เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพล สรัคคานนท์ นักเขียนและบรรณาธิการประจำสำนักพิมพ์ 1001 ราตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงรางวัลวรรณกรรม “รางวัลปีศาจ” ระบุว่าผู้ชนะรางวัลปีศาจครั้งที่ 1 ปี 2561 จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท จากการสมทบทุนเพิ่มเติมโดยนางสาวศราพัศ บำรุงพงศ์ ทายาทของนายเสนีย์ เสาวพงศ์ จากเดิมตั้งรางวัลไว้ 100,000 บาท จึงส่งผลให้รางวัลปีศาจมียอดเงินรางวัลสูงสุดในการประกวดของแวดวงวรรณกรรมของไทย
ทั้งนี้ นายกิตติพลเคยระบุถึงที่มาของการตั้งรางวัลปีศาจไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า มีรางวัลทางวรรณกรรมจำนวนมากกำเนิดขึ้นในช่วงตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ละรางวัลยึดโยงคุณค่ากับตัวบุคคล สถาบันผู้มอบให้ แม้แต่สนับสนุนการรักษาสถานะ การอยู่ในระบบระเบียบภายใต้ความสร้างสรรค์ กรรมการที่แทบจะผูกขาดโดยกลุ่มคณะผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดียวกันโดยตลอด จึงเป็นเรื่องชวนให้คิดด้วยว่า มีรางวัลใดบ้างที่ผู้มอบให้ตระหนักถึงคุณค่าในตัวของผู้รับ โดยผู้รับเองไม่ต้องถูกกดให้หมอบราบลงไปเพื่อรับรางวัลทั้งหลายเหล่านี้ เพราะในความจริงแล้วผู้รับไม่จำเป็นต้องรู้สึกติดค้างเป็นหนี้บุญคุณผู้มอบรางวัลแต่อย่างใดเลย ผู้มอบรางวัลหรือตัวแทนของรางวัลนั้นเสียอีกที่ควรขอบคุณ ดังนั้น ถ้าจะมีรางวัลวรรณกรรมสักรางวัลหนึ่งมอบให้ผู้ประพันธ์ผลงานชิ้นยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะบทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย ฯลฯ เขาก็ควรรับรางวัลนั้นอย่างภาคภูมิใจ มิใช่ต้องค้อมตัวลงแนบพื้น
”รางวัลปีศาจ” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นมาตรฐานการตัดสินรางวัลวรรณกรรมมุ่งเน้นความเปลี่ยนแปลง ด้วยเพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เป็นหัวใจหรือรากฐานของความเป็นวรรณกรรมคือความเปลี่ยนแปลง การเขียนคือการปฏิวัติ โดยที่ผ่านมานานนับศตวรรษ เราตระหนักถึงความหมายของความเปลี่ยนแปลงนี้น้อยเกินไป เรากำหนดเพดานของความเป็นนักเขียน งานเขียน ไว้ต่ำเตี้ยเกินไป ”รางวัลปีศาจ” สมาทานชื่อมาจากนวนิยายเรื่องเยี่ยมของเสนีย์ เสาวพงศ์ ด้วยความตั้งใจจะเป็นรางวัลที่สนับสนุนผลงานที่มุ่งเน้นความเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงรูปแบบ ความคิด วิธีการ เพื่อต่อต้านและช่วงชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ในสงครามวัฒนธรรมที่ถูกกำหนดโดยชนชั้นนำ “รางวัลปีศาจ” มีรากฐานมาจากประชาชน ความเป็นคนสามัญ จึงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า เราสนับสนุนวรรณกรรม ส่งเสริมความคิดแบบประชาธิปไตย และถือหลักดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องขั้นต่ำที่สุด…นายกิตติพลระบุและว่า รางวัลนี้เกิดจากการพูดคุยมาสักระยะแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นริเริ่ม ต้องผ่านการประชุมอีกครั้ง เพื่อรวบรวมกำลังคนในการทำงานร่วมกัน โดยรางวัลวรรณกรรมที่ผ่านมาถูกจัดการและควบคุมโดยองค์คณะชุดเดิม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ทำให้รูปแบบและหน้าตาของการจัดงานคล้ายคลึงกันหมด
“สิ่งสำคัญที่คิดว่ารางวัลปีศาจแตกต่างจากซีไรต์คือ เราไม่ทำให้กระบวนการเราเป็นความลับจนน่าอึดอัดใจ ควรจะมีลักษณะที่ไม่ได้คงความศักดิ์สิทธิ์ ไม่เน้นพิธีการที่ดูพะรุงพะรัง หรืออะไรที่เป็นทางการจนมากเกินไป แต่เรื่องการตัดสิน การคัดเลือก ก็ควรจะต้องเต็มที่ เรามีการศึกษากรณีศึกษาจากรางวัลวรรณกรรมต่างประเทศที่น่าสนใจ ทั้งวิธีการจัดการ วิธีการลดขั้นตอนของความเป็นทางการหรือพิธีกรรมลง อันไหนบ้างที่นำไปสู่การคัดเลือกงานที่น่าสนใจ เป็นกระบวนการทำงานที่หลายๆ ฝ่ายร่วมกันจัดทำ เพียงแต่ตอนนี้ผู้วางแนวคิดพื้นฐานก็ยังเป็นผมก่อน”

