กระแสเน็ตไอดอลของบ้านเรามีออกมาให้ติดตามอยู่ตลอด และเปลี่ยนคนไปตามแต่ละยุคสมัย
หากไม่ว่าจะยุคใด ‘ลักษณะร่วม’ ที่มีตรงกัน คือเน็ตไอดอลที่จะดังไวต้องสวย และเซ็กซี่ แถมของอย่างนี้ยังต้องขยันโชว์ในโลกโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แต่ไม่ว่าจะได้ยอดไลค์ ยอดแชร์ มากขนาดไหน สิ่งที่เน็ตไอดอลทุกคนต้องรู้ก็คือ เหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่คงทน และสักวันหนึ่งกระแสความดัง ความฮอตก็ต้องจางหายไป รวมไปถึงจะมีสาวสวยน่ารักคนใหม่ขึ้นมาอยู่ในกระแสแทน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มันแกว-รุ่งตะวัน ชัยหา เน็ตไอดอลคนดังฉายา ‘นมคุณธรรม’ การันตีความฮอตด้วยยอดติดตาม 9.6 แสนคนในเฟซบุ๊ก บอกกับ มติชนออนไลน์ ว่า กระแสมาไวไปไวนั้นเป็นเรื่องจริงแท้ และจากประสบการณ์ตรงก็ขอเสริมอีกนิดว่า การที่จะมีชื่อเสียงอันส่งผลให้มีงานได้อย่างยาวนานนั้น คือ ‘ความเป็นตัวตนของตัวเอง’
ซึ่งเธอเองก็ยึดมั่นอยู่ ด้วยความเชื่อว่าถึงวันหนึ่งเมื่อชื่อเสียงจะต้องหายไป แต่ก็น่าจะยังมีอะไรทิ้งไว้ให้คนได้คิดถึงนมคุณธรรมคนนี้บ้าง

และแม้ว่าจะถูกมองว่าช่วงนี้เป็น ‘ขาลง’ ชื่อเสียงเริ่มจางไปบ้าง แต่มันแกวกลับว่า เธอรู้สึกดีที่เป็นเช่นนั้น เพราะตัวเองไม่ใช่ดาราที่ต้องอยู่ในจุดพีคเท่านั้น ถึงจะมีงานมีเงินเข้ามา ขณะที่ในส่วนของเธองานที่มีก็แค่รับโปรโมตเกม หรือรีวิวเกมเท่านั้น งานรีวิวเครื่องสำอางที่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงเป็นตัวช่วยเหมือนเน็ตไอดอลคนอื่นๆ เธอก็ไม่ได้ทำ
“ไม่ได้รับผลกระทบในด้านนั้นค่ะ เพราะว่าเกมเราเองก็เล่น เล่นแล้วก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ โชว์นมก็ไม่ได้คิดว่าต้องมีคนมาไลค์เยอะ ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์อย่างเดียว เลยไม่รู้สึกว่าเคยขึ้นหรือลง”
ขณะเดียวกัน “ยอดไลค์ไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตใจของแกวเท่าไหร่ ที่จะมีผลกระทบคือคนรอบข้างในชีวิตจริงมากกว่า ถ้าจะซีเรียสจึงน่าจะเป็นเรื่องงาน เช่น เกมเจ้าเดิมไม่มาจ้างเราแคสต์เกม หรือยอดคนโหลดเกมน้อยมากกว่า แต่ตอนนี้งานก็ยังมี ก็เลยยังมีความสุขอยู่ค่ะ” เธอว่า
สาเหตุที่ทำให้เน็ตไอดอลซึ่งดังกระฉูดเมื่อปี 2557 ยังคงมีงาน และมีแฟนคลับคอยติดตามหนาแน่นนั้น มันแกววิเคราะห์ตัวเองแล้วบอกทันที
“นมค่ะ”
ขณะเดียวกันการที่ ‘เข้าถึงง่าย’ ด้วยความที่ “ชอบตอบ ชอบด่า ชอบคุย” เพราะคิดว่าคนที่ส่งข้อความมาหา “คือเพื่อน” ก็น่าจะเป็นผล
“คือถึงเขาจะมาดีหรือไม่ดี ก็ตอบ”
“เขาด่าเรา เราก็ด่ากลับ” เธอยกตัวอย่างพลางหัวเราะ
ความเป็นสาวเซ็กซี่และชอบโชว์ ที่รู้อยู่ว่ากระแสแอนตี้และคำด่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอ แต่ถึงจะทำใจไว้ล่วงหน้า แต่เธอก็ยอมรับว่าบางครั้งก็ยังงง ว่าทำไมคนที่ไม่รู้จักกันถึงมีคำด่า คำต่อว่าที่รุนแรงได้ขนาดนั้น
“เคยเจอข้อความมาขู่ จะตบ จะฆ่า ซึ่งคนเราจะอคติอะไรขนาดนั้น”
เรื่องคำด่า คำขู่ดังว่า มันแกวบอกตอนนี้ก็ยังมีเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือเธอรับมือได้ง่าย “ความหนาอาจจะเพิ่มขึ้น ความด้านในการรับมือกับปัญหาก็ดีขึ้น คงเพราะมันโดนมาเยอะ” เธอบอกพลางหัวเราะ
ด้าน อลิส-อริศรา กาพย์เดโช เน็ตไอดอลชื่อดังอีกรายที่ออกตัวมาเป็นเบื้องต้นว่า หลังจากเจอคอมเมนต์ตำหนิเรื่องรูปร่างหน้าตาในช่วงก่อนหน้า ว่าตัวจริงไม่สวยเหมือนในรูป ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องของความไม่มั่นใจในตัวเอง จึงไม่ค่อยได้รับงานใหม่ๆ ออกมาให้แฟนคลับได้ติดตาม ที่ทำก็เพียงโพสต์รูป หรือไลฟ์คุยกับแฟนๆ บ้าง
“ก่อนหน้านี้ไปทำงานแล้วเรารู้สึกว่าไม่มั่นใจ ก็ต้องพยายามเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง” ซึ่งก็เริ่มฟื้นฟูขึ้นมาเรื่อยๆ
“อลิสไม่มั่นใจในหุ่นตัวเองค่ะ เพราะมีบางคอมเมนต์ในเน็ตแล้วเราไปสนใจมากเกินไป จะมีแบบ อุ๊ย..ทำไมฟันเหยิน นู่น นี่ เลยไม่มั่นใจ ก็ไปดัดฟันไปนู่น ไปนี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ” เธอเล่า

ซึ่งสวนทางกับการที่คนภายนอกมองว่าการเป็นเน็ตไอดอลคงต้องเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากๆ
อลิสเองก็บอกเช่นเดียวกับมันแกวว่า การที่ชื่อเสียงจะเงียบหายไปบ้างนั้น ‘ธรรมดา’
“มันอยู่ที่ว่าเรายังมีแฟนคลับที่เขารักเราอยู่”
อีกทั้งเชื่อว่าต่อไปหากกลับมารับงานเหมือนเดิมก็น่าจะมีกระแสเพิ่มขึ้น
คนที่โด่งดังมากๆ ในช่วงปี 2558 บอกอีกว่า “ต้องยอมรับว่าสมัยนี้มันอะไรก็มาไวไปหมดทุกอย่าง จะมีกระแสใหม่มาเรื่อยๆ เราก็คิดว่าแค่ทำตัวเองให้ไม่มีข่าวเสียหาย ก็น่าจะยังอยู่ในวงการต่อไปได้ แบบไม่ทำให้คนอื่นไม่ชอบเรา”
อีกหนึ่งสาวเซ็กซี่ติดอันดับเน็ตไอดอลชื่อดัง ภา-ภาวินี ตติยขจรเลิศ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการมาเป็นเน็ตไอดอลว่า เริ่มจากการที่เธอเป็นพริตตี้ แล้วมีคนถ่ายรูปไปลงในโซเชียล และพากันพูดถึงด้วยความเซ็กซี่ที่เป็นจุดเด่น ก็ทำให้กระแสของเธอลามไปไวในโลกโซเชียล
แต่นั่นก็ตามมาด้วยทั้งคำติและชม จนเธอรู้สึกท้อและถอดใจในวงการนี้ไปไม่น้อย
“แรกๆ บอกเลยว่าท้อมาก คนด่าเยอะมาก ด้วยความที่เรายังเด็กแล้วแต่งตัวเซ็กซี่ออกงาน ด่ากระหน่ำมาก” ภาเล่าถึงช่วงชีวิตของความโด่งดังในวัยเพียง 21 ปี
แล้วบอก “แรกๆ ก็เสียใจ ไม่อยากทำงานแล้ว แต่หลังๆ ก็ทำใจให้ได้ เพราะถ้าเราผ่านช่วงนี้มาได้เราก็แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ทำให้เราอยู่ในสังคมได้”
กับกระแสที่ออกมา ภาซึ่งปัจจุบันอายุ 23 ย้อนเล่าว่า ได้ส่งผลให้ครอบครัวไม่สบายใจ ก่อนท้ายที่สุดจะเข้าใจว่าเป็นการทำงาน และไม่ได้มีผลกระทบกับใคร
อีกอย่าง แม้จะเห็นว่ามีภาพลักษณ์แบบนี้ แต่เธอก็ไม่ได้โชว์ความเซ็กซี่พร่ำเพรื่อไปทุกงาน

“บางทีคนก็ชอบอะไรที่สบายๆ ไม่ใช่ว่าจะเซ็กซี่ไปทั้งหมด คือเซ็กซี่เรตติ้งเยอะอยู่แล้วแหละ แต่บางอันเราลงไปแล้วเขารู้สึกว่าสบายๆ ไปกินข้าวใส่เสื้อยืด เรตติ้งเยอะกว่าบิกินี่ก็มี”
ภายังบอกด้วยว่า สิ่งที่เธอได้พบหลังกลายเป็นเน็ตไอดอล ไม่ใช่แค่เรื่องกระแสสังคมตีกลับเท่านั้น แต่ความเซ็กซี่ที่แสดงออกไปก็ทำให้ถูกลุกล้ำความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะการตกเป็นเป้าหมายของบรรดาโรคจิต ที่เธอบอกว่าเจอมาแทบทุกรูปแบบ
“เจอบ่อยค่ะ โทรมาเบอร์ผู้จัดการส่วนตัวบ้าง โทรมาหื่นใส่ แรกๆ ก็กลัว หลังๆ เริ่มชิน แต่ก็ไม่ได้คิดจะแจ้งความหรืออะไร เพราะยังไม่ได้ขนาดมาถึงบ้านอะไรแบบนั้น”
ทั้งนี้เพื่อให้อยู่ในสถานะการเป็นเน็ตไอดอลได้นาน ภาบอกว่าเธอจะระมัดระวังเรื่องการวางตัว รวมถึงมีวินัยในการทำงาน ที่น่าจะเป็นส่วนที่จะช่วยรักษาระดับชื่อเสียงไว้ไม่ให้หายไปตามกาลเวลา
“สำหรับภา เราไม่ได้พุ่งเปรี้ยงค่ะ เราพยายามที่จะรักษาระดับ พยายามที่จะวางตัวให้ดีที่สุด เพื่อที่จะอยู่ได้ในระยะที่ยาวนาน”
อยู่เป็นเน็ตไอดอลขวัญใจแฟนๆ ในโลกโซเชียล

