เล่มเด็ด-เล่มเด่น ในงานมหกรรมหนังสือ

28.10.17 | 17:43 น.

เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22 ที่จัดขึ้นในธีมความทรงจำ งานนี้สุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ บอกเลยว่าประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดการไว้ โดยคาดว่าเมื่อจบงานจะมีผู้เข้าร่วมชมงาน 1.8 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรกคือ 1.5 ล้านคน โดยมาจากความต้องการของประชาชนที่ต้องการเก็บสะสมหนังสือเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้เป็นความทรงจำ จึงทำให้หนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระองค์เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ ขณะที่ยอดขายหนังสือของสำนักพิมพ์ต่างๆ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ที่เดิมคาดว่าอยู่ที่ 500-600 ล้านบาท ก็น่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับงานมหกรรมหนังสือปีก่อน

ท่ามกลางหนังสือเป็นล้านปกจากสนพ.ต่างๆนั้น นี่คือหนังสือที่เราคัดมาแล้วว่าเด็ดจริง  และเป็นเล่มที่เราไม่อยากให้คนรักหนังสือพลาดเลย เริ่มกันเลยดีกว่า

เล่มแรก ไฮไลท์ของงานครั้งนี้ ที่ใครไปใครมาก็ถามหาแต่เล่มนี้ต้องนี่เลย สู่ฟ้าเสวยสวรรค์  โดยสนพ.มติชน เพราะครบถ้วนทุกความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม ประณีตศิลป์ พร้อมภาพประกอบ 4 สีทั้งเล่ม ถือเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์แห่งการสร้างพระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 ที่ทุกคนควรมีไว้ในครอบครองอย่างยิ่ง เพราะมั่นใจมากว่า  ณ เวลานี้ ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่ทำประเด็นดังกล่าวได้ครบถ้วนงดงามเท่าสู่ฟ้าเสวยสวรรค์อีกแล้ว

Advertisement

อีกเล่มที่สร้างความฮือฮามากๆคือ การงานอันเป็นที่รักจาก Way of Book ที่คนถามหาตั้งแต่หนังสือยังไม่ออกจากโรงพิมพ์ หนังสือเล่มสวยมากๆนี้ เป็นหนังสือรวมพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่งดงามที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา ปกเป็นผ้าแคนวาสชนิดพิเศษ เนื้อนอกงามแล้ว เนื้อในงามยิ่งกว่า นี่คือหนึ่งในหนังสือที่สามารถอ่านได้ในหลายระดับ ตามแต่ประสบการณ์ชีวิต เพดานความคิด สติปัญญา และความสนใจในแต่ละช่วง แต่มีประโยชน์กับทุกคนแน่ๆ

กลับไปที่สนพ.มติชนกับ ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่๕ โดย ดร.อาวุธ ธีระเอก ว่าด้วยเรื่องราวของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่แม้จะมีความพยายามพัฒนาประเทศเพื่อความศิวิไลซ์ แต่การศึกษาภาษาอังกฤษที่ควรจะช่วยพัฒนาบุคลากรทุกคนในรัฐ กลับเพิ่มช่องว่างระหว่างชนชั้น สร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น หาคำตอบได้จากเล่มนี้

ใครที่ชอบอ่านงานประวัติศาสตร์-วรรณกรรม แนะนำ วงศาวิทยาของอิเหนา ปัญหาเรื่องลิ้น ความลื่นไหลของสัญญะ และการเดินทางสู่โลกของปันหยี โดย ผศ.ดร. ทวีศักดิ์ เผือกสม เล่มนี้ สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนคำนิยมให้เลยว่า “วงศาวิทยาของอิเหนาฯ เป็นงานวิเศษมากๆ ที่ให้ความรู้ใหม่ๆ มหาศาล เห็นโลกชวา-มลายู ทะเลสมุทรสุดขอบจักรวาล ที่ผมไม่เคยพบมาก่อน” อยู่ที่สนพ.ยิปซี

ขอแนะนำงานของผู้เขียนคำนิยมเล่มก่อนหน้ากันบ้างกับ งานศพ ยุคแรกอุษาคเนย์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ จากสนพ.นาตาแฮก ซึ่งปรับปรุงใหม่ส่วนหนึ่งจากหนังสือพระเมรุมาจากไหน โดยในเล่มมีเนื้อหาตั้งแต่โกศมีต้นแบบมาจากหม้อฝังกระดูกเมื่อ 2500 ปี จนถึงพระเมรุเผาศพ และมีอีกประเด็นที่เสริมใหม่คือ การทำความเข้าใจประเพณีฝังศพครั้งที่สองกับเรื่อง “ขวัญ”  โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีและมานุษยวิทยามาอธิบาย

สนพ.อมรินทร์มี “เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า” หรือ First They Killed My Father โดย หลง อึ้ง ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้เขียน และถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบันทึกเรื่องราวจากความทรงจำ ที่บันทึกเรื่องของเธอเองและครอบครัวที่เกิดขึ้นในยุคที่เขมรแดงของนายพลพตเข้าครองและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศกัมพูชา จากชนชั้นของครอบครัวเธอ จริงๆจะต้องถูกฆ่า แต่พวกเขาได้ปลอมตัวเป็นชาวนา จึงถูกนำไปกักขังไว้ในค่ายกักกัน

ที่สนพ.เอิร์นเนสต์มี 2 เล่มน่าสนใจมากๆ คือ กำเนิดกระแสเกาหลี หรือ The Birth of Korean Cool โดย Euny Hong ที่เราเคยสงสัยๆว่า  เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลี ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่กลายผู้ส่งออกวัฒนธรรมรายใหญ่ของโลก ในระดับ“เพลงรักในสายลมหนาว” โด่งดังไปทั่วเอเชีย จนชาวอิหร่านต้องจัดสรรเวลากินข้าวเพื่อจะได้ดูซีรีส์เกาหลีโดยไม่ถูกขัดจังหวะ หาคำตอบได้เลยจากเล่มนี้ อีกเล่มคือ ศรัทธาไม่เงียบ หรือ Silence ผลงานชิ้นสำคัญของ Shusaku Endo เป็นนิยายที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริง และเป็นโปรเจ็คต์ในฝันของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ มานานจนกระทั่งหนังได้เข้าฉายในไทยปีนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของบาทหลวงชาวโปรตุเกสสองรูปที่เดินทางเข้าไปในญี่ปุ่นช่วงที่มีการกวาดล้างศาสนาคริสต์ และต้องประสบกับชะตากรรมที่ถือเป็นบททดสอบต่อความเชื่อของพวกเขา

พระมหากษัตริย์ –ขุนนาง: นาย-ไพร่ ในโครงสร้างสังคมไทยยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดย รศ.ดร.มรว. อคิน รพีพัฒน์ เป็นผู้เขียนและบรรณาธิการ ส่วนดร.สายพิณ ศุพุทธมงคล คือผู้แปล จากสนพ.คบไฟ หนังสือเล่มนี้มาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของอ.อคิน  ที่วิเคราะห์โครงสร้างสังคมไทยยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ในมุมมองที่ว่าคนไทยมองการจัดกลุ่มของคนว่าคล้ายกับการจัดกลุ่มของช้าง คือต้องมีหัวหน้าที่เป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างให้คนในกลุ่มเดียวกันทำตาม ทั้งในกลุ่มที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งกลุ่มนี้เกิดจากความสัมพันธ์สองฝ่าย (dyadic relationships) ระหว่างหัวหน้ากลุ่มกับสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มอีกด้วย

ที่สนพ.แซลมอนมี 2 เล่ม 2 แนวที่น่าสนใจ คือ ผจญภัยในแดนเทศ โดย อาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์เกี่ยวกับคนไทยที่บังเอิญไปมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์สำคัญของโลก อ่านแล้วรู้เลยว่าคนเขียนซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ทำการบ้านดีมาก ถึงค้นเจอเรื่องราวที่ตกหล่นไปในขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์ได้ขนาดนี้ อีกเล่มคือ ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า โดย จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ เป็นรวมเรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปีนี้ ซึ่งนักเขียนยืนยันว่าเป็นรวมเรื่องสั้นที่คิดว่าดีที่สุดในรอบ 7 ปีตั้งแต่เริ่มเขียนหนังสือมา โดยทุกเรื่องมีประเด็นที่ชัดเจนที่จะเล่าถึงสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ได้อย่างมีศิลปะในทิศทางของงานวรรณกรรมในมือคนรุ่นใหม่

แฟนหนังสือของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา อย่าพลาด “PAST | ปัญญาอดีต จาก Openbooks เป็นงานเขียนที่จะสั่นสะเทือนโลกทัศน์ ความกลัว ความกล้า และท้าทายจนถึงแก่น พร้อมแสงสว่างแห่งปัญญาเพื่อนำพาผู้อ่านสู่อนาคต เพราะการเข้าใจพลังและพลวัตของประวัติศาสตร์ จะทำให้ยืนได้อย่างองอาจ เมื่อประวัติศาสตร์หน้าใหม่เดินทางมาถึง

ที่ Openworlds มีเล่ม เศรษฐกิจจีน: ปริศนา ความท้าทาย และอนาคต โดย Justin Yifu Lin หรือ หลินอี้ฟู นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน และถือเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกที่ไปจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก ม.ชิคาโก ในวัย 34 ปี ก่อนกลับมาทำงานรับใช้บ้านเกิด เล่มนี้แปลโดย รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงพาเราไปท่องประวัติศาสตร์หลากรสของเศรษฐกิจจีน แต่ยังวิเคราะห์รากฐานแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน รวมถึงฉายภาพปัญหาในปัจจุบันและคาดการณ์อนาคตของเศรษฐกิจจีนได้อย่างเจาะลึกและรอบด้าน

นายคำ เป็นงานเล่มใหม่จาก รศ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ โดยสนพ.อ่าน เป็นเรื่องราวของนักเขียนระดับโลกที่ผู้เขียนอธิบายว่ามุ่งแนะนำชีวิตและผลงาน หรือทัศนะต่อการประพันธ์ของนักเขียนเหล่านี้ที่คิดว่าน่าจะให้แง่คิดหรือสร้างแรงบันดาลใจแก่นักอ่านและนักเขียนบ้านเราให้ขวนขวายหางานของพวกเขามาอ่านตามอัธยาศัย

ศาลรัฐประหาร: ตุลาการ ระบอบเผด็จการ และนิติรัฐประหารโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล คือหนังสือที่นำเสนอมุมมองใหม่ต่อศาลว่าศาลไม่ใช่องค์กรที่เป็นกลางและไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง การตรวจสอบถ่วงดุลกับศาลจึงต้องเริ่มต้นจากการถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ของศาล ทำให้ศาลลงมาอยู่ในระนาบเดียวกับองค์กรทางการเมืองอื่นๆ และอีกเล่มคือ การปฏิวัติที่ถูกตัดตอน : ชาวนา นักศึกษา กฎหมาย และความรุนแรงในภาคเหนือของไทย โดย Tyrell Haberkorn ซึ่งว่าด้วยประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของชาวนาชาวไร่และนักศึกษาในภาคเหนือ ซึ่งเริ่มขึ้นหลังปฏิวัติประชาชน 14 ตุลา 2516 และถูกทำลายลงหลังการสังหารหมู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ทั้ง 2 เล่มอยู่ที่สนพ.ฟ้าเดียวกัน

อ่านหนักๆมาเยอะแล้ว มาเล่มน่ารักๆกันบ้างกับ ยายฝากบอกว่าขอโทษ” หรือ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry  จากสนพ. Merry-Go-Round หนังสือใหม่ของ Fredrik Backman ผู้เขียน “ชายชื่ออูเว” ที่ตอนนี้ฮอตสุดๆไม่แพ้ชายชื่ออูเวเลย  ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเอลซ่า เด็ก 7 ขวบที่ “ไม่เก่งกาจอะไรในการเป็นเด็กเจ็ดขวบ” และยายของเอลซ่า หญิงชราอายุ 77 ที่ “ไม่เก่งกาจในการเป็นคนอายุเจ็ดสิบเจ็ด” เช่นกัน ท่ามกลางความอบอุ่นหัวใจและความเศร้าเล็กน้อยถึงปานกลางในนิยายเล่มนี้นั้น เสน่ห์มากๆที่ทำให้เรื่องไม่ดราม่าคือการวางตัวละครในลักษณะดังกล่าว ซึ่งสร้างอารมณ์ขันแบบจิกกัดกวนโอ๊ยได้ตลอดทาง ไม่น่าแปลกใจเลยที่รีวิวจากนักอ่านทั่วโลกจะชื่นชมมากมาย

“มอง” A storybook โดย ถิงชู  เป็นหนังสือภาพสี่สีงดงามจากสนพ.ปลากระโดด ว่าด้วยเรื่องราวภายในของเด็กน้อยหรือเด็กน้อยภายใน ก็แล้วแต่จะตีความ ฝีมือวาดของถิงชู ลายเส้นนุ่มนวลงดงามของมองนั้น สะกดสายตาให้ต้องจ้องมอง แล้วค่อยๆครุ่นคิดไปกับสิ่งที่เด็กน้อยเล่าทีละหน้าๆ จนจบเล่มไม่รู้ตัว

นิยายสั้นๆอย่าง จากดวงจันทร์” โดย Milena Agus  ซึ่งแปลโดย นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สนพ. อ่านอิตาลี นิยายเรื่องนี้ในปี 2016 ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ From the Land of the Moon นำแสดงโดย มารียง โกตียาร์ ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งโหยหาความรักในนิยามของตนอย่างทุรนทุราย ถึงขนาดจะยอมตายหากไม่ได้รู้จักความรักในชาตินี้  จนคนหาว่าเธอบ้าและมาจากดวงจันทร์

ต่อความรวดร้าวกันด้วย วันหนึ่งในความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย” รวบรวมเรื่องสั้นของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ที่ก้ำกึ่งระหว่างเรื่องราวสมจริงแต่เล่าเรื่องแบบเเฟนตาซี จิดานันท์เขียนหนังสือได้หลายแนว งานเขียนของเธอจึงมีเสน่ห์ทั้งในแง่ของมุมมองและกลวิธีการเล่า และก้าวผ่านความซ้ำไปด้วยความสด

ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ กับ จดหมายถึงผู้ชายคนแรก, I miss you, Dad” มาจาก Maxx Publishing และ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป เล่มแรกฮอตมากๆ เพราะหนังกำลังจะเข้าฉาย แถมชื่อยังสะดุดหูแบบต้องหยิบมาอ่านเลยทีเดียว เป็นนิยายแปลญี่ปุ่นซึ่งเขียนโดย Yoru Sumino และแปลโดย ธีราภา ธีรรัตนสถิต ว่าด้วยเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของ 2 หนุ่มสาว ความลับที่ต้องเก็บงำ แฝงด้วยอารมณ์ขันของตัวละคร นิยายเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่นขายไปได้ 1.2 ล้านเล่ม ส่วนจดหมายถึงผู้ชายคนแรก, I miss you, Dad ก็เป็นเรื่องของความรักเช่นกัน แต่เป็นความรักพ่อ เราไม่ค่อยเห็นเรื่องราวที่ลูกสาวเขียนเกี่ยวกับพ่อมากนัก แต่เล่มนี้โดย รณิดา บุญฤทธิ์ คือบันทึกความทรงจำของลูกสาวคนหนึ่งถึงพ่อ ที่เติบโตมาท่ามกลางความรักที่ไม่แสดงออก แต่ในความใกล้ชิดที่ไม่ใกล้ชิด เราเห็นสายสัมพันธ์อันอบอุ่นที่ล้อมตัวเธอและพ่อเอาไว้ โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของชีวิตพ่อ เป็นความรักในอีกแง่มุมที่อ่านแล้วรู้สึกอุ่นๆ อยู่ข้างใน

คำลวงของล็อก ลาโมร่า หรือ The Lies of Locke Lamora ผลงานของ Scott Lynch แปลโดย พลอย โจนส์ จากสนพ. Word Wonders เป็นนิยายเอปิกแฟนตาซีเกี่ยวกับ ล็อก ลาโมรา จอมโจรหนุ่มที่เก่งที่สุด ตัวละครเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ผูกเรื่องได้ยอดเยี่ยมครบรส สมเป็นหนึ่งในนิยายแฟนตาซีที่ดีที่สุดในรอบสิบปี ถ้าชอบแฟนตาซี อย่าพลาดเล่มนี้เลยล่ะ และถ้าคิดว่าไม่ชอบแฟนตาซี เล่มนี้อาจเปลี่ยนความคิดคุณ… เหมือนที่เราโดนมาแล้ว อ่านสนุกมากๆ

หิมาลัยไม่มีจริง โดย นิ้วกลม จากสนพ. KOOB ชื่อนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้ว มาแจกลายเซ็นทีไรแถวยาวเหยียดทุกที และติดโผหนังสือแนะนำในแทบทุกสำนัก ว่าด้วยการเดินทางสู่ EBC – Everest Base Camp เพื่อพบว่าบนนั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหิมาลัย…ทำไมถึงไม่มีจริงล่ะ ก็เห็นอยู่ตรงหน้า คงต้องอ่านดูเอง แต่สำหรับเราแล้วหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกการเดินทางเท่านั้น แต่เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเขาทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง ทั้งดีร้ายทุกข์สุขและเห็นถึงหลายสิ่งที่เป็นไปชัดเจนขึ้น ผ่านความคิดของผู้ชายคนนี้ที่นับวันก็ยิ่งคมขึ้นทุกวัน

ยังมีอีกหลายเล่มมาก อาทิ “วิชาตัวเรา” โดย องอาจ ชัยชาญชีพ จากสนพ.เป็ดเต่าควาย เป็นรวมความเรียงสิบแปดเคล็ดวิชาที่สูญหายไปจากตัวเรา เรื่องเล่าไปเรื่อยๆไม่บีบคั้นให้คิดตามมากมาย แต่ในระหว่างบรรทัดของความเรื่องนั้น ย้อนมาให้เราตั้งคำถามและทบทวนตัวเอง, แพรกหนามแดง โดย แดนอรัญ แสงทอง เป็นรวมเรื่องสั้นชุดใหม่ของนักเขียนรางวัลซีไรต์ ที่บรรณาธิการสนพ.สามัญชน วชิระ บัวสนธิ์ ให้คำนิยามว่า “หนังสืออนุสรณ์งานศพในสไตล์ แดนอรัญ แสงทอง ”, ยัญพิธีเชือดแพะโดยนักเขียนรางวัลโนเบลชาวเปรู มาริโอ บาร์กัส โยซา ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ จากสนพ.บทจร ที่คอวรรณกรรมเฝ้ารอ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์จากเรื่องจริงของผู้นำเผด็จการที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายมากที่สุดในลาตินอเมริกา, คู่มือนักเขียนโดย จรูญพร ปรปักษ์ประลัย จากสนพ.แสงดาว เล่มนี้นักอยากเขียนทั้งหลายควรอ่าน, แฟนๆ “ทมยันตี” ไม่ควรพลาด “นากพัทธ์หลังจากไปสายจิตวิญญาณมาระยะหนึ่ง เล่มนี้ทมยันตีตีความเรื่องเล่าของแม่นากพระโขนงและพี่มากในมุมมองใหม่ ซึงบอกได้คำเดียวว่าสนุกมาก อ่านตอนกลางคืนแล้วขนลุก ผ้าม่านไหวยังผวามอง ส่วนแฟนสืบสวนสอบสวนจีนอย่าพลาด พลิกศพ 2” ตอน นักล่าค้ามนุษย์ ที่อยู่ในซีรีส์พลิกศพ โดยเดซี่ แปลโดย ภารวิณี ยังเจริญยืนยง จากสนพ.The Mist Publishing ที่ต่างจากงานอื่นก็เพราะนี่นิยายสืบสวนที่อ้างอิงจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง  เขียนโดยนิติเวชหญิงมากประสบการณ์ ผู้คร่ำหวอดในวงการนิติเวชประเทศจีน และสุดท้ายกับ “โอลด์แมนส์วอร์ ปฐมบทสงครามข้ามเอกภพหรือ Old Man’s War ผลงานชิ้นเยี่ยมของ จอห์น สกัลซี่ (John Scalzi) นักเขียนไซไฟชื่อดังแห่งยุค แปลโดย ดาวิษ ชาญชัยวานิช จากสนพ.โซลิส ที่ SFReviews ได้บอกไว้เลยว่า “โอลด์แมนส์วอร์ คือการนำเรื่องสงครามอวกาศอันน่าตื่นเต้นมาผสมรวมกับแนวคิดเรื่องตัวตนของมนุษย์ ความตาย และจริยธรรมในการยืดอายุขัย”

ที่เขียนมานี่คือซื้อหมดแล้ว และคิดว่ากว่าจะอ่านจบ ก็คงจะพอดีกับงานสัปดาห์หนังสือปีหน้าแน่ๆ

……………………………

ดอกฝน