หายหน้าหายตาไปจากวงการพักใหญ่ สำหรับ บี๋-สวิช เพชรวิเศษศิริ ที่ล่าสุดก็ได้มาออกรายการ คุยเช้าShow โดยเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่คิดหาทางลงทุนธุรกิจที่น่าจะได้ผลตอบแทนกลับมานอกเหนือจากการถ่ายละครหลังจากที่ไปรู้จักกับบุคคลคนหนึ่ง
“ผมไปหลงกลในเรื่องของโควต้าลอตเตอรี่”
ซึ่งคนคนนั้นก็ได้แอบอ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ในกองสลากฯ ได้โควต้ามา 200 ล้าน ในราคาทุน
“เมื่อก่อนขายใบละร้อย อาจจะได้ใบละ 80 กว่าแล้วมาปล่อยโดยมีส่วนต่าง โดย 3 เปอร์เซ็นต์แรกเนี่ยนายหน้าได้ไป อีก 3 เปอร์เซ็นต์คืนทุนให้กับคนที่ได้โควต้ามา และส่วนสุดท้ายคืนให้กับเรา”
ถ้าครั้งนึงลง 1 ล้านบาท จะได้ดอกเบี้ย 3 หมื่นบาทต่องวด โดยเขานั้นก็ได้ร่วมลงทุนไปเช่นกัน
“ล็อตแรกลงไป 2 ล็อตหลังลงไป 3 เป็น 5 ล้านบาท”
พอลงทุนไปงวดแรก เขาจ่ายเป็นดอกเบี้ยคืนมา พองวดที่ 2 ตนเองเริ่มรู้สึกแปลกๆ เลยไปขอยกเลิก
“เขาก็บอกมาว่า ถ้าอยากได้เงินคืน คุณไปฟ้องเลย แล้วเขาก็อ้างชื่อบุคคลที่เป็นนามสกุลอัยการใหญ่โต”
สิ่งที่รู้สึกแปลกจนต้องไปขอเงินคืนนั้น เขาได้เล่าให้ฟังว่า เป็นเพราะเขามีตัวละครเพิ่มมาเรื่อยๆ แล้วพอไปเช็กตัวแทนจากกองสลากฯ ไม่มีชื่อเขาอยู่ในนั้นเลย ก็เลยทำให้เริ่มไม่มั่นใจ
ซึ่งตอนนี้ยังเป็นคดีจนถึงทุกวันนี้
“ก็อยากเตือนภัยว่า ดอกเบี้ยต่างๆ แล้วเราไปโลภอยากได้ เพราะขนาดแบงก์ต่างๆ ดอกเบี้ยยังไม่เท่านี้เลย”
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ทำเอาตนเองถึงกับเครียดหนักจนกินข้าวไม่ลง ตอนนั้นก็โทษตัวเองว่าทำไมเราโง่ขนาดนี้ เราไปเชื่อได้ยังไง
“เชื่อมั้ยว่าผมตักข้าวขึ้นมาเนี่ย 2 เดือนแรก ผมกินไม่ลง เพราะมันเป็นฉากที่เราโดนมาสารพัดอย่าง”
“แล้วเราไปทวงเงินที่บ้านเขา เรากลับถูกดำเนินคดีว่าไปบุกรุกบ้านเขา”
จนทำให้วูบนึงของความคิด รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ต่อไปอีกแล้ว เป็นโมเมนต์ของคนที่หาทางออกไม่เจอ
“เราก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็เลยรู้สึกว่า หรือเราอย่ามีชีวิตอยู่เลยดีกว่า แต่นั่นมันเป็นเพียงแค่ความคิดนะ”
“แต่มันก็มีความคิดเข้ามา ถ้าเราตายแล้วคนข้างหลังจะเดือดร้อนมั้ย” เขาว่า
และสิ่งที่ดึงสติกลับมาได้คือการที่เคยได้บวชเรียนครั้งหนึ่ง
“ก็ได้ดึงกลับมาว่า การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์มาก แล้วก็เป็นภาระให้ผู้อื่น แล้วปัญหาไม่ได้แก้ไข คนโกงก็ยังลอยนวล ถ้าเราทำแบบนั้น แต่เรายังมีช่องแสงสว่างเล็กๆ รอเราอยู่”
ติดตามเรื่องราวทั้งหมดของเขาได้ที่คลิปนี้
ขอบคุณคลิปจาก Orange Mama

