คำชี้แจงจาก ‘เมเจอร์’ เรื่องเปิดโรงให้หนังไทย-ถ้ามีคุณภาพ ทุกอย่างก็จบ

15.03.16 | 18:53 น.

นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวเรื่องเครือเมเจอร์เรียกเก็บค่า ‘วีพีเอฟ’ จากผู้สร้างที่นำภาพยนตร์เข้าฉายในเครือในราคา 24,000 บาทต่อการฉายใน 1 โรง ซึ่งทำให้ผู้สร้างโดยเฉพาะที่เป็นรายย่อยลำบากว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ด้วยก่อนนั้นตอนที่ภาพยนตร์สร้างด้วยระบบ 35 มม. เวลาจะนำเข้าฉายก็ต้องปริ้นท์ฟิล์มเพื่อส่งให้แต่ละโรงเสียค่าใช้จ่ายต่อโรงราว 50,000 บาท ระบบนี้ที่ใช้กันทั้งโลก ไม่ใช่แค่ในไทยจึงเอื้อประโยชน์ให้ผู้สร้างมากกว่า

ขณะที่เรื่องจะให้ภาพยนตร์ไทยยืนโรงนาน 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำได้ไหมนั้น นายวิชากล่าวว่า ตนสนับสนุนภาพยนตร์ไทยอยู่แล้ว เพราะอยากให้อุตสาหกรรมนี้โต ปีนี้จึงร่วมทุนสร้างภาพยนตร์ไทย 500-600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการจะยืนโรงนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณภาพเป็นหลัก

“ถ้าเป็นหนังที่มีคุณภาพคำถามพวกนี้ไม่มีอยู่แล้ว”เขาว่า

ก่อนบอกที่ผ่านมาแต่ละปีบ้านเราจะมีโรงภาพยนตร์เพิ่มราว 40 โรง แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมามีปีละกว่า 100 โรง เฉพาะของเมเจอร์ก็ตั้งเป้าว่าสิ้นปี้นี้จะมี 700 กว่าโรง และเพิ่มเป็น 1,000 โรงในปีหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งผู้ชมนิยมภาพยนตร์ไทย ขณะที่ในกรุงเทพจะนิยมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดมากกว่า ทั้งนี้เมื่อเทียบสัดส่วนภาพยนตร์ไทยกับฮอลลีวู้ดจะอยู่ที่ 30/70 ส่วนโรงภาพยนตร์ในประเทศเพื่อนบ้านปีนี้จะเพิ่มที่ลาวและกัมพูชาที่มีอยู่แล้ว 1 โรง อีกประเทศละโรง โดยมีเป้าหมายระยะไกลว่าอยากมีโรงภาพยนตร์ในประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ 100 โรง

“หนังไทยไปประเทศเพื่อนบ้านได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เวลาเทำเราจึงไม่ได้คิดแค่เมืองไทยแล้ว คิดถึงพม่า ลาว เขมร เวียดนาม ก้าวต่อไปของเราต้องไปให้ไกลกว่าเดิม”นายวิชากล่าวในที่สุด

Advertisement