แค่ 1 ในหลายล้านส่วนที่ทำได้ คำสอนของพระมหากษัตริย์ที่ ‘จุ๋ย วรัทยา’ นำมาใช้

14.10.17 | 14:32 น.

วันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้ว พสกนิกรชาวไทยประสบความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 1 ปี แต่กระนั้นเมื่อคุยเรื่องนี้กับ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา เธอก็บอกเลยว่า “ยังสั่นสะเทือนข้างในอยู่ลึกๆ เลยค่ะ”

“คิดถึงทีไรก็ยังรู้สึกใจหาย”

“ตอนนี้อาจจะไม่ได้มีน้ำตา ร้องไห้ทุกวันเหมือนเดือนตุลาคม ปี 2559 ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ตอนนั้นพอนึกถึงทีไร ก็สามารถน้ำตาปิ่มได้ทุกที”

“มันกลายเป็นความทรงจำที่ฝังแน่นในหัวใจคนไทยทุกคน”

และเมื่อได้เห็นการเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์ท่าน ความรู้สึกนั้นก็เพิ่มทบทวี

Advertisement

“คือยิ่งเห็นทุกอย่างเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ ยิ่งใกล้วันถวายพระเพลิงอย่างแท้จริง ก็ยิ่งเหมือนการถามตัวเองว่านี่เป็นเรื่องจริง จริงๆ แล้ว ใช่ไหม”

“ก่อนหน้านี้เราอาจจะคิดว่ายังมีพระองค์ท่านอยู่ แต่คราวนี้เหมือนทุกอย่างเสร็จสิ้น พระองค์จะทรงจากพวกเราไปจริงๆ บนโลกแห่งนี้”

อย่างไรก็ตามสำหรับเธอ ซึ่งก็น่าจะเหมือนชาวไทยทุกคน คือแม้พระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระบรมราโชวาทของพระองค์จะเป็นสิ่งที่ประทับอยู่ในใจไปตลอด

“พระบรมราโชวาทเป็นสิ่งที่จะอยู่ในใจจุ๋ย รวมถึงภาพของพระองค์ที่ติดตาของเราตั้งแต่เด็กๆ”

“จุ๋ยเป็นเด็กที่ยังเห็นท่านทรงงาน ทุก 2 ทุ่มจะมีข่าวในพระราชสำนักก่อนการ์ตูนมา แล้วสิ่งนั้นเหมือนภาพฝังใจ ฝังอยู่ในความทรงจำของเรา ว่าพระองค์ทรงเสียสละเพื่อคนไทย ทรงงานหนักมากจริงๆ ทรงลงพื้นที่ตลอด แล้วเราล่ะ”

“จุ๋ยภูมิใจมากๆ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ประเทศที่มีทุกอย่างพร้อม และมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถจริงๆ มีมาตั้งแต่อดีต ทำให้เมืองไทยมีทุกวันนี้ และโดยเฉพาะรัชกาลที่ 9 เป็นรัชกาลที่ทำให้เราได้เห็นความเสียสละของคนที่เกิดมาบนความสุข ความสบาย แต่พระองค์ท่านไม่ได้ทรงเลือกตรงนั้น แต่ทรงเลือกทำหน้าที่อีกแบบหนึ่ง ที่เสียสละเพื่อประชาชน”

เห็นอย่างนี้จึงอดนำมานึกย้อนถึงตัวเองไม่ได้

“บางคนอาจจะเห็นว่าจุ๋ยเป็นนักแสดง เป็นดารา ดูเริ่ดหรูอลังการ ทุกคนต้องให้การต้อนรับ ให้การดูแล แต่ว่าในมุมหนึ่งเราก็อยากจะที่จะเป็นคล้ายๆ พระองค์ท่าน อยากจะทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง อยากทำอะไรที่จุ๋ยรู้สึกว่าตัวเองได้เสียสละบ้าง”

ด้วยเหตุนี้ในทุกๆ เดือนเธอจึงจะทำบุญอย่างน้อยครั้งหนึ่งไม่ได้ขาด

“เพื่อให้ใจรู้สึกดี ว่าเราได้เสียสละอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวลา ทรัพย์สิน แล้วก็มีศรัทธากับบางอย่าง เป็นแรงจูงใจให้ทำความดีต่อ”

“ก่อนหน้านี้ที่ทำติดต่อกันมาหลายปี คือในปีหนึ่งจะมีโปรเจ็กต์ใหญ่โปรเจ็กต์หนึ่งที่จะทำร่วมกับเพื่อนๆ แล้วพอมาคบกับ คุณพุฒ (ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน) ก็ชวนคุณพุฒมาทำด้วยกัน เรียกว่าเป็นโครงการสไมล์ ทูเก็ตเตอร์ ที่ทำให้กับเด็กๆ ที่อาจจะอยู่ห่างไกล ต้องการกำลังใจ ทุนการศึกษา ซึ่งบางครั้งอาจจะมีหน่วยงานอื่นไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ”

“ส่วนในแต่ละเดือนจะเป็นการเสียสละในส่วนของตัวเอง ในการที่ไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา”

“แล้วที่ขาดไม่ได้เลย สิ่งสำคัญที่สุด คือ พ่อแม่ที่จะต้องดูแลอย่างดีที่สุด”

“จุ๋ยคิดว่าการทำบุญอะไร ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับการดูแลพ่อแม่ให้ดี”

เธอยังบอกด้วยว่าการพยายามก้าวตามรอยที่พระองค์ท่านทรงชี้แนวทางไว้ให้นั้น ทำให้รู้ว่า ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสียสละมากเพียงไหน

“ทรงเสียสละมากกว่าเราเป็นหลายล้านเท่า ของเราแค่นิดเดียวเอง”

กับพระบรมราโชวาทของพระองค์ จุ๋ยก็ว่าเธอนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันในหลายๆ ด้าน

“พระบรมราโชวาทของพระองค์ หลายๆ คำจะเป็นหลักธรรม หลักของพระพุทธศาสนา ที่เราสามารถทำได้ แล้วชีวิตเราก็มีความสุขด้วย”

“เรื่องหลักของการทำงาน ท่านก็ทรงสอนเรื่องการทำงานกับคนหมู่มาก จุ๋ยก็เอามาปรับใช้ เพราะเราอยู่ในวงการบันเทิง ทำงานกับคนหลากหลายรูปแบบ สิ่งที่จะทำให้เราสามารถไปต่อได้ คือหน้าที่ ทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดี แล้วเดี๋ยวหน้าที่ของพวกเราจะประสานกันเอง งานชิ้นนั้นก็จะประสบความสำเร็จ”

อีกเรื่องที่จุ๋ยบอกด้วยรอยยิ้มว่า เธอนำมาปรับใช้และรู้สึกทำให้ชีวิตดียิ่ง คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

“ทุกวันนี้มีความสุขกับชีวิตของตัวเองมากๆ ที่เรารู้จักว่าความสุขคืออะไร แล้วเราเพียงพอกับสิ่งไหน อะไรที่เรามีความสุข เราก็รักษาไว้ ส่วนอะไรที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต การฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ก็พยายามลดลง แล้วก็กลับไปอยู่กับธรรมชาติ”

“จุ๋ยมาแบบเด็กต่างจังหวัด แล้วโชคดีที่เจอคุณพุฒ เขาเป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน เป็นคนที่ไม่ช้อปปิ้ง ไม่อะไรเลย บ้านเขาก็อยู่กับธรรมชาติ ทุกวันนี้จุ๋ยใช้มะนาวสวนคุณพุฒทำกับข้าวทุกวัน พ่อแม่ทำขายด้วย ทำกินด้วย แล้วก็แจกจ่ายมาถึงลูกหลาน”

“มีพระบรมราโชวาทอีกมากมายที่เราไม่อาจจะแปรมาตรงทุกตัว แต่สามารถปรับใช้ เป็นทางสายกลางให้ชีวิต”

 แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานไว้แก่ชาวไทยทุกๆ คน และเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น