ตอนที่เรารู้ว่าวรรณกรรมเรื่อง ‘สูญสิ้นความเป็นคน’ จากสำนักพิมพ์ J Lit มียอดขายไปแล้วกว่าหมื่นเล่มภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว บอกตรงๆว่าตกใจมาก
เพราะอย่างที่รู้ๆกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วรรณกรรมหนักๆจะขายได้ขายดีในบ้านเราขนาดนี้ คือขายได้สักสามพันถึงห้าพันเล่มต่อปกหนึ่งนี่ สำนักพิมพ์ก็ถือเป็นความสำเร็จมากระดับจุดพลุฉลองได้แล้ว

แต่ผลงานของ คาไซ โอซามุ เล่มนี้ กลับมาแรงมากๆ และยังแรงแบบไม่มีแผ่ว ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติที่เพิ่งจบไป จากการสำรวจของเราตามบูธต่างๆพบว่า กลุ่มที่มาหาซื้อสูญสิ้นความเป็นคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น … ใช่แล้ว วัยรุ่นยุคนี้ที่มักโดยผู้ใหญ่แปะป้ายถามว่าอ่านหนังสืออะไรกันอยู่นั่นล่ะ นี่ไงล่ะ วรรณกรรมคลาสสิคของนักเขียนญี่ปุ่นชื่อดัง ผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงการวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ คือหนึ่งในเล่มที่พวกเขาอ่าน และในช่วงงานมหกรรมหนังสือ หลายบูธขายหนังสือเล่มนี้หมดตั้งแต่ช่วงกลางงาน
หนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของความบูมในเล่มนี้ นอกจากเพราะกระแส ‘จินยองอ่าน’ ฿จินยอง฿ซึ่งเป็นนักร้องเกาหลีชื่อดังบอกว่าเขาอ่านเล่มนี้ จนทำให้เด็กวัยรุ่นที่ชื่นชอบในตัวจินยองไปหาอ่านตามแล้วนั้น อีกหนึ่งตัวจุดไฟที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือไลท์ โนเวลเรื่อง ‘คณะประพันธกรจรจัด’ ที่สนพ. PHOENIX สนพ.น้องใหม่ซึ่งมาแรงมากๆ นำมาแปลจากเรื่อง ‘Bungou Stray Dogs’ โดย คาฟคา อาซากิริ

งานเขียนประเภทไลท์ โนเวลมีรากมาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นนวนิยายขนาดสั้นๆที่อ่านง่าย บรรยายไม่หนักมาก พล็อตเรื่องไม่ซับซ้อนมากนัก มีภาพมังงะประกอบการอ่านด้วย ไลท์ โนเวล เป็นวรรณกรรมในกระแส Pop Culture ที่ได้รับความนิยมมากจากวัยรุ่น หลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นอะนิเมะ ซึ่งก็รวมถึงคณะประพันธกรจรจัดนี้ด้วย
คณะประพันธกรจรจัด ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับวรรณกรรมของไดโซะ โอซามุโดยตรง แต่นำคาแรคเตอร์ของดะไซ โอซามุมาสร้างเป็นตัวละครในเรื่องนี้ โดยวางให้เป็นนักสืบที่มีพลังพิเศษในสำนักงานนักสืบบุโซ ซึ่งเป็นองค์กรที่นักสืบเจ๋งๆมารวมตัวกันเพื่อไขปริศนาคดีที่ตำรวจทำไม่ได้ เป็นกองกำลังที่คาบเกี่ยวอยู่ระหว่างด้านมืดและด้านสว่าง โดยมีคู่ปรับสำคัญคือพอร์ทมาเฟีย ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมนักฆ่ามือฉกาจเอาไว้

ในไลท์ โนเวลเรื่องนี้ จึงไม่ได้มีแค่ไดโซะ โอซามุคนเดียวเท่านั้น ในเรื่องนี้ตัวละครทุกตัวจะมาจากนักเขียนชื่อดังที่มีตัวตนจริงๆ ทั้งที่เป็นชาวญี่ปุ่นและชาติอื่นๆมาเป็นต้นแบบ และบุคลิกรวมถึงพลังพิเศษของตัวละครก็มีที่มาจากสไตล์ของงานและงานเขียนที่ดังๆของพวกเขา เช่น พลังของไดโซะ โอซามุ คือพลังสูญสิ้นความเป็นคน ที่ทำให้คนที่โดนพลังนี้จะรู้สึกอยากตาย ไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว หรือ ‘โยสะโนะ อากิโกะ’ ถูกวางคาแรคเตอร์ให้เป็นคุณหมอประจำสำนักงานนักสืบบุโซ โยสะโนะ อากิโกะเป็นนักเขียนเฟมินิสต์ พลังในการรักษาของเธอมาจากบทกวีที่ขออย่าให้คนต้องตาย ซึ่งเขียนถึงการต่อต้านสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับรัสเซีย ภายหลังบทกวีนี้ได้ถูกมาสร้างเป็นเพลงด้วย หรือนักเขียนอีกคนที่นักอ่านไทยน่าจะรู้จักกันไม่น้อยคือ เอโดงาวะ รัมโป นักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนิยายสืบสวนสอบสวนญี่ปุ่นยุคใหม่ โดยเน้นการไขคดีด้วยตรรกะ เอโดงาวะ รันโปในเรื่องคณะประพันธกรจรจัด เป็นนักสืบที่มีฝีมือลำดับต้นๆอยู่ในขั้นอัจฉริยะ ซึ่งความสามารถพิเศษของเขาคือความสามารถในการอนุมานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งมาจากการใช้ตรรกะในการสืบสวนคดีนั่นเอง
ไม่ใช่แค่นักเขียนจากฝั่งญี่ปุ่นเท่านั้นนะ ที่ถูกนำคาแรกเตอร์มาโลกแล่นในไลท์ โนเวลเรื่องนี้ เพราะเล่มหลังๆก็มีเพิ่มตัวละครเป็นนักเขียนชื่อดังระดับโลกจากฝั่งยุโรปด้วย อาทิ มาร์ค ทเวน และ จอห์น สไตน์เบค
ในวันที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “วัยรุ่นไทยวันนี้อ่านอะไร” อรรถ บุนนาค บรรณาธิการสำนักพิมพ์J Lit บอกว่าแรกๆก็คิดว่าเด็กวัยรุ่นเฮโลมาอ่านตามกระแส ทั้งกระแสจินยองอ่านเมื่อปีก่อนและตามมาจากไลท์ โนเวลในปีนี้ แต่ปรากฏว่าคิดผิด เพราะพบว่าเด็กๆอ่านวรรณกรรมคลาสสิคได้อย่างเข้าถึงและเข้าใจในรสของเรื่องเล่าที่นักเขียนรังสรรค์ขึ้น ซึ่งตอนนี้สำนักพิมพ์ก็ได้นำวรรณกรรมคลาสสิคของญี่ปุ่นมาหุ้มปกแจ็กเก็ตที่เป็นภาพวาดการ์ตูนด้วย ซึ่งขายดีมากๆ ถือเป็นการทำให้วัยรุ่นได้สั่งสมการอ่านตั้งแต่ยังเด็กๆ รวมถึงเล่มดังอย่าง “สูญสิ้นความเป็นคน” ด้วย
“สูญสิ้นความเป็นคน” คือเรื่องเล่าแห่งเรื่องราวในช่วงชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งถ่ายทอดไว้ในบันทึกสามฉบับ และได้ชื่อว่าเป็นพินัยกรรมของดะไซ โอซามุ นักเขียนผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ โดยฉบับแรกที่ขึ้นต้นด้วยประโยคว่า “ผมผ่านชีวิตอันมากด้วยความอัปยศ” เล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่รู้ว่าควรปฏิบัติกับคนรอบข้างอย่างไร ฉบับที่สองย้อนไปช่วงมัธยมต้น ที่เลือกจะทำตัวตลกเพื่อเรียกร้องความรักจากคนอื่น และใช้ชีวิตด้วยความวิตก เกรงว่าคนอื่นๆจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร ส่วนจดหมายฉบับสุดท้าย เล่าถึงชีวิตหลังความพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่ตายของเขา ก่อนที่จะไปสู่จุดจบที่ทำให้เขารู้สึกว่าสูญสิ้นเป็นความคนไปแล้วอย่างสมบูรณ์
ที่บอกว่าเป็นเสมือนพินัยกรรมของนักเขียนที่เสียชีวิตด้วยการกระโดดน้ำตายในวัยเพียง 38 ปี หลังจากเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วนั้น ก็เพราะบทบันทึกนี้เป็นเสมือนเรื่องเล่าของชีวิตดะไซ โอซามุ บุตรชายในครอบครัวนักการเมืองผู้มั่งคั่ง ที่มีความขัดแย้งทั้งภายนอกภายในจิตใจอย่างรุนแรงมาตั้งแต่เยาว์วัย ผลงานของเขาจึงครองใจนักอ่านมาจนถึงปัจจุบัน
ในวันเสวนา อรรถ บุนนาคบอกว่าเรื่องการอ่านของวัยรุ่น จริงๆแล้วไม่ใช่ปัญหา ปัญหาน่าจะอยู่ที่ผู้อ่านไม่เข้าใจมากกว่าว่าเด็กอ่านอะไรในโลกที่ลักษณะของสารเปลี่ยนแปลงไป
เหมือนที่วรรณกรรมคลาสสิคระดับโลก ได้เข้ามามีพื้นที่ในชีวิตของพวกเขาด้วยยอดขายกว่าหมื่นเล่ม ก็เพราะพลังจากไลท์ โนเวลนั่นเอง
ดอกฝน

