึ่ง แล้วก็วิ่งหนีเลย ผมไม่ตาม เพราะผมกลัวอันตรายเหมือนกัน เพราะซอยมันมืด ส่วนกระเป๋าใบนั้นผมไม่ทราบจริงๆ เพราะตอนลงจากรถ ผมลงไปก่อน เขาเชื่อว่าเขาเอาลงแล้วไปวางอีกที่หนึ่ง สุดท้ายก็แยกย้ายกัน ถัดมาอีก 2 วันผมก็โดนแจ้งความ”

ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28