Die Tomorrow “ไม่ชอบวันนี้อีก 3 ปีชอบก็ได้”

24.11.17 | 10:40 น.

จาก ’36’ ,’ Mary is Happy, Mary is Happy’ , ‘The Master’ และ ‘ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ’ ในวันนี้  เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ กลับมากับงานชิ้นใหม่ ‘พรุ่งนี้ตาย -Die Tomorrow’ หนังอินดี้ที่มัดรวมหนังสั้น 6 เรื่อง ที่ว่าด้วยเหตุการณ์ 1 วันก่อนตายของแต่ละคนไว้

“เป็นเรื่องที่คิดในช่วงอายุนี้” ผู้กำกับ วัย 33 ที่มักนำ “ประสบการณ์ส่วนตัวหรือช่วงชีวิตที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่” บอก

ก็เหมือนอย่างที่เขาคิดทำ ‘ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ’ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการใช้ชีวิตในช่วงวัย 20-25 ปีนั่นละ

“แต่พอมาเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องความตาย”

“ปกติจะรู้สึกว่าคนเราคิดถึงความตายต้องแบบแก่ๆ แต่มันไม่จริงเท่าไหร่”

Advertisement

อย่างเขาเองยังคิดในตอนนี้ ตอนที่ได้ไปงานศพบ่อยขึ้น ได้อ่านข่าวคนตายมากขึ้น  “มันก็เหมือนกับใกล้ตัวขึ้น”

คนที่เคยเฉียดตายตอนอายุ15 หรือว่าสูญเสียคนที่รักไปตั้งแต่ยังเด็ก ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

งานเรื่องนี้เต๋อเลือก ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, พัชชา พูนพิริยะ, สิราษฎร์ อินทรโชติ, เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ, วิโอเลต วอเทียร์, ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย, พลอย-รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล, มรกต หลิว, กัญญภัค วุธรา, กรมิษฐ์ วัชรเสถียร มาเล่น ด้วยเหตุผลว่าเคยร่วมงานกันมาแล้วทั้งสิ้น มาเล่น

และก็ได้งานที่ออกมาสมความตั้งในคนทำ

ส่วนจะถูกใจคนดูไหม เขาบอกตามตรงว่า ไม่รู้

บอกอีกว่าทุกครั้งที่ทำหนัง แม้จะตั้งใจเต็มที่ หากก็ไม่เคยคาดหวังผลตอบรับอะไรจากผู้ชม

นอกจาก “หวังให้เขามาดู” บอกพลางหัวเราะ

“แต่จะชอบ ไม่ชอบนี่แล้วแต่เลยครับ เราแค่วางไว้ดูว่านี่คือสิ่งที่เราคิดตอนนี้นะ เราทำมาแบบนี้ หรือเราทำได้แค่นี้ เพราะความสามารถมีแค่นี้ ก็ลองดูกัน”

แน่นอน-งานที่ทำมาเต๋อบอกว่าเขาตั้งใจ ‘ส่งสาร’ บางอย่างมาให้ ส่วนดูแล้วจะรับไปได้ไหม “ไม่ได้คิด” เขาบอกตรงๆ

“ก็อยากให้เขาใจ”

“แต่มันมีปัจจัยหลายอย่างนะ สมมุติเราอาจจะเล่าวิธีการที่แปลกกว่าปกติ เหมือนพูดไทยคำ ฝรั่งเศสคำ บางคนอาจจะไม่เอาเลย บางคนอาจจะเข้าใจในระดับหนึ่ง มันก็เป็นไปได้ แล้วก็รู้สึกว่ามันมีเรื่องอื่นๆด้วย”

เช่น เรื่องของวัย

ยกตัวอย่างเช่น หนังบางเรื่องที่ได้ดูตอนอายุ 20 แล้วรู้สึกไม่สนุกเลย แต่พอกลับมาดูอีกครั้งตอน 27 กลับรู้สึกดีมาก

“เลยไม่รู้สึกว่าเขาต้องชอบในวันนี้หรอก แค่อยากให้เขาลองมาดูเฉยๆ ชอบ ไม่ชอบก็แล้วแต่”

“ไม่ชอบวันนี้อีก 3 ปีชอบก็ได้”-นั่นคือในส่วนคนดู

ขณะที่ในส่วนคนทำ เขาน่ะทั้ง ‘ชอบ’ และ ‘ได้’ ไปเรียบร้อย

“ได้ทำ ได้ถ่ายสิ่งที่เราคิด นั่นคือหนึ่ง สอบคือกับคนดูก็สนุกดี ทุกครั้งที่เอาหนังไปฉาย ดูรีแอ็คชั่นว่าเขาคิดยังไง มีคอนเวอร์เซชั่นอะไร หรือเกิดอะไรขึ้น ก็รู้สึกมีความสุข”

สุขไปพร้อมๆกับการได้เรียนรู้

“เวลาเราทำสคริปต์เกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ มันเหมือนได้เรียนรู้ เหมือนเราตั้งคำถามแล้วหาคำตอบกับมันเยอะๆ ก็กึ่งๆ รีเสิร์ช ตั้งโจทย์ที่สงสัย แล้วค่อยๆขบคิด สุดท้ายพอหนังเสร็จก็เคลียร์ปัญหาไป”

“อย่างสังสัยเกี่ยวกับความตาย เราต้องอ่านในหลายๆแง่มุม พอทำเสร็จก็เคลียร์ตัวเองเกี่ยวกับคำตอบนั้นได้ รู้มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

เทียบงานชิ้นนี้กับอื่นๆที่ทำมา “คิดว่าน่าจะดีกว่างานที่แล้วของตัวเองนะ คือไม่กล้าไปเทียบกับคนอื่นอยู่แล้ว ทำไม่ได้ คนละทางกัน”

“หมายถึงว่าบางครั้งเห็นหนังเขาทำเงินก็เป็นประเภทที่เราไม่ได้ทำ หรือทำไม่ได้ เราแค่เดเวลล็อปให้มันดีในแบบของเราไป”

‘เรา’ ซึ่ง “อาจจะไม่ได้ต้องการคนดูแบบมหาศาลขนาดนั้น แต่เอาแบบที่เยอะที่จะทำให้เราได้ทำงานชิ้นต่อไป แค่นั้นก็น่าจะโอเค”

เหมือนเปิดร้านราเม็ง แต่ไม่ได้มีแฟรนไชส์ เอาแค่ร้านเล็กๆแต่มีคนมาต่อแถวรอกินทุกวัน เท่านั้นก็พอ

“อาจจะไม่ได้รวยมาก แต่ได้ทำในแบบที่ชอบทุกๆวัน ก็ถือว่าโอเคมากแล้ว”

“คือเราเชื่อว่าทุกคนมีสไตล์ของตัวเอง และถ้าเดเวลล็อปถึงจุดนึ่งก็จะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ว่าต้องทำหนังแบบนี้เท่านั้นถึงได้เงิน ทำแบบนี้เท่านั้นคนถึงจะชอบ เพราะคนก็ไมได้อยากดูฟาสท์ 8 ไปตลอดชีวิตใช่ไหม ให้มีแต่ฟาสท์ 8 , 9 , 10 คงไม่ใช่”

“มาดูก็แล้วกันครับ” เต๋อทิ้งท้ายไว้อย่างนี้เมื่อเราขอให้พูดถึงหนัง

“คนมักจะคิดว่านวพลดูยากชัวร์ แต่จริงๆไม่ได้ดูยาก อาจจะไม่ปกติหน่อย คือถ้าเป็นเพลงก็เพลงพ็อพละมั๊ง แต่ใช้เครื่องดนตรีใหม่ๆ”

ไม่ใช่ซาวด์คุ้นหู แต่ดูไม่ยาก-เขายืนยัน

“คิดว่าดูได้ทุกวัย และแต่ละวัยน่าจะได้อะไรไปคนละอย่างตามวัยและประสบการณ์ และดูเสร็จแล้วน่าจะเกิดแพลทฟอร์มในการพูดคุยกัน มากกว่าจะตลกๆหรือสนุกจังแล้วก็จบ”

“เราไม่ได้อยากปิดจบ รู้สึกว่าทำแล้วเกิดการคุยต่อจะดีกว่า”

“เป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และเป็นอย่างอื่นได้ด้วย”

 

ขอบคุณภาพ Nawapol Thamrongrattanarit