14 ประเทศร่วมประชุมสมาคมพิพิธภัณฑ์แห่งเอเชีย ถกปม ‘โลกร้อน’ ชี้กระทบหนักมรดกวัฒนธรรมโลก เร่งปกป้องก่อนสายเกิน (คลิป)

21.12.17 | 20:02 น.

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ มีการจัดสัมมนาและเสวนาหัวข้อ “บทบาทพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก และการพัฒนาวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน” เนื่องในการประชุมสมาคมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งเอเชีย ครั้งที่ 6 (ANMA) โดยมีวิทยากรจากองค์กรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย 8 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เนปาล เวียดนาม และไทย คุณสิริกิตติยา เจนเซ่น เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในนามของกรมศิลปากร ประเทศไทย มีความยินดียิ่งที่ได้ต้อนรับวิทยากรซึ่งเป็นผู้บริหาร ภัณฑารักษ์ และนักอนุรักษ์ที่มานำเสนอผลงานพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะนำมาซึ่งโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาและป้องกันการสูญสลายของทรัพย์สินทางวัฒนธรรก่อนถึงเวลาอันควร ซึ่งจะเป็นความงอกงามทางวิชาการพิพิธภัณฑ์

“พวกเราคงได้รับข่าวสารเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของอากาศ สภาพแวดล้อมในหลายพื้นที่ซึ่งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก จนนักวิชาการทั่วโลกออกมาแจ้งเตือน เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความตระหนักหนึ่งของพวกเราในฐานะผู้ดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของโลก หลายปีที่ผ่านมาผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์ได้พยายามศึกษาวิจัยหาวิธีการป้องกันกรเสื่อมสลายของทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศดังผลงานที่นำมาเสนอในวันนี้ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบพระคุณคุณสิริกิตติยา เจนเซ่น ที่ให้เกียรติรับเป็นผู้ดำเนินการเสวนา ขอขอบคุณคณะกรรมการ ANMA ที่ให้เกียรติประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมและสัมมนาในครั้งนี้” นายอนันต์กล่าว

 

Advertisement

นายจาง เหว่ย หมิง รอง ผอ.สำนักบริหารทั่วไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) จีน กล่าวว่า พช.จีนได้หามาตรการในการร่วมมือเพื่อพัฒนาและช่วยเหลือในการนำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนของวัฒนธรรม โดยต้องสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้คนมองเห็นถึงความสำคัญของการปกป้องสภาพแวดล้อม ทั่วโลกต้องร่วมกันรับมือ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันด้านวัฒนธรรม รวมถึงพิพิธภัณฑ์นานาชาติ เราไม่ควรปล่อยให้ลูกหลานอยู่ในสภาวะที่เปราะบางอย่างน่าเป็นห่วง โดยมีความพยายาม 3 ประการ ได้แก่ 1.การอนุรักษ์โบราณวัตถุ 2.การส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งควรมีชุมชนด้านนิเวศน์วิทยาเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยแต่ละประเทศควรร่วมกันปกป้อง และเผยแพร่ความรู้ในด้านนี้ 3. มุ่งเน้นการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

“เป็นไปไม่ได้ที่ทุกประเทศจะอยู่ได้เพียงลำพัง แต่ต้องช่วยกันดูแล รักษา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม สิ่งนี้ควรเป็นหัวข้อที่ต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่ ค.ศ.2011 เป็นต้นมา เราได้ฟื้นฟูสภาพโบราณวัตถุ มีการใช้อุปกรณ์ในการช่วยรักษาสภาพ ปัจจุบันก็ดูแลเรื่องแสง ความชื้น รวมถึงความปลอดภัย ไม่เพียงในห้องจัดแสดง แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมในคลังเก็บโบราณวัตถุด้วย โดยพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานการดูแลขั้นสูง นอกจากนี้ เมื่อ ค.ศ.2016 ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างตึกใหม่ได้มุ่งเน้นการอนุรักษ์ ลดภาวะโลกร้อน พยายามให้เทคโนโลยีช่วยลดการใช้พลังงานในตึก นี่คือพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับความเสี่ยง ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึงการดำเนินงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย” ตัวแทนจาก พช.จีนกล่าว

นางสาว Dedah Rufaedah Sri Handari หัวหน้าฝ่ายความร่วมมือและการส่งเสริม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินโดนีเซีย และนางสาว Dyah Sulistiyani หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์วัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินโดนีเซีย กล่าวว่า พช.อินโดนีเซีย มีโบราณวัตถุมากกว่าหนึ่ง 160,000 ชิ้น ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นต้นมา ปัจจุบันพบว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลต่อคอลเล็กชั่นในพิพิธภัณฑ์ ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น วัตถุเริ่มเสื่อมสภาพจากสาเหตุต่างๆ เช่น เชื้อรา แมลงกัดกินเนื้อไม้จนเป็นรู ทางพิพิธภัณฑ์พยายามจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม มีการใช้เครื่องกำจัดความชื้น รวมถึงซิลิกาเจล อีกทั้งป้องกันแมลงโดยการวางกับดัก ทำความสะอาดพื้นที่ โดยเฉพาะอาคารที่เป็นมรดกโลก

นายยูจิ คูริฮาร่า รอง ผอ.สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์เป็นอนาคตของเรา ที่ผ่านมาญี่ปุ่นเกิดวินาศภัยต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ และไต้ฝุ่น สร้างความเสียหายอย่างมาก พิพิธภัณฑ์กว่า 216 แห่งได้รับผลกระทบจากภัยดังกล่าว รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณในการอนุรักษ์ เกิดโครงการช่วยเหลือทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมีการย้ายวัตถุต่างๆ เช่น ประติมากรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองออกจากพิพิธภัณฑ์ โดยมีผู้เข้าร่วมกอบกู้สมบัติเหล่านี้ภายใต้การให้ทุนของรัฐบาลถึง 6,000 คน

“สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องใหญ่ เราจำเป็นต้องมีเครือข่ายดูแลเรื่องวัฒนธรรม ตั้งคณะกรรมการกอบกู้มรดกวัฒนธรรม ให้พิพิธภัณฑ์ต่างๆ มาร่วมมือกัน และเคลื่อนย้ายจดหมายเหตุออกจากบริเวณไม่ปลอดภัยชั่วคราว ผู้ร่วมในเครือข่าย มีภารกิจสำคัญ คือการพัฒนาระบบ ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทรัพยากรบุคคล” รอง ผอ.สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่นกล่าว

นายยูจิ คูริฮาร่า รอง ผอ.สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ญี่ปุ่น
ความเสียหายจากภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น ส่งผลต่อพิพิธภัณฑ์และหอสมุดจำนวนมาก

นางสาว Sugneun LEE ภัณฑารักษ์ฝ่ายวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี กล่าวว่า ในปี 2005 ได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ใหม่เป็น “พิพิธภัณฑ์สีเขียว” ออกแบบโดยเน้นการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในโถง และตึกทรงโดม จึงช่วยประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังติดตั้งแก้วปริซึมบนเพดานอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น การจัดแสดงภายในยังมีระบบไฟ LED ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถปรับความเข้มข้นของแสงให้เหมาะกับโบราณวัตถุแต่ละชิ้นซึ่งมีประโยชน์ต่อการสงวนรักษาโบราณวัตถุ

“วัตถุแต่ละชิ้นมีความไวต่อความเข้มข้นของแสงไม่เท่ากัน ทางพิพิธภัณฑ์สามารถปรับสีและอุณหภูมิตามความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้โบราณวัตถุปลอดภัย สามารถรักษาสภาพได้ดีขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิยิ่งสูงอาจสร้างผลกระทบบางอย่างกับโบราณวัตถุ โดย LED จะช่วยปกป้องโบราณวัตถุดีกว่า เพราะปรับสี แสง อุณหภูมิได้” ภัณฑารักษ์ พช.เกาหลีกล่าว พร้อมแสดงช่วงค่าของแสงที่ต่างกันระหว่างฟลูโอเรสเซนต์ และแอลอีดี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี
พช.เกาหลีเผยข้อมูลเรื่องความไวของโบราณวัตถุต่อแสงที่มีไม่เท่ากัน

นางสาว Mandakini Shrestha รองอธิบดีกรมโบราณคดี ประเทศเนปาล กล่าวว่า เนปาลเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นดินแดนที่ประกอบด้วยมรดกทางวัฒนธรรมมากมายทั้งที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ มีการส่งมอบวัฒนธรรมมานานนับพันปี วัตถุที่สร้างจากอินทรีย์ เสี่ยงที่จะถูกทำลายโดยอุณหภูมิ และความชื้น ในอนาคตต้องเน้นการนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงจัดให้มีความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

“เรามีความร่วมมือกับกรมโบราณคดีและชุมชน รวมถึงสถาบันที่เกี่ยวข้องในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีการปฐมนิเทศชุมชนเพื่อรักษาวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง” รองอธิบดีกรมโบราณคดี ประเทศเนปาลกล่าว

นางจารุณี อินเฉิดฉาย ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ซึ่งเน้นการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย กล่าวว่า วัตถุที่ทำจากอนินทรีย์ไม่มีปัญหาในการอนุรักษ์มากนัก แต่ส่วนที่ทำจากอินทรียวัตถุค่อนข้างไวต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ จึงเสื่อมสภาพง่าย สำหรับวัตถุเกี่ยวกับชาติพันธุ์ส่วนใหญ่เก็บรักษาตามพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ไม่ใช่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงขอเสนอให้มีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมศักยภาพระหว่างพิพิธภัณฑ์

“ปัญหาที่เห็นคือการติดตั้ง และเก็บรักษา บางครั้งไม่เรียบร้อย หรือจัดไว้ในคลังผิดประเภท นอกจากนี้กลุ่มชาติพันธุ์เองคิดว่าของเหล่านั้นเขาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เลยไม่ได้สนใจการดูแลให้คงอยู่ทั้งที่บางอย่างเก่าแก่กว่าร้อยปี ไม่ใช่มรดกเฉพาะชุมชน แต่เป็นมรดกของประเทศ และโลก ตอนนี้ปัญหาในการดูแลวัตถุเกี่ยวกับชาติพันธุ์ให้ดีเป็นสิ่งที่ยากมาก ชุมชนชาติพันธุ์ ยังไม่มีทักษะตรงนี้ หากมีเครือข่ายจะสามารถพัฒนาศักยภาพร่วมกันได้” นางจารุณีกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเช้า ได้มีการประชุมสมาคมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งเอเชีย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ราย จาก 14 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เนปาล สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาวและไทย รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากอีก 4 ประเทศ ซึ่งได้รับการทาบทามให้เป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ ภูฎาน บรูไนดารุสซาลาม เมียนมา และฟิลิปปินส์ และระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคมนี้ กรมศิลปากรจะนำวิทยากรและคณะกรรมการ ANMA ไปศึกษากิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในกรุงเทพฯ และปทุมธานีต่อไป