ส่งยิ้มมาให้ สุพัตรา หมั่นแสวง บันทึกภาพไว้ในหนังสือ “Organic Smile เพียงแค่ยิ้มแล้วส่งต่อไป” ร่วมกับคนดังหลายๆ คน ที่สำนักพิมพ์ GEEK BOOK เครือโมโน กรุ๊ป จัดพิมพ์ เพื่อหารายได้สมทบมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม หรือ Operation Smile Foundation ในการระดมทุนเพื่อนำไปผ่าตัดช่วยเหลือเด็กที่ประสบปัญหาโรคปากแหว่งเพดานโหว่
งานนี้ น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ เล่าว่า กว่าจะได้มาถึงรอยยิ้มสดใสนั้น ไม่ง่ายเลย
“เมื่อก่อนตาลเคยคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ” เธอบอก
“เพราะว่าตัวตาลเองไม่ได้เติบโตมาพร้อมที่จะเป็นศิลปิน นักแสดง ก่อนหน้านี้เรียนครู แล้วก็คิดมาตลอดว่า วันหนึ่งจะโตมาเป็นครู รับราชการ”
แต่วันหนึ่งกลับมาเป็นดารา อยู่ท่ามกลางผู้คน เป็นบุคคลสาธารณะ
“ดังนั้นเลยทำให้เราไม่ได้ตั้งรับในเรื่องของคำวิจารณ์ หรือเรื่องอื่นๆ ยิ่งสมัยนี้เป็นโลกของสังคมโซเชียล ก็จะมีทั้งดีไม่ดี มีคนมาตัดสินเราจากสิ่งที่ได้ยิน ได้รับฟังมา หรือตัดสินจากการอ่านเพียงไม่กี่บรรทัด”
“ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ตาลดาวน์มากๆ รู้สึกเศร้า และก็ทำให้คนรอบข้างของเราหม่นไปด้วย เหมือนเรากระจายความทุกข์ให้กับพวกเขา ไม่ว่าคนจะมาพูดปลอบยังไง ตาลไม่รู้สึกดีขึ้นเลย ทุกอย่างแย่ไปหมด”
“จนเริ่มคิดได้…ตัวเราเองต้องเข้มแข็ง ต้องยิ้มรับกับทุกสถานการณ์ เพื่อที่คนที่อยู่รอบตัวเราจะได้มีความสุขและสบายใจ หลังจากคิดได้ตาลมุ่งไปปฏิบัติธรรมค่ะ ไปเป็นลูกศิษย์ของท่าน ว.วชิรเมธี ทำให้ได้ใส่ใจกับธรรมะมากขึ้น ทำให้จิตใจสงบและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น”
“เมื่อก่อนเราอาจจะเป็นทุกข์กับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำให้เป็นคนคิดมาก คิดเกิน ธรรมะสอนให้เราอยู่กับปัจจุบันและหลุดพ้นตรงนั้นมาได้ จากนั้นตาลก็มุ่งมั่นที่จะสร้างรอยยิ้มให้ตัวเอง รวมถึงคนอื่นๆ ที่ตาลจะช่วยเหลือได้ ตาลอยากจะเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ที่ประสบปัญหาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงคนอื่นๆ ที่กำลังคิดว่า ชีวิตเรากำลังแย่ ให้ทุกคนมองทุกอย่างในแง่บวกมากขึ้น อยากให้ยึดหลักสายกลาง ไม่สูงสุด ไม่ต่ำสุด”
“ใช้ชีวิตในทุกๆ วันให้มีความสุข ก็พอค่ะ”

